Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน8 กันยายน 2551
ปรากฏการณ์ AF Driven แรงขับเคลื่อนการตลาดพันธุ์ใหม่             
 


   
search resources

Entertainment and Leisure
Marketing




* ทัพนักล่าฝัน อคาเดมี แฟนเทเชีย สร้างพลังขับเคลื่อนการตลาดพันธุ์ใหม่
* กระแสเชียร์ 22 ล้านโหวตสะท้อนภาพกลุ่มเป้าหมายให้หลากหลายแบรนด์สินค้าจับจ้องจองตัว
* ส่งบทพรีเซนเตอร์ให้นักล่าฝันเดินจูงสินค้าสู้ศึกการตลาดยุคเซกเมนต์คึกคัก

ใครเลยจะคิดว่า โปรแกรมรายการโทรทัศน์เรียลลิตี้โชว์จากเม็กซิโก อคาเดมี แฟนเทเชีย ที่เข้าสู่ประเทศไทยตั้งแต่ปี 2547 จะสร้างปรากฏการณ์มากมายให้กับสังคมไทยขนาดนี้

แนวคิดแรกเริ่มของการนำคอนเทนต์เรียลลิตี้โชว์เต็มรูปแบบ ที่มีจุดขายอยู่ที่การถ่ายทอดสด มาสู่สังคมไทยเมื่อราว 5 ปีก่อนนั้น เป็นเพียงการเลือกซื้อคอนเทนต์ที่ตรงกับความต้องการของผู้ชมชาวไทย ตามการศึกษาวิจัยความต้องการของผู้ชม มาเป็นแม่เหล็กในการเพิ่มยอดสมาชิกช่วงที่ยูบีซีว่างเว้นจากการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เนื่องจากปิดฤดูกาล แต่ความสำเร็จกลับมีมากกว่าที่ผู้บริหารยูบีซี หรือทรูวิชั่นส์ในวันนี้ คิดไว้มากนัก

รูปแบบของอคาเดมี แฟนเทเชีย ถือเป็นรายการโทรทัศน์ที่สอดคล้องกับยุคสมัย โครงสร้างของรายการที่ตอบสนองความต้องการของผู้ชมในลักษณะอินเตอร์แอคทีฟ เห็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นแบบสดๆ สามารถแสดงความคิดเห็นผ่านข้อความ SMS จนถึงการตัดสินแพ้ชนะที่จำนวนโหวตผ่านโทรศัพท์มือถือ ทำให้ความสำเร็จนอกเหนือจากจำนวนสมาชิกยูบีซีที่เพิ่มขึ้น ปรากฏตามมา

จำนวนโหวตเพื่อตัดสินการแพ้ชนะของผู้เข้าแข่งขันในปีแรก 9 ล้านโหวต แม้ยูบีซีจะมีการถ่ายทอดให้ชมผ่านช่องทางเคเบิลทีวีเท่านั้น เพิ่มเป็น 11.5 ล้านโหวต ในปีที่ 2 ซึ่งมีการขยายช่องทางการถ่ายทอดสู่ช่องไอทีวี ถ่ายทอดความสำเร็จจากการเพิ่มยอดสมาชิกยูบีซี มาสู่ความสำเร็จของกลุ่มทรู ทั้งโทรศัพท์มือถือ เว็บไซต์ที่เปิดให้แชท ดาวน์โหลด แสดงความคิดเห็น มีการใช้บริการมากถึง 622 ล้านครั้ง แม้ในปีต่อมา กลุ่มทรูจะดึงบริการเหล่านี้มาให้กับลูกค้าของกลุ่มทรูเท่านั้นที่จะร่วมสนุกกับอคาเดมี แฟนเทเชียได้ แต่ด้วยกลยุทธในปีที่ 3 เมื่ออคาเดมี แฟนเทเชีย เข้าไปจับมือกับโมเดิร์นไนน์ในการนำเสนอไฮไลท์และการถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตแทนไอทีวี ทำให้สามารถเข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น จำนวนโหวตในแต่ละปีเพิ่มสูงขึ้น จากปีที่สาม 13 ล้านโหวต ขยายเป็น 20 ล้านโหวตในปีที่สี่ และเพิ่มปริมาณสูงถึง 22 ล้านโหวตในซีซั่นที่ 5 ปีล่าสุด

แน่นอน ความคลั่งไคล้ในหมู่นักล่าฝันที่มีมากขึ้นทุกปี หน้าตาของกลุ่มเป้าหมายที่ถ่ายทอดให้เห็นชัดเจนทุกๆ วันเสาร์ กำลังซื้อที่มีมหาศาลพร้อมทุ่มจ่ายให้กับนักล่าฝันคนโปรด เป็นโอกาสทางการตลาดที่นักการตลาดหลายๆ คนติดตาม

