Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ สิงหาคม 2535








 
นิตยสารผู้จัดการ สิงหาคม 2535
"เรียล ดอลลาร์ ปัญหาการเงินของเขมร"             
 

   
related stories

"ทำไมจึงแข่งกันเปิดธนาคารที่กัมพูชา?"
"ใครเป็นใครในแบงก์ที่กัมพูชา"

   
search resources

United Nations Transitional Authority in Cambodia
Cambodia
Financing




เศรษฐกิจของกัมพูชาจะเติบโตไปได้ดีเพียงไรขึ้นอยู่กับความสอดคล้องกันระหว่างการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ, สังคม และประชาธิปไตยด้วย

ในส่วนของการพัฒนาด้านการเงินนั้นหัวใจสำคัญอยู่ที่นโยบายการแลกเปลี่ยนเงิน เพราะอัตราแลกเปลี่ยนเงินมีผลต่อต้นทุนสินค้าสั่งเข้า, การลงทุน, ภาวะเงินเฟ้อ ฯลฯ ของกัมพูชา

และผู้ที่มีหน้าที่ในการพัฒนาดังกล่าวนี้ก็คือ "UNITED NATIONS TRANSITIONAL AUTHORITY IN CAMBODIA หรือ UNTAC ซึ่งเป็นหน่วยการที่ควบคุมการทำงานของกระทรวงหลักทั้ง 5 ของประเทศคือ กระทรวงต่างประเทศ, กลาโหม, มหาดไทย, สื่อสาร, และการเงิน UNTAC ต้องจัดการกับปัญหาเงินเฟ้ออันเนื่องมาจากกัมพูชาไม่มีนโยบายแลกเปลี่ยนเงิน ไม่มีกระทั่งนโยบายด้านการเงิน

กัมพูชาเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก มีประชากร 8.5 ล้านคน รายได้ประชากรต่อหัวอยู่ระหว่าง 150-200 ดอลลาร์สหรัฐซึ่งเป็นรายได้ของผู้ที่อยู่ในเขตเศรษฐกิจเท่านั้น

ในขณะที่ประชากรที่อยู่นอกเขตนี้มีอยู่ถึง 9 ใน 10 อัตราภาษีและรายได้คิดเป็น 2% และ 5% ตามลำดับ ซึ่งเป็นเปอร์เซนต์ที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับอัตราเดียวกันนี้ของประเทศที่ด้อยพัฒนามากที่สุดซึ่งอยู่ที่ระดับ 15-25%

ยิ่งไปกว่านั้น กัมพูชายังได้แก้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณเพราะประเทศในยุโรปตะวันออกเลิกให้เงินกู้ยืมอย่างง่าย ๆ ด้วยการพิมพ์ธนบัตรเพิ่ม ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อซึ่งมีอยู่ 10% กว่า ๆ ก่อนปี 1989 พุ่งขึ้นมาเป็น 100% ในปี 1990 และ 150% เมื่อปีที่ผ่านมา

กัมพูชาจึงพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจของประเทศจากระบบที่มีการวางแผนจากส่วนกลางมาเป็นระบบที่อิงกับตลาด เริ่มมาจากปี 1985 ด้วยการแปรรูปรัฐวิสาหกิจและมีการผนวกกิจการกับต่างชาติ

นอกจากนั้นยังมีการยกเลิกการควบคุมราคาและการให้เงินอุดหนุน รวมทั้งแก้ไขระบบแลกเปลี่ยนที่ไม่มีประสิทธิภาพด้วย

แต่การปล่อยวางของรัฐบาลนี่เองกลับทำให้เกิดปัญหาคอร์รัปชั่นขึ้นอย่างกว้างขวางในสมัยนายพลลอนนอล, ความไร้ประสิทธิภาพของกลไกรัฐและค่าจ้างแรงงานต่ำขณะที่ค่าครองชีพสูงขึ้น

แต่ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือความเปลี่ยนแปลงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์กับเรียลในเดือนมกราคมปี 1991 อัตรานี้เป็น 1 ดอลลาร์ต่อ 610 เรียล ในเดือนสิงหาคมอัตราเปลี่ยนไปเป็น 1,315 เรียลต่อดอลลาร์ แล้วลงมาอยู่ที่ 350 เรียลต่อดอลลาร์เมื่อปลายปี ก่อนที่จะสูงขึ้นมาอีกเป็น 1,200 เรียลเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

