"วิโรจน์ นวลแข" กรรมการผู้จัดการแบงก์กรุงไทย เผยการตัดสินใจตั้งสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญของธนาคารสูงกว่าเกณฑ์แบงก์ชาติกำหนดเพื่อให้ธนาคารหลักของไทย
แห่งนี้เติบใหญ่ในวันข้างหน้าอย่างมั่นคง และมีประสิทธิภาพ ยืนยันจะกระจายหุ้นเพิ่ม
3 พันล้าน หุ้นไตรมาสสุดท้ายปีนี้แน่ และเตรียมจ่ายปันผลเพิ่มจากปีที่แล้ว หลังคาดกำไรเพิ่มขึ้นจากปีม้า
ขณะที่ขุนคลังหนุนเดินมาถูกทาง เพราะเป็นผลประโยชน์ผู้ถือหุ้นธนาคาร รวมถึงรับใช้สังคมระยะยาว
ไม่ใช่มองเพียงวันนี้ ด้านเอสแอนด์พีชื่นชมนโยบายนี้เช่นกัน
วานนี้ (23 ก.ค.) หลังจากที่มีข่าวธนาคารกรุงไทยขยายสินเชื่อเพลิน จนต้องตั้งค่าเผื่อหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญสูงกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
(ธปท.) กำหนด และสูงกว่าธนาคารพาณิชย์ อื่นๆ ที่มีอยู่ในประเทศไทย
นักวิเคราะห์ต่างประเทศ มองว่าธนาคารกรุงไทยเป็นเพียงธนาคารขนาดใหญ่ของไทยเพียงแห่งเดียวในขณะนี้ที่ตั้งสำรองฯ
ไว้สูง เป้าหมายก็เพื่อให้ธนาคารขยายตัวอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต สวนทางแบงก์พาณิชย์ในไทยอื่นๆ
ที่ต่างยังมีปัญหากันสำรอง และหนี้เน่าเพิ่มต่อเนื่อง เพราะด้านหนึ่งธนาคารกรุงไทยทำหน้าที่รับใช้
สังคม อีกด้านหนึ่ง ธนาคารต้องทำงานสนองนโยบายรัฐบาล
ขณะที่กลุ่มมอร์แกน สแตนเลย์ วาณิชธนากรยักษ์ใหญ่จากแดนมะกันวิเคราะห์ว่าระบบธนาคารพาณิชย์ไทยขณะนี้ยังมีปัญหา
โดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์ไทยทั่วไปตั้งสำรองฯไม่ครบ จึงเกิดปัญหาเอ็นพีแอลเพิ่มต่อเนื่อง
เป็นปัญหาหลักของระบบธนาคารไทยปัจจุบันที่ยังแก้ไม่ได้ ยกเว้นธนาคารกรุงไทยที่กลุ่มยักษ์ใหญ่นี้มองว่าเป็นธนาคารดีที่สุดในประเทศไทยขณะนี้
เพื่อกรุงไทยระยะยาว
ด้านนายวิโรจน์ นวลแข กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย กล่าวยืนยันในเรื่องนี้ว่าการตั้ง
สำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญธนาคารไว้สูงถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะแม้แต่นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ต่างชาติยังมองว่าธนาคารกรุงไทยเป็นเพียงธนาคารเดียวในประเทศไทยที่ตั้งสำรองฯสูง
เพื่อความรอบคอบ ทำให้เป็นธนาคารที่สะอาด (Clean Bank) ที่สุดในไทยขณะนี้
เขากล่าวว่า ธนาคารตั้งสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ โดยเฉพาะส่วนที่เป็นของคณะกรรม
การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ (คปน.) เพิ่มต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันกว่า 6 หมื่นล้านบาทแล้ว
ทำให้ขณะนี้ สำรองฯ ธนาคารเกินเกณฑ์แบงก์ชาติแล้ว ถึง 1.33 หมื่นล้านบาท
"การแก้ไขหนี้ของคปน.ในอดีต เป็นการยืดหนี้ให้มีระยะยาวขึ้น ไม่ได้มีการประนอมหนี้
หรือลดหนี้ ซึ่งไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง"
นายวิโรจน์กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารเริ่มมีกำไรจากผลดำเนินงานตั้งแต่ปีที่แล้ว และจ่ายเงิน
ปันผลกว่า 2.6 พันล้านบาท หรือ 26 สตางค์ต่อหุ้น คิดเป็นผลตอบแทนต่อปีประมาณ 3.7%
ซึ่ง ปีนี้แนวโน้มจ่ายเพิ่มจากปีม้าแน่
