|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ ฉบับ กันยายน 2551
|
 |

Wells Fargo & Company เป็นอีกผลิตผลหนึ่งของยุคตื่นทองที่อยู่คู่อเมริกามานานกว่า 150 ปี ปัจจุบันถือเป็นสถาบันการเงินที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศในแง่ของสินทรัพย์รวม มีสาขากว่า 5,900 สาขาทั่วโลก มีพนักงาน 160,900 คน ได้รับการจัดอันดับเครดิตจากสถาบันจัดอันดับอย่าง Moody's และ S&P ที่ระดับ AAA นิตยสารฟอร์จูน จัดให้เป็นองค์กรที่มีกำไรสูงสุดเป็นอันดับที่ 17 ของโลก นิตยสาร Financial Times จัดให้เป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับที่ 18 ของโลก...ความสำเร็จนี้มีที่มาที่ไม่ได้เริ่มจากธุรกิจการเงินเพียงอย่างเดียว
ธุรกิจของ Wells Fargo เริ่มต้นในปี 1852 สองปีหลังจากที่แคลิฟอร์เนียรับการสถาปนาเป็นรัฐที่ 31 ของสหรัฐอเมริกา จากการเล็งเห็นการณ์ไกลของ Herry Wells และ William Fargo สองนักธุรกิจผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหาร American Express จากนิวยอร์ก พวกเขาต้องการขยายธุรกิจ Express หรือการส่งไปรษณีย์แบบเร่งด่วนไปสู่ฝั่งตะวันตกมุ่งตรงไปที่ซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นศูนย์กลางของยุค ตื่นทองรวมทั้งเปิดสำนักงานตัวแทนตามเมืองที่ตั้ง ของเหมืองทอง ใช้ชื่อว่า "Wells, Fargo & Co." โดยเริ่มจากธุรกิจส่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นทองคำ หรือสิ่งมีค่าอื่นๆ ไปทั่วอเมริกาและทั่วโลก ควบคู่กับบริการทางการเงินและหลักทรัพย์อีกด้วย เปิดโอกาส ให้ผู้คนสามารถนำทองคำมาขายแลกกับตั๋วแลกเงินที่มีมูลค่าเท่ากับทองคำ
ในขณะนั้น แคลิฟอร์เนียยังไม่มีการกำหนดกฎเกณฑ์ในการก่อตั้งธนาคารหรือสถาบันการเงิน นับเป็นโอกาสทองของ Wells และ Fargo ที่เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกธุรกิจก่อนใคร เบื้องหลังความสำเร็จ ของ Wells Fargo ในยุคเศรษฐกิจอเมริกาที่เฟื่องฟู คือ ม้า 6 ตัวที่ลากรถดั้นด้นข้ามแดนไปมาด้วยความรวดเร็วมั่นคง ที่เรียกว่า "Stagecoach" อันเป็นสัญลักษณ์ของ Wells Fargo มาจวบจนทุกวันนี้ และรถม้าลาก Stagecoach นี่เองกลายเป็นกุญแจ สำคัญในการดำเนินธุรกิจในสมัยนั้นโดยรถม้าจะเข้าไปรับส่งผู้โดยสารและสิ่งของต่างๆ ที่มาจากทุกสารทิศทางรถไฟ เพื่อเดินทางต่อไปยังที่รถไฟเข้าไปไม่ถึง ทำให้ Wells Fargo กลายเป็นเจ้าของและผู้ให้บริการรถม้า Stagecoach รายใหญ่ที่สุดในโลก และเรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมของระบบการขนส่งทางบกในขณะนั้น
หลังจากที่ Wells Fargo ดำเนินธุรกิจในภาคตะวันตกได้เพียงไม่กี่ปี วิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ ได้จู่โจมสถาบันการเงินในแคลิฟอร์เนียในปี 1855 สาเหตุหลักมาจากการเก็งกำไรที่ดินในถิ่นตะวันตก จนทำให้เกิดความตื่นตระหนก ธนาคาร สถาบันการเงินหลายแห่งต้องปิดตัวไป หากทว่า Wells Fargo ยังคงเป็นหนึ่งสถาบันที่สามารถประคับประคองตัวให้อยู่รอดได้ แม้จะต้องสูญเสียสินทรัพย์ ไปถึง 1 ใน 3 ของสินทรัพย์ทั้งหมดที่มีอยู่ ปัจจัยหลักที่ Wells Fargo ฟื้นตัวได้เร็วมาจากการบริหาร ที่มีประสิทธิภาพและสภาพคล่องที่พร้อมให้บริการลูกค้า