อคาเดมี แฟนเทเชีย มีผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการปีแรก 4 ราย ประกอบด้วย สารินซิตี้เจ้าของสถานที่การแข่งขันใน 2 ปีแรก, ชาร์ป และสินค้าในเครือข่ายของยูบีซี ระบบโทรศัพท์มือถือออเร้นจ์ และทรู คอร์ปอเรชั่น งบโฆษณาราว 10 ล้านบาท แต่สามารถสื่อสารแบรนด์ในแง่มุมต่างๆ ได้ยาวนานตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ระยะเวลา 9-12 สัปดาห์ ทั้งยังได้ร่วมเปิดบูธไปพบเจอกับลูกค้า เพิ่มยอดขายทุกวันเสาร์ เป็นความคุ้มค่าที่ดึงดูดให้แบรนด์อื่นๆ เพิ่มขึ้นในปีต่อๆ มา

แบรนด์อินเตอร์อย่าง เป๊ปซี่ กลุ่มพีแอนด์จีที่นำสินค้า 2 แบรนด์หลัก แพนทีน และโอเล่ย์เข้าสนับสนุน ร่วมกับบะหมี่สำเร็จรูปยำยำ ชาร์ป และสารินซิตี้ ในปีที่ 2 จนถึงปีที่ 3 ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี และเดอะ พิซซ่า คอมพะนี และอาหารในเครือไมเนอร์ ลอริเอะ และฟอร์ด คือแบรนด์หน้าใหม่ที่เข้ามาร่วมทัพกับเป๊ปซี่ ยำยำ และแพนทีน ขณะที่สถานที่ถูกเปลี่ยนมาเป็นโครงการแมกโนเลียส์ ซึ่งเป็นเรียลเอสเตตในเครือซีพี และทัพผู้สนับสนุนเติบโตเต็มที่ในปีที่ 5 ล่าสุด นอกเหนือจากรายใหญ่อย่าง เป๊ปซี่ โอเลย์ บิ๊กซี, เดอะพิซซ่า คอมพานี, ผลิตภัณฑ์ซีพี เซเว่นอีเลฟเว่น ที่ผูกติดกันมานานแล้ว กลุ่มการเงินอย่าง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และเมืองไทยประกันชีวิต ก็โดดเข้าร่วมวงอย่างพร้อมหน้า

แม้จะมีเสียงวิจารณ์ถึงความล้มเหลวของการค้นหานักล่าฝันที่มีคุณภาพในการร้องเพลง หรือความไม่โปร่งใสในการรวบรวมคะแนนโหวต แต่ในแง่ความสำเร็จทางการตลาดที่การันตีด้วยจำนวนโหวตถึง 22 ล้านโหวต สะท้อนภาพให้เห็นถึงจำนวนผู้ติดตามชมจำนวนมหาศาล และแสดงให้เห็นกลุ่มตัวอย่างได้ชัดเจนทุกๆ ค่ำวันเสาร์ที่มีการแสดงคอนเสิร์ต ทำให้นักการตลาดมองกลุ่มนักล่าฝันที่เกิดขึ้นปีละ 12-16 คนเหล่านี้ เป็นแรงขับเคลื่อนทางการตลาดพันธุ์ใหม่ ที่มีบทบาทในการชักจูงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพในวันนี้ กลายเป็นปรากฏการณ์ AF Driven ในตลาดสินค้าหลากหลายกลุ่ม

AF สร้างปราการ P Promotion

ดูเหมือนว่า "เอเอฟ-อะคาเดมี แฟนเทเชีย" จะเป็นเครื่องมือการทำตลาดที่มีความสำคัญมาก กับสินค้าของเครือซีพี ซึ่งในระยะหลังกลุ่มสินค้าแปรรูปเป็นการวางหมากใหม่ของ ซีพีเอฟ ที่หันมาให้ความสำคัญกับการปรับกลยุทธ์สร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้า พร้อมกับการแบรนดิ้ง ภายใต้แบรนด์ซีพีเพื่อมาเพิ่มรายได้ให้กับบริษัท เพราะความสำเร็จของการทำตลาดเรียลิตี้โชว์ชื่อดังนี้ ถือว่าเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ธุรกิจที่เรียกว่า "คอนเวอร์เจนซ์" ของกลุ่มทรู ในปัจจุบัน อีกทั้งการเพิ่มความแข็งแกร่งในสินค้าของเครือซีพีเช่นกัน

