Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน28 กรกฎาคม 2546
บล.ปรับทัพช่วงดอกเบี้ยต่ำ จับธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล             
 


   
search resources

แอสเซท พลัส, บล.
อยุธยาเจเอฟ, บลจ.
เรืองวิทย์ นันทาภิวัฒน์
Funds




ดอกเบี้ยต่ำดันกองทุนส่วนบุคคลโต สถิติ 5 เดือนแรกสินทรัพย์เพิ่ม 6.2 พันล้านบาท สบช่องโบรกเกอร์ร่วมวงทำธุรกิจ โดยเฉพาะ บล.แอสเซทพลัส พอร์ตกองทุนส่วนบุคคลโตแบบก้าวกระโดด มูลค่าสินทรัพย์เกือบพันล้านบาท รองรับความต้องการลูกค้ารายใหญ่ และนิติบุคคล ตามภาวะหุ้นที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่อัตราผลตอบแทนอยู่ในระดับใกล้เคียงตลาด ส่งผลให้ธุรกิจบริการจัดการการลงทุนบริหาร เม็ดเงินทะลุเป้า 10,000 ล้านบาท ด้านบลจ.มองอนาคตกองทุนส่วนบุคคลโตไม่ต่ำกว่า 20% ต่อปี

รายงานจากสมาคมบริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน ณ 31 พฤษภาคม 2546 กองทุนส่วนบุคคล (Private Funds)มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิรวม 95,241.84 ล้านบาท จำนวน 1,438 กองทุน เพิ่มขึ้น 6,224.85 ล้านบาท คิดเป็น 6.99% จาก ณ 31 ธันวาคม 2545 ที่มีมูลค่าสุทธิ 89,016.99 ล้านบาท จำนวน 1,433 กองทุน จากจำนวนสถาบันการเงินที่ประกอบธุรกิจ

จัดการกองทุนส่วนบุคคล 18 ราย บล.หันทำธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล

จากจำนวนสถาบันการเงิน ดังกล่าวมีบริษัทหลักทรัพย์ที่ให้บริการด้านกองทุนส่วนบุคคลจำนวน 5 แห่ง ข้อมูล ณ 31 พฤษภาคม 2546 รวมสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 6,128.95 ล้านบาท จำนวน 806 กองทุน ประกอบด้วย บล.บัวหลวง สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 4,325.82 ล้านบาท จำนวน 777 กองทุน บล.กรุงศรีอยุธยา สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 958.17 ล้านบาท จำนวน 1 กองทุน บล. แอสเซทพลัส สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 689.61 ล้านบาท จำนวน 18 กองทุน บล.ซีมิโก้ ภายใต้การบริหารงานของบลจ.ซีมิโก้ ไนท์ ฟันด์ แมเนจเม้นท์ สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 155.35 ล้านบาท จำนวน 10 กองทุน

แอสเซทพลัสพอร์ต 1,000 ล้านบาท

นางลดาวรรณ เจริญรัชต์ภาคย์ กรรมการรองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์แอสเซทพลัส จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันสินทรัพย์กองทุนส่วนบุคคลภายใต้การบริหารของบริษัทมีอยู่ประมาณ 1,000 ล้านบาท หรือประมาณ 20 กองทุน โดยลูกค้าของบริษัทประกอบด้วยบุคคลธรรมดารายใหญ่ สัดส่วน 50% นักลงทุนประเภทนิติบุคคล และสถาบันการเงิน สัดส่วน 50% โดยคาดว่ารายได้จากธุรกิจจัดการลงทุนในปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมาย จากภาวะตลาดที่ขยายตัว

ทั้งนี้ การที่นักลงทุนรายใหญ่ให้ความสนใจการ จัดการกองทุนส่วนบุคคลมากขึ้น เกิดจากปัจจัยหลายด้านที่เกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะระยะหลังที่อัตราดอกเบี้ยเงินออมปรับลดลง ประกอบกับจังหวะการลงทุนในตราสารหนี้มีแรงจูงใจต่ำลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้ ขณะที่ภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นปรับตัวดีขึ้น ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มีทิศทางที่ดี แม้บางช่วงตลาดจะมีการปรับฐานบ้าง แต่มีบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งที่จ่ายปันผลดี ทำให้นักลงทุนบางส่วนกระจายเงินมาลงทุนในตราสารทุนมากขึ้น

นางลัดดาวรรณ กล่าวว่า กองทุนส่วนบุคคลของบริษัทเป็นการลงทุนในตราสารทุน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะลงทุนเต็มจำนวน เพราะการลงทุนขึ้นอยู่กับคณะกรรมการพิจารณาการลงทุน (Asset Management Commitee) เป็นผู้กำหนดกลยุทธ์การลงทุน โดยผลตอบแทนการลงทุนในกองทุนส่วนบุคคลภายใต้การบริหารของบริษัทให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับผลตอบแทนในระดับมาตรฐาน ของตลาดหลักทรัพย์ (SET)

