Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน16 กันยายน 2551
ธปท.ป้องแบงก์ลงทุนไม่ถึงหมื่นล.             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารแห่งประเทศไทย

   
search resources

ธนาคารแห่งประเทศไทย
บัณฑิต นิจถาวร
Banking and Finance




บิ๊ก ธปท.เปิดแถลงข่าวด่วน ปกป้องแบงก์พาณิชย์ไทยลงทุนเกี่ยวข้องเลห์แมนฯ ไม่ถึงหมื่นล้านบาท เผยปล่อยกู้-ลงทุนตราสารหนี้ 4.3 พันล้าน ส่วนตราสารอนุพันธ์ 5.3 พันล้าน พร้อมติดตามการเคลื่อนย้ายเงินทุนเป็นรายวัน ส่วนความเสียหายที่ควรตั้งสำรองขึ้นอยู่กับบริษัทลูกของเลห์แมนที่ทำธุรกรรมโดยตรงกับแบงก์

นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธนาคารพาณิชย์ไทยบางแห่งจากทั้งหมด 14 แห่งได้รับผลเฉพาะการทำธุรกรรมระหว่างประเทศเท่านั้น คือ มีการให้สินเชื่อและการลงทุนตราสารหนี้ที่ออกโดยเลห์แมนจำนวน 4,300 ล้านบาท ถือว่ามีมูลค่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับการลงทุนในซีดีโอของธนาคารพาณิชย์ในช่วงที่ผ่านมา และมูลค่าการลงทุนสินทรัพย์ในต่างประเทศของธนาคารพาณิชย์ไทยทั้งระบบที่มีทั้งสิ้น 102,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.30%ของสินทรัพย์รวมทั้งระบบที่มีอยู่ 8.1 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทเลห์แมน บราเธอร์สไม่ได้เปิดสาขาในไทย

นอกจากนี้ ยังมีรายการนอกงบดุลการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ คิดเป็นมูลค่าตามสัญญา 5,300 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ไม่สามารถส่งมอบได้ก่อนกำหนด ซึ่งมีไม่ถึงหลัก 100 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาในการชำระจริงมูลค่าค่อนข้างต่ำ ฉะนั้นผลกระทบทางตรงต่อธนาคารพาณิชย์ไทยในวงจำกัดเท่านั้น จึงไม่มีผลต่อการถือหุ้นของสถาบันการเงินไทย

“สภาพคล่องในการปล่อยสินเชื่อกว่า 70% เกิดจากการระดมเงินฝากภายในประเทศ ไม่ได้พึ่งพาเงินทุนจากนอกประเทศ และการลงทุนในต่างประเทศของสถาบันการเงินไทยก็ไม่มาก รวมทั้งแบงก์ก็มีฐานะการเงินที่ดีเห็นได้จากกำไรสุทธิในช่วงไตรมาส 1-2 ที่ผ่านมา หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)ก็มีแนวโน้มลดลง และเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง(บีไอเอส เรโช)อยู่ในระดับ 15.2% สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ขณะเดียวกันแบงก์ไทยมีความระมัดระวังในการลงทุนต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ส่วนแบงก์ชาติเองก็มีการกำชับถึงความเสี่ยงสถานการณ์ในต่างประเทศเช่นกัน”

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนย้ายเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติในช่วงต่อไปจำเป็นต้องมีการติดตามแบบรายวัน และธนาคารพาณิชย์จะต้องมีการติดตามภาวะตลาดต่างประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า เพื่อให้สามารถปรับตัวเองได้ หลังจากตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติมีความเป็นห่วงสินทรัพย์ของสหรัฐมาก ทำให้มีการเคลื่อนย้ายเงินทุนจากภูมิภาคเอเชียไหลกลับไปยังสหรัฐจำนวนมาก