ที่สำคัญ เป็นการต่อยอดธุรกิจในเครือซีพี ที่มีความแข็งแกร่งครบทุกส่วนผสมการตลาดอยู่แล้ว ให้มีพลังเพิ่มขึ้น จากเดิมที่เครือซีพี มีความแข็งแกร่งมากทางด้าน P Product และ P Place โดยกลุ่มสินค้าหลักของบริษัทซีพีเอฟที่ในปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้หลักมาจากกลุ่มไก่และไข่ 50% หมู 30% และกุ้ง 20% โดยแบ่งเป็นกลุ่มอาหารสด 70% และ 30% เป็นอาหารแปรรูป ขณะเดียวกันยังมีช่องทางจำหน่ายที่แข็งแกร่ง อาทิ ร้านสะดวกซื้อเซเว่น ที่มีสาขากว่า 3 พันแห่งครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

ส่วนความแข็งแกร่งของ P Promotion นับว่าการตลาดของ "เอเอฟ-อะคาเดมี แฟนเทเชีย" กำลังจะเข้ามาเป็นส่วนผสมทางการตลาดล่าสุดของซีพี ที่กำลังอยู่ระหว่างการสะสมทุนขึ้นมาให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น จากการปั้นดาวผ่านอะคาเดมีแฟนตาเชีย มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ หรือทูตตราสินค้าผ่านสื่อโฆษณา และร่วมกิจกรรมการตลาดกับสินค้าทุกๆแบรนด์ในเครือซีพี

ไขกลยุทธ์ ฑูตตราสินค้า

ความแตกต่างระหว่างแบรนด์แอมบาสเดอร์ และพรีเซนเตอร์ในงานโฆษณานั้น แบรนด์แอมบาสเดอร์ จะเป็นผู้มีชื่อเสียง และเข้ามามีส่วนร่วมและบทบาทที่สำคัญในการร่วมทำกิจกรรมการตลาดของสินค้านั้นอย่างรอบด้าน ซึ่งมีบทบาทมากกว่าพรีเซนเตอร์ งานโฆษณา ที่เข้ามาร่วมกิจกรรมเป็นครั้งคราวเท่านั้น

ส่วนแบรนด์แอมบาสเดอร์ จะเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของสินค้า และเป็นผู้มีชื่อเสียงที่มีหน้าที่มาสร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ หรือสินค้านั้น โดยอาศัยความมีชื่อเสียงของผู้นั้นมาดึงอิมเมจของสินค้าให้ดีขึ้น และแอมบาสเดอร์จะต้องใช้สินค้าของบริษัท และเป็นตัวแทนบริษัทแนะนำสินค้า ผ่านงานโฆษณา และร่วมกิจกรรมการตลาดที่จัดขึ้น

ที่สำคัญ คาแรคเตอร์ และภาพลักษณ์ของแบรนด์แอมบาสเดอร์ ที่สื่อสารออกมาจะสอดคล้องตรงกับการวางตำแหน่งแบรนด์ โดยสินค้าที่ใช้กลยุทธ์แบรนด์แอมบาสเดอร์ ส่วนใหญ่จะสินค้าพื้นฐาน ราคาธรรมดาทั่วไป ทว่าจะเป็นแบรนด์ที่ต้องการยกระดับภาพลักษณ์ให้ดูดี หรือพรีเมียมแบรนด์

AF เพิ่มมูลค่า"ไข่ซีพี"

สำหรับก้าวรุกที่สำคัญและชัดเจนของปฏิบัติการคอนเวอร์เจนซ์ ผ่านแฟนคลับเรียลิตี้โชว์ชื่อดัง "AF-อะคาเดมี แฟนเทเชีย" ซึ่งมีแฟนพันธุ์แท้อยู่ทุกที่ ทุกเพศ ทุกวัย และระดับ ทั้งบรรดาเด็กๆ วัยรุ่น คุณยาย คุณป้า และอาซ้อ อาม้า ที่มีเอเอฟแต่ละรุ่นเป็นขวัญใจ เป้าหมายเพื่อจะให้แฟนๆ สวิตช์มาใช้สินค้าตามแอมบาสเดอร์

นับตั้งแต่ต้นปี มีการนำนโยบายคอนเวอร์เจนซ์ของเครือซีพีมาเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการทำตลาดไข่ไก่ซีพี ผ่านการเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของซีพี คือ เมธัส ตรีรัตนวารีสิน หรือ แจ๊ค เอเอฟ4 มาเป็นทูตตราสินค้าคนแรกสำหรับผลิตภัณฑ์ไข่ไก่สดซีพี เพื่อให้มีความแตกต่างจากไข่ไก่ทั่วไปในท้องตลาดที่ไม่มียี่ห้อ (แบรนด์) โดยจะมุ่งไปที่การสร้างแบรนด์ เพื่อให้น่าเชื่อถือ นั่นเพราะคาแรคเตอร์ของแจ็คที่ค่อนข้างจะเหมือนมังสวิรัติ เพราะไม่ชอบกินเนื้อสัตว์นั้นมีความเหมาะสมจะเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่จะใส่ใจในสุขภาพ ซึ่งสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของสินค้า