วิกฤติในครั้งนั้นสร้างโอกาสให้แก่ Wells Fargo 2 ทางคือ คู่แข่งทางธุรกิจลดลง และสามารถ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้น หลังจากที่ฝ่าวิกฤติไปได้แล้ว Wells Fargo ขยายธุรกิจอย่างทันทีทันใด โดยเริ่มผลิตรถม้า Stagecoach เป็นของตัวเอง ทั้งยังเข้าซื้อกิจการจาก Overland Mail Company ซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ของ Wells Fargo ที่ให้บริการไปรษณีย์ในพื้นที่ตะวันตก ตั้งแต่มิซซูรีไปอาร์คันซอ ไปพื้นที่ของชาวเนทีฟอเมริกัน ไปนิว เม็กซิโก ไปแอริโซนา และจบที่ซานฟรานซิสโก ด้วย รถม้า Stagecoach ที่ก่อตั้งโดย John Butterfield หนึ่งในหุ้นส่วนของ Wells และ Fargo ที่ American Express ในนิวยอร์ก พวกเขาได้ตั้งชื่อสายธุรกิจใหม่ นี้ว่า "Butterfield" เพื่อเป็นเกียรติแด่อดีตหุ้นส่วนของพวกเขา
นอกจากนี้ Wells Fargo ยังเข้าไปเทกโอเวอร์ เส้นทางไปรษณีย์โซนตะวันตกของ "Pony Express" ซึ่งเป็นการบริการเมล์ด่วนด้วยการขี่ม้าส่งสาร นับว่า รวดเร็วกว่าเมล์ทางรถม้า ต่อเมื่อมีวิวัฒนาการก้าวไกล ได้มีการคิดค้นการใช้เครื่องโทรเลข เมื่อมีบริการ โทรเลข Pony Express ก็กลายเป็นตำนานไป แต่ธุรกิจของ Wells Fargo ยังคงขยายเส้นทางอย่างต่อเนื่องควบคู่กับการขยายทางรถไฟ จนที่สุดในปี 1888 Wells Fargo กลายเป็นบริษัทแรกที่ให้บริการ ไปรษณีย์ด่วนครอบคลุมทั่วอเมริกา ทั้งยังมีบริการ "Ocean-to-Ocean" ที่เชื่อมเมืองต่างๆ กว่า 2,500 เมืองใน 25 มลรัฐ
ธุรกิจส่งเมล์เป็นธุรกิจเสริมให้แก่ธุรกิจธนาคาร ของ Wells Fargo มีการเปลี่ยนมือผู้บริหาร มีการควบกิจการหลายครั้งหลายครา เพื่อความอยู่รอดทางธุรกิจ ในปี 1918 บริษัทมีเครือข่ายประมาณ 10,000 แห่งทั่วประเทศ โดยตัวแทนแต่ละแห่งให้บริการตั้งแต่จำหน่ายตั๋วแลกเงิน เช็คเดินทาง การโอนเงินผ่านโทรเลข และการส่งสิ่งของ อย่างไรก็ดี ในปีนั้นเอง เป็นปีที่รัฐบาลเข้ามาเทกโอเวอร์กิจการไปรษณีย์ ส่งผลให้ Wells Fargo เหลือเพียงสายธุรกิจ การเงินการธนาคารที่สืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้
Wells Fargo ในศตวรรษที่ 21 ยังคงความแข็งแกร่ง ภายหลังจากธุรกรรมทางการเงินเข้าควบ กิจการกับธนาคาร Norwest แห่งมินนิโซตา เมื่อปี 1998 ซึ่งในปีนั้น Wells Fargo มีมูลค่าสินทรัพย์เท่ากับ 31.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ จากนั้นเมื่อ Norwest ได้เปลี่ยนชื่อสาขาทุกสาขาเป็น Wells Fargo ทำให้บริษัทเพิ่มสถานะเป็นสถาบันการเงินที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ในสหรัฐฯ ในปีนั้น มีสินทรัพย์เพิ่มเป็น 196 พันล้านเหรียญ และมียอดเงินฝากรวม 130 ล้านเหรียญ
ปัจจุบันจากตัวเลขไตรมาสแรกของปีนี้ Wells Fargo มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 595 พันล้านเหรียญ ในปี 2008 นี้ Wells Fargo มีอายุครบ 156 ปี ยังคงดำเนินธุรกิจดั้งเดิม ด้วยชื่อเดิมและที่ตั้งสำนักงานใหญ่ยังคงอยู่ที่ถนน Montgomery ในซานฟรานซิสโก เช่นเดิมนับจากวันแรกของการดำเนินธุรกิจ
|
|
 |
|
|