Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน23 กันยายน 2551
ธุรกิจเฟอร์ฯ90%ส่งออกวูบ เหตุพิษซับไพรม์-ตลาดสหรัฐฯหนักสุด             
 


   
search resources

Furniture




ส.อุตสาหกรรมเครื่องเรือนไทย ครวญซับไพรม์กระทบยอดส่งออกคาดปี51 หดตัว 5-10% แต่ตลาดในประเทศรับอานิสงส์มาตรการภาษี คอนโดฯทยอยสร้างเสร็จและโอนมากขึ้น ความต้องการเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งภายในพุ่ง ดันยอดขายโตต่อเนื่อง 10-15% มั่นใจปีหน้าตลาดส่งออกโตสวนกระแส 10-20% ระบุปัจจัยบวกประเทศนำเข้าชะลอสั่งสินค้าจีน-เวียดนาม หลังจีนเจอปัญหาสารปนเปื้อน เวียดนามขาดแรงงาน

นายไพบูลย์ พินิตกาญจนพันธุ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องเรือนไทย กล่าวยอมรับว่า ผลกระทบจากสินเชื่อซับไพรม์ในสหรัฐฯ ซึ่งเริ่มส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกในช่วง1-2ปีที่ผ่านมา ได้ส่งกระทบต่อตลาดส่งออกเฟอร์นิเจอร์ของไทยอย่างมาก เนื่องจากสหรัฐฯเป็นตลาดส่งออกใหญ่ที่สุดของไทย โดยผู้ประกอบการกว่า90% ต่างมียอดขายลดลง เหลือเพียง10% เท่านั้น ที่ไม่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ ตลาดญี่ปุ่นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 มียอดการส่งออกของไทยลดลง เช่นเดียวกับตลาดในสหภาพยุโรป ทำให้ในปีนี้ มูลค่ารวมของการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ลดลง 5-10%

ปัจจุบัน มูลค่าการส่งออกเฟอร์นิเจอร์รวมของไทยประมาณ 36,000ล้านบาท แยกเป็น สหรัฐฯคิดเป็นสัดส่วน 35% ของมูลค่ารวม หรือประมาณ 12,000-13,000 ล้านบาท ,ญี่ปุ่น 30% มูลค่า 10,000 ล้านบาทเศษ ตลาดยุโรปและอื่นๆ30 -35% มูลค่า 12,000 ล้านบาท ขณะที่ มูลค่าขายเฟอร์นิเจอร์ในไทยที่มีอยู่ประมาณ 30,000กว่าล้านบาทนั้น คาดว่าในปีนี้จะมีอัตราเติบโตของยอดขายประมาณ 10-15% เนื่องจากภาคอสังหาฯมียอดการโอนที่อยู่อาศัยจำนวนมาก เพื่อให้ทันกับมาตรการภาษีของรัฐบาล

" โครงการคอนโดฯที่เริ่มก่อสร้างเสร็จและโอนเพิ่มขึ้นจำนวนมากในปีนี้ ทำให้เกิดความต้องการซื้อเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งภายในขยายตัวสูง แม้ว่าตลาดอสังหาฯจะได้รับปัจจัยลบจากราคาน้ำมัน วัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม ส่วนในปี 2552 นั้น สมาคมฯคาดว่าตลาดในประเทศจะยังขยายตัวในระดับเดิมจากปัจจัยบวกข้างต้น รวมถึงสัญญาณที่ดีจากแนวโน้มราคาน้ำมันที่ลดลง"นายไพบูลย์กล่าว

สำหรับภาคการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ในปี 52 นายกสมาคมฯ คาดว่าจะสามารถกลับมาขยายตัวได้ในระดับ10-20% เนื่องจากคู่แข่งที่สำคัญ คือ ประเทศจีนและเวียดนาม ได้รับผลกระทบจากปัญหาการมีสารปนเปื้อนในสินค้า ส่งผลให้ประเทศผู้นำเข้าชะลอการสั่งสินค้าลง และหันมาเลือกสั่งสินค้าจากไทยเพิ่มขึ้น ในขณะที่ประเทศเวียดนามเกิดปัญหาการขาดแรงงาน จึงส่งผลดีต่อโอกาสทางการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย นอกจากนี้ ในปี52 สหรัฐฯจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดี คาดว่าผู้นำคนใหม่จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา

“การกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯหลังเลือกตั้ง และการชะลอสั่งนำเข้าเฟอร์นิเจอร์จากจีนและเวียดนาม เฟอร์นิเจอร์ไทยได้รับประโยชน์ ทำให้สามารถไปดึงส่วนแบ่งตลาดของจีนและเวียดนามได้เพิ่มขึ้น ”

อย่างไรก็ตาม ปัญหาด้านต้นทุนและศักยภาพการผลิตของผู้ประกอบการส่งออกยังมีอยู่ ดังนั้นภาครัฐฯต้องเข้ามาสนับสนุนด้านแหล่งเงินกู้ เพื่อลงทุนในการจัดหาเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตใหม่เข้ามาเสริมคุณภาพ ศักยภาพ และมาตรฐานด้านการผลิตให้แก่ผู้ประกอบการ เนื่องจากในปัจจุบัน ผู้ประกอบการไม่มีแหล่งเงินทุน หรือสถาบันการใดให้การสนับสนุนในการปล่อยกู้เพื่อซื้อเครื่องจักร   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us