รวมทั้งสร้างความมั่นใจในเรื่องคุณภาพมาตรฐานของสินค้าให้กับผู้บริโภค ซึ่งเป็นการต่อยอดจากยุคที่ ไข่ไก่ซีพี ต้องเผชิญกับปัญหาไข้หวัดนก แล้วมีการแบรนดิ้งผ่านสื่อภาพยนตร์โฆษณาเพื่อจะตอกย้ำถึงคุณภาพและความสดสะอาดของไข่สดซีพี ต่อเนื่องด้วยการสื่อสารเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นครอบครัว แม่บ้าน วัยรุ่น และเด็กๆ ผ่านภาพยนตร์โฆษณาในชุดที่ 2

โจทย์การทำตลาดของ "ไข่ไก่ตราซีพี" ที่ทำการทำตลาดผ่านคาแร็กเตอร์ และภาพลักษณ์ตัวตนของแบรนด์แอมบาสเดอร์ แจ๊ค เอเอฟ 4 ที่กินมังสริวิรัติ สื่อสารผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุด ไข่มหัศจรรย์นั้น ต้องการจะโปรโมทเมนูสินค้าใหม่ไข่แปรรูป ซีพี ไข่ต้มพร้อมซอส ที่วางขายในช่องทางร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ให้มีจุดเด่นทางด้านความเชื่อมั่นเรื่องคุณภาพของแบรนด์ซีพีให้เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายหลักคือ แม่บ้าน และวัยรุ่น

กลยุทธ์แบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของซีพี นอกจากหวังผลทางด้านแบรนดิ้งแล้ว การสื่อสารการตลาดครั้งนี้ ยังช่วยกระตุ้นให้คนไทยกินไข่ไก่เพิ่มขึ้น 200 ฟองต่อคนต่อปี จากเดิมที่คนไทยมีการบริโภคไข่ปีละ 160 ฟองต่อคนต่อปี โดยตั้งเป้าสิ้นปีไข่สดตราซีพี มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น 2% และครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในช่องทางจำหน่ายผ่านร้านค้าปลีกสมัยใหม่ หรือโมเดิร์นเทรด ด้วยส่วนแบ่งประมาณ 22-25% จากตลาดไข่ไก่ที่มีอัตราการเติบโตปีละ 5%แบรนดิ้ง "ซีพี เมจิ" ผ่านAF

หลังจากเปิดตัว แจ็ค มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์สินค้ากลุ่มไข่ไก่แล้ว คิวต่อไปคือ นมพาสเจอไรซ์ และกลุ่มโยเกิร์ต ภายใต้แบรนด์ "เมจิ" เป็นสินค้าที่มีความเคลื่อนไหวล่าสุดที่มีแบรนด์แอมบาสเดอร์ แจ็ค มารับบทบาทให้มาช่วยโปรโมตสร้างแบรนด์ นมและโยเกิร์ต " เมจิ บิวติ มิราเกิล " โยเกิร์ตรูปแบบถ้วย และโยเกิร์ตพร้อมดื่ม ที่มุ่งจับกลุ่มผู้หญิงรักสุขภาพและความงาม เพื่อให้เข้าถึงและเป็นที่รู้จักของกลุ่มเป้าหมายอย่างกว้างขวาง

อีกทั้งหวังว่าการส่งสินค้าใหม่กลุ่มบิวติ โยเกิร์ต จะเป็นบันไดในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาด และจะคว่ำแชมป์ดัชมิลล์ ที่ครองบัลลังค์ตลาดโยเกิร์ตมานาน ด้วยวิธีการสื่อสารผ่านภาพยนตร์โฆษณาที่นำแจ๊คเป็นจุดขาย นำเสนอเรื่องราวต่างๆที่สื่อถึงบินิฟิธสินค้าใหม่กลุ่มบิวติ โยเกิร์ต