“แม้การยื่นล้มละลายเกิดขึ้นเฉพาะบริษัทแม่ แต่บริษัทลูกของเลห์แมนฯ ที่ธนาคารพาณิชย์ไทยมีการทำธุรกรรมร่วมกันก็ต้องติดตามดูต่อไปว่าจะได้รับผลกระทบจากบริษัทแม่มากน้อยแค่ไหน หรือมีการปรับองค์กรหรือเปลี่ยนมือเจ้าของอื่นมาช่วยแก้ไขปัญหาหรือไม่และต้องดูว่าสุดท้ายแล้วทำให้สินทรัพย์ที่แบงก์เข้าไปลงทุนจะมีการด้อยค่าหรือไม่ หากมีแบงก์ต้องมีการกันสำรอง”รองผู้ว่าการธปท.กล่าว

นายบัณฑิต กล่าวว่า สำหรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในสถานการณ์การเงินโลกนั้น การที่บริษัทเลห์แมนฯ ตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการล้มละลายของศาล แม้จะมีผลภาคการเงินของสหรัฐตามมาบ้าง แต่เชื่อว่าผลกระทบอยู่ในขอบเขตจะบริหารจัดการได้ เนื่องจากตลาดได้คาดการณ์ไปบ้างพอสมควร อีกทั้งได้มีการปรับตัวไปล่วงหน้าแล้ว ทำให้รองรับกับผลที่เกิดขึ้น ซึ่งเห็นได้จากตลาดหุ้นในสหรัฐมีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่เชื่อว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะดูแลไม่ให้กระทบวงกว้าง โดยเฉพาะในส่วนของการเงินในต่างประเทศ

ด้านนายบันลือศักดิ์ ปุสสะรังษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลกระทบต่อประเทศไทยจากกรณีการล้มละลายของเลห์แมนฯ นั้น ในระยะสั้นคงจะไม่ส่งผลมากนัก โดยเฉพาะในส่วนของการโยกเงินออกนั้น ยังไม่เห็นสิ่งผิดปกติ ซึ่งในส่วนนี้ก็คงต้องดูในระยะต่อไปว่าแนวทางในการแก้ไขปัญหาจะเป็นอย่างไร ต้องใช้เงินเพิ่มทุนหรือไม่ รวมทั้งต้องดูว่าวิกฤตสถาบันการเงินครั้งนี้จะลุกลามไปมากขนาดไหน เพราะเท่าที่มีข่าวออกมาบทวิเคราะห์ต่างๆ ก็บ่งชี้ว่าจะยังมีสถาบันการเงินอีกหลายแห่งที่จะประสบปัญหาตามมา

สำหรับผลกระทบต่อประเทศไทยนั้น ในส่วนของภาคการเงินหรือสถาบันการเงินจะไม่น่าเป็นห่วง แต่จะต้องพิจารณาในแง่ของเศรษฐกิจสหรัฐฯที่จะมีปัญหามากขึ้น เกิดการชะลอตัวมากขึ้น และจะกระทบต่อการส่งออกซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทย รวมถึงด้านการลงทุนที่อาจจะมีการชะลอการลงทุนหรือถอนการลงทุนลงไปเพื่อนำเงินไปแก้ปัญหาของสถาบันการเงิน เป็นต้น

"จริงๆแล้วข่าวการล้มละลายของเลห์แมนนั้น ไม่ได้เซอร์ไพร้สเท่าไหร่ เพราะมีข่าวออกมาอยู่เรื่อยๆตั้งแต่ต้นปี หลังสแตนเบิร์นประสบปัญหา อันนี้เป็นการคอนเฟิร์ม แต่สิ่งที่สร้างความกังวลให้นักลงทุนก็คือเรื่องของวิกฤตซับไพรม์ที่ยังไม่จบ ไม่ลดลง แต่มีแนวโน้มจะมากขึ้น ซึ่งก็คงจะใช้เวลาอีกเป็นปีกว่าปัญหานี้จะจบลง"   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us