"ธุรกิจจัดการกองทุนส่วนบุคคลเป็นธุรกิจที่อยู่ภายใต้ธุรกิจบริการการจัดการลงทุน ในเป็นตัวแทนสนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน และการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ซึ่งบริษัทได้เริ่มทำธุรกิจจัดการกองทุนส่วนบุคคลตั้งแต่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2545 ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเริ่มธุรกิจ จากศูนย์"

หนุนรายได้ค่าธรรมเนียม

ปัจจุบันส่วนงานด้านธุรกิจบริการจัดการการลงทุน มีขนาดของเงินลงทุนที่เกิดจากการการดูแลให้กับลูกค้าที่ซื้อหน่วยลงทุน ตราสารทุน ตราสารหนี้ และธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลใกล้เคียงระดับ 10,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ สำหรับกลุ่มลูกค้าของบริษัทส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าที่ใช้บริการกับบริษัท ซึ่งให้ความไว้วางใจและกลับมาใช้บริการด้านอื่นๆ ของบริษัท เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัทที่มีประสบการณ์ทั้งในภาพกว้างและเชิงลึกทางด้านการเงิน บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่มีคุณภาพ ความโปร่งใส รวมถึงผู้นำองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญด้านตลาดทุน ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญของบริษัทที่ต้องการรองรับการทำธุรกรรมของลูกค้าให้ครบวงจร

ดังนั้น คาดว่าอนาคตบริษัทหลักทรัพย์จะเริ่มหันมาทำธุรกิจจัดการกองทุนส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น เพราะเป็นช่องทางหนึ่งในการหารายได้เพิ่ม แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของบริษัทหลักทรัพย์แต่ละแห่งด้วย เพราะบางแห่งมีความถนัดด้านค้าหลักทรัพย์ แต่ บล.แอสเซทพลัส มีความแตกต่างจากบริษัทหลักทรัพย์อื่น

อัตราการขยายตัวไม่ต่ำกว่า 20%

นายเรืองวิทย์ นันทาภิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อยุธยาเจเอฟ จำกัด กล่าวว่า ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่องปีละไม่ต่ำกว่า 20% ซึ่งกองทุนส่วนบุคคลมีอยู่ 2 ลักษณะ คือ การลงทุนของนักลงทุนสถาบันที่มีการลงทุนทั้งในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ และการลงทุนของบุคคลธรรมดา ที่ลงทุนในตลาดหุ้น แต่การลงทุนของกองทุนส่วนบุคคลส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนในตราสารหนี้ เพราะผู้ลงทุนส่วนใหญ่เป็นผู้ลงทุนสถาบัน ลูกค้าของบริษัทที่มีอยู่เป็นลูกค้าสถาบันทั้งหมด เพราะนิติบุคคลหากต้องการลงทุนในหุ้นหากไม่ลงทุนโดยตรง หรือซื้อหน่วยลงทุนก็จะจัดตั้งเป็นลักษณะของกองทุนส่วนบุคลให้บริษัทจัดการกองทุนเป็น ผู้บริหารให้

ขณะที่บุคคลธรรมดาหากต้องการลงทุนในหุ้นแต่มีวงเงินไม่มากนัก บริษัทก็จะแนะนำให้ลงทุนในกองทุนหุ้น เพราะเชื่อว่าการลงทุนในพอร์ตของกองทุนรวมให้ผลตอบแทนได้ดีกว่า เนื่องจากเม็ดเงินที่ระดมทุนจำนวนมากมีย่อมมีอำนาจต่อรองการลงทุนที่ดีกว่า และหากต้องการลงทุนในตราสารหนี้ การลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ก็ได้รับประโยชน์ทางด้านภาษีที่ดีกว่า

นายเรืองวิทย์ กล่าวว่า จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ลูกค้าไว้ใจและเลือกบริษัทให้เป็นผู้บริหารจัดการกองทุนส่วนบุคคลให้ เนื่องจากประสบการณ์เป็นหลัก โดย ณ วันนี้ บริษัทเป็น บลจ.ที่มีขนาดของกองทุนรวมภายใต้การบริหารเป็นอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการได้ดี แม้ในช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ

มูลค่าสินทรัพย์กองทุนส่วนบุคคลภายใต้การบริหารของ บลจ.เอเจเอฟ ณ 31 พ.ค. 2546 3,225.75 ล้านบาท จำนวน 5 กองทุน เพิ่มขึ้น 209.26 ล้านบาท คิดเป็น 6.93% จากมูลค่าสินทรัพย์ ณ สิ้นปี 2545 ที่ 3,016.49 ล้านบาท จำนวน 5 กองทุน

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us