การเดินเกมในเชิงรุก โดยสื่อสารผ่าน แจ็ค เอเอฟ4 ให้มาทำหน้าที่แบรนด์แอมบาสเดอร์ เพื่อจะเข้ามางัดข้อกับการแบรนดิ้งดัชมิลล์ที่สื่อสารการตลาดผ่านบรรดาหนุ่มดัชชี่ อีกทั้งลดจุดด้วยทางด้านภาพลักษณ์นมครอบครัวของแบรนด์เมจิให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ด้วยเช่นกัน พร้อมตั้งเป้าจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดสินค้าในกลุ่มโยเกิร์ต โดยเพิ่มเพิ่มแบ่งทางการตลาด โยเกิร์ตถ้วย และโยเกิร์ตพร้อมดื่ม ของบริษัท เพิ่มขึ้นเป็น 17% ภายในสิ้นปีนี้ จากปัจจุบันอยู่ที่ 10% ขณะที่ยอดขายในปีนี้ตั้งเป้าไว้ที่ 3,600 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมา 20%

บิ๊กซี เกาะกระแส AF ดันยอดเฮาสแบรนด์โต

กระแสเรียลิตี้โชว์ที่กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์อย่าง อคาเดมี่ แฟนเทเชีย หรือ เอเอฟ กลายเป็นที่จับตามองของธุรกิจต่างๆที่จะใช้เป็นช่องทางในการโปรโมตผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ไม่เว้นแม้แต่ดิสเคานต์สโตร์อย่างห้างบิ๊กซี ที่เข้าร่วมเป็นสปอนเซอร์ในบ้านเอเอฟตั้งแต่โครงการ 3 เรื่อยมาจนถึงโครงการล่าสุด เอเอฟ 5 โดยก่อนที่บิ๊กซีจะเข้าร่วมเป็นสปอนเซอร์ให้กับเอเอฟ 3 บิ๊กซี เคยจัดแคมเปญ "บอกรักแม่...ที่บิ๊กซี" ต้อนรับเทศกาลวันแม่ปี 2549 ซึ่งมีการนำศิลปิน พัดชา และ เปรี้ยว เอเอฟ 2 มาเปิดมินิคอนเสิร์ตในห้างบิ๊กซี ซึ่งมีกระแสตอบรับที่ดี

บิ๊กซี ต้องทุ่มงบให้กับการสนับสนุนโครงการเอเอฟประมาณปีละ 10 ล้านบาท เพื่อแลกกับการนำผลิตภัณฑ์เฮาส์แบรนด์ของบิ๊กซีไปโชว์ในบ้านเอเอฟ ซึ่งถือว่าคุ้มค่ากว่าการโฆษณาทั่วไป เพราะสามารถสื่อสารและเข้าถึงผู้บริโภคได้มากกว่าการโฆษณาเพียงไม่กี่วินาที นอกจากนี้ บิ๊กซี ยังนำศิลปินเอเอฟ มาเป็นพรีเซนเตอร์ เสื้อผ้าเฮาส์แบรนด์ของบิ๊กซี เช่น การนำศิลปินเอเอฟ 3 คือ ตุ้ย บอย มิ้น และ ซาร่า มาเดินแฟชั่นโชว์สร้างความคึกคักให้กับห้าง อีกทั้งยังตั้งเป้าว่าการใช้ศิลปินเอเอฟ 3 ในการโปรโมตเสื้อผ้าคอลเลคชันฤดูหนาวเมื่อปี 2549 จะสามารถช่วยสร้างยอดขายเสื้อผ้าเฮาส์แบรนด์ของบิ๊กซีให้เติบโตขึ้น 20% นอกจากนี้บิ๊กซียังมีการจัดกิจกรรม "สุดยอดนักชอป Only@Big C แจกบัตรชมคอนเสิร์ต AF3 School Bus ฟรี ให้กับลูกค้าที่มียอดซื้อเสื้อผ้าเฮาส์แบรนด์ของบิ๊กซีสูงสุด 25 คนแรก

