Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน25 กันยายน 2551
ธปท.ยันแบงก์มีสภาพคล่อง             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารแห่งประเทศไทย

   
search resources

ธนาคารแห่งประเทศไทย
Banking and Finance




แบงก์ชาติปฏิเสธสั่งแบงก์พาณิชย์อัดฉีดสภาพคล่องให้บริษัทประกันภัย คาดอาจเป็นเพียงการขอเครดิตไลน์ ยืนยันสภาพคล่องระบบการเงินและสถาบันการเงินไทยในขณะนี้ไม่มีปัญหาสภาพคล่อง แบงก์พาณิชย์พร้อมปล่อยสินเชื่อ

กรณีที่นายสุชาติ ธาดาดำรงเวช รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ว่าได้มีการสั่งให้ธนาคารพาณิชย์อัดฉีดสภาพคล่องให้แก่ระบบบริษัทประกันภัยของไทยในบางแห่ง นั้น วานนี้ (24 ก.ย.) นายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เพราะธนาคารพาณิชย์ไม่ได้รายงานขึ้นมา และบริษัทประกันภัยไม่ได้อยู่ในความดูแลของ ธปท.

ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว หากต้องการป้องกันปัญหาก่อนที่จะเกิด หรือรองรับผลกระทบต่างๆ ในการดูแลระบบการเงินในไทยและในต่างประเทศ ทางบริษัทประกันก็สามารถหารือร่วมกับธนาคารพาณิชย์ เพื่อหาแนวทางรองรับความเสี่ยงในลักษณะสัญญาการปล่อยสภาพคล่องเมื่อถึงกรณีที่จำเป็นไว้ก่อน (เครดิต ไลน์) แต่ในกรณีที่ไม่มีความจำเป็นหรือไม่ขาดสภาพคล่องก็ไม่ต้องใช้ก็เป็นไปได้หรือหาแนวทางอื่นๆ เช่น ระหว่างธนาคารกลางในอาเชี่ยนด้วยกันก็มีสัญญาที่จะปล่อยเครดิตไลน์ให้แก่ภาคเศรษฐกิจประเทศใดประเทศหนึ่งที่มีปัญหา

“สภาพคล่องของระบบการเงินไทย ไม่ได้มีปัญหาใดๆ ในขณะนี้ ธปท.อยากจะชี้แจงให้เข้าใจตรงกัน เพราะในขณะนี้หลายฝ่ายออกมาระบุว่าเป็นห่วงเรื่องการขาดสภาพคล่องอของระบบการเงิน ซึ่งคิดว่าอาจจะเกิดขึ้นเพราะไม่เข้าใจข้อมูล หรือมีข้อมูลที่เพียงพอ แต่ถ้ามีข้อมูลพอเชื่อว่าจะเข้าใจว่า ประเทศยังไม่มีปัญหาเหล่านี้”

นายสรสิทธิ์กล่าวว่า จากสถานการณ์การเงินสหรัฐมีปัญหาในขณะนี้ ธปท.ยังไม่มีความจำเป็นที่ต้องเรียกประชุมหรือหารือเป็นพิเศษในการดูแลสภาพคล่องในระบบการเงินไทย เนื่องจาก สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ยังมีจำนวนมาก ขณะเดียวกันในขณะนี้ธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ต่างมีการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น ซึ่งก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรและในระบบโดยเฉลี่ยมีเงินทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส เรโช) ถึง 15% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ธปท.กำหนดไว้ 8.5%

นอกจากนี้ ระบบธนาคารพาณิชย์ มีการลงทุนโดยตรงในสถาบันการเงินต่างประเทสรวมกันทั้งหมด เพียง 1% กว่าๆ ของเงินลงทุนรวมของระบบธนาคารพาณิชย์ หรือประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าต่ำมาก ในขณะที่การลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (ซีดีโอ) ของธนาคารพาณิชย์ ในขณะนี้ทุกแห่งได้กันสำรองความเสียหายในส่วนนี้ครบทั้งจำนวนแล้ว ดังนั้น แม้สถาบันการเงินในต่างประเทศเกิดปัญหาจริง ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้เกิด ก็จะไม่กระทบต่อฐานะของธนาคารพาณิชย์ไทย รวมทั้งไม่กระทบต่อสภาพคล่องของระบบการเงิน และสถาบันการเงินของไทย

เงินบาทปิดแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดวานนี้อยู่ที่ระดับ 33.75/77 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากเปิดตลาดช่วงเช้าที่ระดับ 33.80/85 บาท/ดอลลาร์ โดยมีการเคลื่อนไหวแคบๆ ประมาณ 10 สตางค์ อยู่ในกรอบ 33.70-33.80 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย

"สาเหตุหลักคือการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับเงินสกุลหลัก ปัจจัยภายในประเทศค่อนข้างถูกบดบัง เน้นดูจากปัจจัยภายนอกเป็นหลักโดยเฉพาะแผนการแก้วิกฤติสถาบันเงินของสหรัฐฯ ที่กำลังรอสภาคองเครสอนุมัติ" นักบริหารเงินกล่าวและว่า หากสภาคองเกรสอนุมัติแผนช่วยเหลือสถาบันการเงินมูลค่าราว 7 แสนล้านดอลลาร์ ก็จะมีผลให้ดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าขึ้นได้ แต่อีกมุมหนึ่งนักลงทุนก็ห่วงว่าแผนดังกล่าวอาจส่งผลให้สหรัฐฯ ต้องขาดดุลงบประมาณเป็นจำนวนมาก

"คาดว่าวันพรุ่งนี้ (25 ก.ย.) กรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทอยู่ที่ 33.50-34.00 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งหากรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่โดยเฉพาะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจออกมาเป็นที่น่าเชื่อถือของตลาด ก็คาดว่าจะมีผลให้เงินบาทปรับไปในทิศทางที่แข็งค่าได้"   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us