"ผมถือว่าการบริหารเชิงนี้ เป็นการบริหารที่กล้าหาญ เพราะมองกำไรระยะยาวมากกว่าระยะสั้น
ผมมองว่าการที่ธนาคารตั้งสำรองฯ สูง และสามารถจ่ายเงินปันผลได้ ถือว่าการบริหารงานธนาคารน่าพอใจแล้ว"
จากรายงานงบการเงินธนาคารกรุงไทย ไตรมาส 2 ปีนี้ ธนาคารตั้งสำรองหนี้สูญ และหนี้สงสัย
จะสูญ 6.08 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสแรกที่ตั้งสำรอง 5.82 หมื่นล้านบาท
ทางด้านนางกิตติยา โตธนะเกษม รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย กล่าวว่าการตั้งสำรองฯของธนาคารที่ตั้งเกินเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย
(ธปท.) เพื่อต้องการให้เป็นประโยชน์กับนักลงทุนที่สนใจหุ้นธนาคาร รวมถึงผู้ถือหุ้นปัจจุบันของธนาคาร
เธอกล่าวว่า ปี 2545 ธนาคารกรุงไทยตั้งสำรองเกินเกณฑ์แบงก์ชาติถึง 9.7 พันล้านบาท
ขณะที่ไตรมาส 2 ปีนี้ นายวิโรจน์ตัดสินใจสั่งให้ตั้งสำรองฯเพิ่มอีก 3.7 พันล้านบาท
ทำให้ปัจจุบัน ธนาคารมีฐานะสำรองฯ เกินเกณฑ์ ธปท. ถึง 1.33 หมื่นล้านบาท ขณะที่เงินกองทุนของธนาคารก็ไม่
มีปัญหา ถือว่าธนาคารเข้มแข็งมาก
"คนทั่วไปมักเข้าใจผิดว่าการที่ธนาคารตั้งสำรอง เพราะไม่สามารถปฏิบัติตามเกณฑ์ธปท.
ซึ่งไม่ใช่ เพราะกำไรของธนาคารก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง" เธอย้ำ
เธอกล่าวว่า สาเหตุที่ธนาคารต้องตั้งสำรองเผื่อไว้มาก เพื่อความรอบคอบ กันปัญหาลูกหนี้รายใหญ่ของธนาคารที่ปัจจุบันมีมูลหนี้รวมกันกว่า
7 หมื่นล้านบาท ซึ่งปรับโครงสร้างหนี้ไปแล้ว ตั้งแต่ปี 2545 อาจจะกลับมาเป็นลูกหนี้มีปัญหาอีก
และจะไม่กระทบกำไรของธนาคาร
"สมมุติฐานนี้เป็นกรณีเลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งเราไม่เชื่อว่าจะเกิด
แต่ขณะนี้ลูกหนี้กลุ่มนี้ชำระหนี้ให้ธนาคารได้ปกติดี"
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของตัวแทนเอสแอนด์พี ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ
ที่พบกับตัวแทนธนาคาร เมื่อฟังคำชี้แจงเหตุผลการตั้งสำรองของกรุงไทย ก็เข้าใจ และชื่นชมธนาคารที่ใช้นโยบายนี้บริหาร
เชิงระมัดระวัง ซึ่งคาดว่าจะเป็นผลให้อันดับความ น่าเชื่อถือของธนาคารดีขึ้นอนาคต
กระจายหุ้นเพิ่มไตรมาสสุดท้ายปีนี้
นายวิโรจน์กล่าวอีกว่า แผนกระจายหุ้น 3 พันล้านหุ้นของธนาคารกรุงไทย ยังคงเป็นไปตาม
กำหนดเดิม ไม่เลื่อนแน่ โดยจะเริ่มทำโรดโชว์กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศในเดือนก.ย.นี้
และพร้อมจดทะเบียนตลาดหุ้นไทยในเดือนพ.ย.
ขุนคลังยันกรุงไทยทำเพื่ออนาคต
ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กรณีแบงก์กรุงไทยที่เป็นแบงก์รัฐและขาดทุนอยู่เพียงแบงก์เดียวนั้น
ไม่ได้เป็นกังวล เพราะไม่ใช่เป็นเพราะผลการดำเนินงานของธนาคาร แต่เป็นเพราะต้องสำรอง
หนี้สูญเพื่อให้ธนาคารมีความแข็งแกร่งขึ้น
ด้านแหล่งข่าววงการธนาคารกล่าวว่ารายงาน ข่าวของหนังสือพิมพ์รายวัน โพสต์ ทูเดย์ที่กล่าว
อ้างว่าธนาคารกรุงไทยขยายสินเชื่อเพลินจนต้อง ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ และรับขาดทุนจากการ
ปรับโครงสร้างหนี้ไตรมาส 2 ฉุดผลดำเนินงานขาดทุน 624.46 ล้านบาท เป็นรายงานข่าวที่ผิดพลาด
และไม่เข้าใจภาพรวมที่แท้จริง