ความสำเร็จจากการใช้ศิลปินเอเอฟโครงการ 3 ทำให้บิ๊กซีตัดสินใจเป็นสปอนเซอร์ในโครงการต่อๆมา และยังคงใช้ศิลปินเอเอฟรุ่นต่างๆในการโปรโมตเสื้อผ้าเฮาส์แบรนด์คอลเลคชั่นใหม่ๆ โดย ปริยานุช ณ ตะกั่วทุ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ได้ให้ทัศนะว่า การใช้ศิลปิน ดารา นักร้อง นายแบบ นางแบบ ที่มีชื่อเสียง ซึ่งรวมถึงศิลปินหน้าใหม่อย่าง กลุ่มอคาเดมี แฟนเทเชีย หรือ เอเอฟ ซึ่งบิ๊กซีเป็นสปอน์เซอร์มาตลอด ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างการเติบโตให้กับเสื้อผ้าแฟชั่นเฮาส์แบรนด์ให้เติบโตมากกว่า 30% ซึ่งจะเห็นได้ว่าแทบทุกครั้งที่บิ๊กซีมีการเปิดตัวเสื้อผ้าเฮาส์แบรนด์คอลเลคชั่นใหม่ๆ จะมีการนำกิจกรรมความบันเทิงมาดึงดูดผู้บริโภค เช่น กิจกรรมมินิคอนเสิร์ต เอเอฟ เดอะ มิวสิคเคิล ตอน เงิน เงิน เงิน ที่แสดงโดย บอย และพัดชา เมื่อคราวที่มีการเปิดตัว เสื้อผ้าคอลเลคชั่น ซัมเมอร์ ทรอปิคอล หรืออย่างการเปิดตัวเสื้อผ้าเด็กภายใต้แบรนด์ Pooh by Big C ก็มีการเดินแบบโดย ต้อล เอเอฟ 4 ซึ่งบิ๊กซีระบุว่าตัวเองเดินมาถูกทางเพราะสามารถทำให้ยอดขายเติบโตได้อย่างต่อเนื่องทุกปี แม้ราคาที่ต่ำกว่าแบรนด์เนม 30% จะเป็นตัวดึงดูดผู้บริโภค แต่ก็คงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าการใช้ศิลปินเอเอฟมีส่วนสำคัญในการสร้างการยอมรับสินค้าเฮาส์แบรนด์ โดยเฉพาะกลุ่มเสื้อผ้าแฟชั่นที่สามารถสร้างความถี่ในการซื้อเทียบเท่ากับสินค้าทั่วไปคือ 1 ครั้งต่อรอบเวลา 2-3 สัปดาห์

อย่างไรก็ดีบิ๊กซียังคงใช้คอนเซ็ปต์เรื่องความสนุกสนานในการทำกิจกรรมร่วมกับผู้บริโภค โดยมีศิลปินเอเอฟ เป็นผู้สร้างสีสัน โดยในช่วงต้นปี มีการทำกิจกรรม "คอนเสิร์ตบิ๊กซี บิ๊กเลิฟ กับ เอเอฟ4" ซึ่งเป็นการขยายฐานลูกค้าจากกลุ่มแม่บ้าน ครอบครัว ไปสู่กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ และยังเป็นการเพิ่มปริมาณการซื้อ โดยลูกค้าที่ซื้อสินค้าที่บิ๊กซีสาขาใดก็ได้ สามารถนำใบเสร็จมาแลกรับบัตรชมคอนเสิร์ตฟรีตามมูลค่าที่ซื้อสินค้า เช่น ซื้อสินค้าบิ๊กซีครบ 1,500 บาท แลกบัตรคอนเสิร์ต มูลค่า 1,500 บาท 1 ใบ ซื้อสินค้าบิ๊กซี ครบ 2,000 บาท แลกบัตรคอนเสิร์ตมูลค่า 2,000 บาท 1 ใบ

นอกจากคอนเสิร์ตบิ๊กซี บิ๊กเลิฟ กับเอเอฟ4 แล้ว บิ๊กซียังได้จัดเตรียมกิจกรรมต่างๆ สำหรับคู่รักใน ช่วงวาเลนไทน์ คือ กิจกรรมคู่รักนักช้อป ซึ่งเป็นการแข่งขันเกมสำหรับคู่รัก ชิงบัตรกำนัลบิ๊กซี การจัดซุ้ม จดทะเบียนสมรสที่บิ๊กซี เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคู่รักที่ต้องการจดทะเบียนสมรสที่บิ๊กซี และสำหรับคู่รักที่จดทะเบียนภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2551 สามารถนำทะเบียนสมรสมาแสดงเพื่อรับของที่ระลึกฟรี สำหรับ 50 ท่านแรกต่อสาขา และซุ้มถ่ายรูป สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าครบ 400 บาท ใช้ใบเสร็จบิ๊กซี สำหรับถ่ายรูปฟรี

"กิจกรรมส่งเสริมการขายที่มีความแตกต่างจากคู่แข่ง เช่น การเป็นสปอนเซอร์ในโครงการทายผลฟุตบอลยูโร 2008 และโครงการอคาเดมี แฟนเทเซีย ล้วนเป็นที่พอใจของลูกค้า จนทำให้ผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 ของบริษัทมียอดขายเติบโต 9.5%" อีฟ แบร์กนาร์ เบรบ็อง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ กล่าว

