|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
แอสคอนเร่งขยายงานสู่อาบูดาบี รองานผลประมูลงานลงตัว เตรียมเลือกนักลงทุนไต้หวัน-ดูไบถือหุ้น พร้อมกำหนดทิศทางบริษัท เร่งเจรจาปิดดีลซื้อโครงการค้างพัฒนาต่อ วางแผนระยะยาวดึงแลนด์ลอร์ดถือหุ้นบริษัทลูก ก่อนนำเข้าตลาดหลักทรัพย์
ในระยะหลังที่งานรับเหมาภาครัฐเริ่มหดตัวลง เป็นช่วงจังหวะที่แอสคอนเลือกที่จะตามรอยรับเหมารุ่นพี่ ด้วยการขยายออกไปมองหาโอกาสในการรับงานในต่างประเทศ โดยประเดิมที่ดูไบ ในรูปแบบของการตั้งสาขาแทนการร่วมทุนกับผู้ว่าเทศบาล ซึ่งเป็นคนในท้องถิ่น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอฟังผลประมูลงานก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยสูง 12 ชั้น รวม 20 อาคาร มูลค่างาน 16,000 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 30 เดือน หากชนะประมูล จะเริ่มรับรู้รายได้ทันทีในปีหน้า รวมไปถึงมีแผนจะตั้งสาขาที่อาบูดาบี ซึ่งความน่าสนใจของเม็ดเงินผลตอบแทนของการรับงานในต่างประเทศ พัฒนพงษ์ ตนุมัธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 20% และกำไรสุทธิ 5-10% ซึ่งถือเป็นอัตราที่น่าพอใจ
สิ่งที่น่าจับตาของแอสคอนต่อจากนี้ คือ ในอนาคตจะมีพันธมิตรรายใหม่เข้ามาร่วมถือหุ้น จากการขายหุ้นใหม่ 60 ล้านหุ้น ซึ่งขณะนี้พัฒนพงษ์กล่าวว่า มี 2 รายที่สนใจ ได้แก่ ดูไบและไต้หวัน แต่ละรายวางทิศทางในอนาคตของแอสคอนไว้แตกต่างกัน ภายใต้เงื่อนไขที่จะเข้ามาถือหุ้นในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 20% แต่ขณะนี้แอสคอนยังไม่มีการตัดสินใจ แต่จะรอฟังผลการประมูลงานก่อสร้างที่ดูไบก่อน ซึ่งหากบริษัทเลือกนักลงทุนจากดูไบ นอกจากเข้ามาเสริมเรื่องฐานเงินทุนให้แข็งแกร่งแล้ว มีคุณสมบัติพร้อมที่จะเข้าประมูลงานเมกะโปรเจกต์แล้ว ยังจะช่วยเป็นใบเบิกทางที่ดีในการเข้าไปรับงานที่ดูไบเพิ่มในอนาคต ในขณะที่นักลงทุนจากไต้หวัน มีเงินทุนและเทคโนโลยีการก่อสร้างของรับเหมาจีน สามารถผลักดันให้แอสคอนเติบโตติดอันดับท็อปไฟว์ของกลุ่มรับเหมาก่อสร้างได้
ในส่วนของงานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภายใต้บริษัทลูก “แอสคอน ดีเวลลอปเมนท์” พัฒนพงษ์กล่าวว่า ยอดรับรู้รายได้ของโครงการอินสไปร์ เพลส พระราม 9 ประมาณ 1,400 ล้านบาทจะเข้ามาช่วยผลักดันรายได้รวมของบริษัทฯในปีนี้เป็น 3,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 50% ปัจจุบันโครงการดังกล่าวมียอดขายแล้ว 80% โดยได้ออกแคมเปญการันตีผลตอบแทน 8% เป็นการเจาะกลุ่มนักลงทุน เพื่อเร่งปิดการขาย ทั้งนี้แอสคอนยังอยู่ระหว่างการหาซื้อโครงการคอนโดมิเนียมที่ชะงักการก่อสร้างมาพัฒนาต่อเนื่องอีก 2 โครงการ มูลค่าขาย 1,000 ล้านบาทต่อโครงการ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้สามารถรับรู้รายได้ได้เร็วภายใน 6 เดือนถึง 1 ปี โดยอาจจะเป็นการซื้อขาดจากเจ้าของหรือดึงเจ้าของโครงการที่มีแลนด์แบงก์ในมือมาร่วมทุน นอกจากนี้ยังมีแผนจะผลักดันบริษัทฯนี้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอนาคตด้วย
|
|
 |
|
|