แต่แม้บิ๊กซี จะประกาศตัวเป็นพันธมิตรที่ผูกติดกับอคาเดมี แฟนเทเชีย มายาวนาน ด้านเทสโก้ โลตัสคู่แข่งรายใหญ่ในธุรกิจค้าปลีก ก็อาศัยช่องทางที่บิ๊กซีไม่สนใจ เกาะกระแสความสำเร็จของเอเอฟด้วยการดึงตัว ตุ้ย และต้า แชมป์และรองแชมป์จากเอเอฟ 3 มาเป็นพรีเซนเตอร์ในแคมเปญ โรลแบ็ค ซึ่งคาบเกี่ยวมาถึงช่วงเอเอฟ 4 สื่อสารแคมเปญโรลแบ็คของเทสโก้ โลตัส ให้เป็นที่จดจำของกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี

แม้ในปีนี้ซึ่งเป็นซีซันส์ที่ 5 ของเอเอฟ กระแสตอบรับเริ่มแผ่วลงเมื่อผู้ชมต่างรู้สึกว่าเกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันเน้นเรื่องการตลาดมากไป โดยผู้ที่มีแฟนคลับเสียงดัง หรือมีหน้าตาดี จะได้รับการพิจารณามากกว่าความสามารถในการร้องเพลง ประกอบกับเป็นห้วงเวลาที่ เดอะ สตาร์ หวนกลับสู่จอแก้วอีกครั้งหลังจากเว้นว่างไปหนึ่งปี โดยโครงการ เดอะ สตาร์ 4 ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีโดยเฉพาะคุณภาพในการร้องเพลงของผู้เข้าประกวด ดังนั้นในปีนี้เทสโก้ โลตัส จึงมีการสลัดศิลปินจาก เอเอฟ เปลี่ยนมาใช้ศิลปินจากเดอะ สตาร์ 4 แทน ซึ่งได้แก่ แก้ม, รุจ และต้น โดยมองว่าจะเป็นตัวแทนแคมเปญโรลแบ็คในการเข้าถึงผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น

มารีฟรานซ์ - คริสตี้ ฟรองซ์ เปิดศึก AF ประชันหุ่นเพรียวลม

ในตลาดลดไขมันบ้านเราที่ตอนนี้มีมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ก็เป็นธุรกิจอีกหนึ่งเวทีที่มีนักล่าฝันเอเอฟ เป็นแรงในการขับเคลื่อน ด้วยการผสานกับกลยุทธ์ในการการันตีผลลัพธ์การลดน้ำหนักได้จริง อันถือเป็น "Message" ของผู้เล่นในตลาดนี้ที่นิยมสื่อสารกับผู้บริโภค รวมทั้งขยายฐานเข้าหาลูกค้ากลุ่มใหม่ เริ่มตั้งแต่ "มารีฟรานซ์" ผู้เล่นหลักของตลาดที่นิยมหาสาวร่างอวบมาเป็นพรีเซนเตอร์ เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นความแตกต่างของผลลัพธ์การลดน้ำหนัก ตั้งแต่ก่อนและหลังเข้าใช้บริการอย่างชัดเจนโดยไม่มีการรีทัช เช่น เฮเลน, ฮันนี่, เอ็มม่า แต่จากกระแสของอคาเดมี แฟนเทเชีย หรือ เอเอฟ ที่มีความร้อนแรงและเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น โดยดูจากบรรดาสาวกของผู้เข้าประกวดในแต่ละรุ่นที่มีความเหนียวแน่นและเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้เล่นรายนี้อดไม่ได้ที่จะใช้เอเอฟมาสร้างสีสันให้กับตนเองบ้าง

สำหรับ มารีฟรานซ์ นับเป็นรายแรกๆของธุรกิจนี้ที่สนใจเลือกใช้เอเอฟเป็นเครื่องมือในการสื่อสารกับผู้บริโภค โดยต้นปีที่ผ่านมาได้คว้าตัวนักล่าฝันร่างอวบ "ปุยฝ้าย AF 4" มาจัดกิจกรรมเอาใจแฟนคลับ AF ด้วยการจับมือกับทรูแฟนเทเชียจัดเรียลิตี้ร่วมพิสูจน์ความจริง ในโครงการ "ปุยฝ้าย เดอะโปรเจ็กต์ บาย มารีฟรานซ์ บอดี้ไลน์" ชวนสาวอวบเสียงดีอายุ 18-30 ปี ที่คัดเหลือเพียง 5 คน เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาการร้อง เต้น การแสดง ฯลฯ พร้อมเข้าคอร์สลดน้ำหนักกับ มารีฟรานซ์ บอดี้ไลน์ โดยผู้ชนะเลิศนอกจากจะได้เรือนร่างใหม่และเงินรางวัลแล้ว จะได้ร่วมร้องเพลงกับ "ปุยฝ้าย" ในอัลบั้มใหม่ด้วย ซึ่งมีการถ่ายทอดกิจกรรมดังกล่าวได้ผ่านรายการ "มะจัง" ทาง ทรูวิชั่นส์ 27 หรือwww.mariefrance.co.th

จะเห็นว่า กิจกรรมดังกล่าวทางมารีฟรานซ์ค่อนข้างให้ความสำคัญอย่างมาก โดยดูจากงบลงทุนที่ใช้สูงถึง 40 ล้านบาท ซึ่งทางมารีฟรานซ์มั่นใจว่า กระแสความนิยมของสาวล่าฝันคนนี้จะช่วยขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ รวมทั้งตอกย้ำภาพลักษณ์และสร้างความน่าเชื่อถือด้านผลลัพธ์การลดน้ำหนักได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไม่มีตัวเลขหรือยอดขายออกมาการันตีให้เห็นในตอนนี้ แต่เชื่อได้ว่า นักล่าฝันจากเวทีเอเอฟ น่าจะเป็นเครื่องมือทางการตลาดอย่างหนึ่ง ที่มีเพาเวอร์สร้างสีสันและเรียกความสนใจจากผู้บริโภคในยุคนี้ได้ไม่น้อย เพราะหลังจากมารีฟรานซ์ประกาศใช้นักล่าฝันAF4 ได้ไม่นาน คู่แข่งสำคัญอย่าง "บอดี้เชฟ" ก็ไม่ยอมน้อยหน้าเปิดตัว "ซีแนม" AF1 ในรูปร่างเพรียวบาง พร้อมประกาศเป็นพรีเซนเตอร์อย่างเป็นทางการทันทีให้กับแบรนด์ในเครืออย่าง "คริสตี้ ฟรองซ์" สถาบันลดน้ำหนักที่เน้นจับลูกค้าวัยรุ่นระดับบีลบ หรือกลุ่ม Baby Boomers ที่จ่ายได้ในระดับ 30,000 - 50,000 บาท เพื่อมาทำหน้าที่การันตีประสิทธิภาพการลดน้ำหนักได้จริง ซึ่งถือเป็น "คีย์ซักเซส" สำคัญของค่ายนี้เลยทีเดียว

"หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องความสวยความงาม ผลลัพธ์ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก" นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บอดี้เชพ คอร์ปอชั่น กรุ๊ป จำกัด เคยกล่าวเมื่อครั้งเปิดตัวเครื่อง Cellu Smooth เทคโนโลยีใหม่จากอเมริกา และพรีเซนเตอร์คนล่าสุด ซีแนม AF1 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ แม้คริสตี้ ฟรองซ์จะไม่ใช่แบรนด์ที่มีโพซิชันนิ่งเป็นคู่แข่งกับมารีฟรานซ์โดยตรง แต่จากพฤติกรรมและกำลังซื้อของผู้บริโภคบางกลุ่มที่สามารถจ่ายได้ในระดับกลาง จึงเป็นช่องว่างให้คริสตี้ ฟรองซ์ในการดึงและตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวได้ ส่วนแบรนด์บอดี้เชฟก็จะทำหน้าที่จับลูกค้ากลุ่มบนเป็นหลักเช่นเดิม ทำให้มารีฟรานซ์ที่วางตำแหน่งจับลูกค้าพรีเมียมมาโดยตลอด ต้องเจอศึกสองด้านชนิดที่ไม่สามารถละสายตาได้จากทั้ง 2 แบรนด์ เห็นได้จากการทำตลาดในระยะหลังๆของมารีฟรานซ์ที่เริ่มหันมาใช้กลยุทธ์ราคามากขึ้น เช่น การจัดคอร์สโปรโมชั่นราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 2 หมื่นบาทขึ้นไป ทั้งที่ในอดีตลูกค้าที่เข้าใช้บริการของแบรนด์ดังกล่าวจะสามารถซื้อคอร์สได้ในราคาเริ่มต้นที่ประมาณหลักแสนบาท ซึ่งโปรโมชั่นดังกล่าวค่ายนี้นำมาใช้ได้ประมาณ 2 ปีแล้ว

ต้องติดตามกันต่อไป สำหรับสงครามประจันหน้าระหว่างมารีฟรานซ์ กับ คริสตี้ ฟรองซ์ ที่คราวนี้สู้กันด้วยน้ำหนักตัวและรูปร่างของ 2 สาวนักล่าฝันจากเวทีเอเอฟ ใครจะเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะไปในยกนี้   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us