การที่จะหาคำตอบสำหรับความผันผวนนี้ก็ไม่ใช่จะทำได้ง่าย ๆ เพราะเงินเรียลไม่มีอัตราเงินต่างประเทศหนุนอยู่ และไม่มีตลาดสำหรับเงินเรียลนอกกัมพูชาด้วย

ในช่วงที่อัตราแลกเปลี่ยนผันผวนไปมาก็ไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นที่จะสรุปเป็นสาเหตุได้ นักเศรษฐศาสตร์จึงได้สร้างทฤษฎีหลายทฤษฎีขึ้นมาอธิบายปรากฏการณ์นี้

ทฤษฎีแรกคือทฤษฎีปริมาณเงินซึ่งมีอยู่ว่าความรวดเร็วของการค้าขายระหว่างกันของเงินตราสองสกุลจะถูกกำหนดโดยความแตกต่างของการใช้เงินทั้งสกุลนั้น ถ้าอัตราการใช้เงินของประเทศหนึ่งเพิ่มขึ้นเร็วกว่าอีกสกุลหนึ่ง ค่าของเงินสกุลแรกก็จะตกลง

ในทางกลับกัน ถ้าปริมาณของเงินในประเทศหนึ่งเพิ่มขึ้นไม่มากพอที่จะตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของเงินตราอีกสกุลหนึ่ง ค่าเงินของประเทศนั้นก็จะสูงขึ้น

อีกทฤษฎีหนึ่งเชื่อในความต้องการ คือเชื่อว่าอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรานั้นกำหนดโดยความนิยม ค่าเงินเรียลที่อิงอยู่กับเงินดอลลาร์นั้นเป็นผลมาจากการที่ผู้ถือเงินดอลลาร์อยู่ในมือต้องการซื้อเงินเรียลในราคาเท่าไหร่ ในกรณีของเงินที่แลกเปลี่ยนในตลาดโลกไม่ได้อย่างเงินเรียลนั้น ความต้องการเงินจะถูกกำหนดโดยปริมาณของการค้าระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งในภาวะที่กัมพูชายังใช้ระบบเศรษฐกิจที่ค่อนข้างปิดอยู่ หากความต้องการเงินเรียลมีมากเกินไปก็จะส่งผลถึงอัตราแลกเปลี่ยนทันที

แต่คำอธิบายที่แท้จริงนั้นง่ายกว่าทฤษฎีทั้งสอง และเป็นเรื่องที่โยงอยู่กับปัจจัยสามประการ ประการแรก คือ กัมพูชาไม่ได้พิมพ์เงินของประเทศตน แต่พิมพ์ในรูปของธนบัตรโซเวียต ประการที่สอง หลังการเซ็นสัญญาสันติภาพแล้วรัฐบาลได้ร่วมทุนกับธนาคารต่างชาติ 2 แห่ง ฉะนั้นธนาคารทั้งสองจึงต้องนำเงินจากธนาคารแห่งชาติของกัมพูชามาดำเนินการ

ปัจจัยประการที่สาม คือความต้องการเงินเรียลที่สูงขึ้นอย่างฉับพลันเมื่อมีการแลกเปลี่ยนกับเงินดอลลาร์ เพราะกิจกรรมด้านการเงินทุกอย่างเกิดขึ้นในรูปเงินดอลลาร์ แต่แทนที่ธนาคารต่างชาติทั้งสองแห่งที่อยู่ในกัมพูชาจะปล่อยเงินเรียลออกมาในระบบก็กลับนิ่งเฉย ทำให้ธนาคารกลางขาดเงินสดแต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาเงินขาดสภาพคล่องได้

ภาวะเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อนการเข้ามามีบทบาทของ UNTAC เสียอีก คือในสมัยของฮุนเซน รัฐบาลของฮุนเซนประสบปัญหาการขาดดุลด้านงบประมาณเมื่อประเทศในยุโรปตะวันออกหยุดให้เงินกู้ยืม

แต่ก็แก้ปัญหาด้วยการเก็บภาษีเพิ่มไม่ได้อันเนื่องมาจากเศรษฐกิจของประเทศก็ยังไม่พัฒนาเท่าใดนัก

นอกจากนั้นการเปลี่ยนตัวอย่างรวดเร็วไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่อิงกับตลาด โดยไม่มีการควบคุมรายได้ของรัฐที่ตกลง เพราะกำไรส่วนใหญ่อยู่ในมือของเอกชนก็ทำให้ปัญหายิ่งแย่ลง และที่ร้ายกว่านั้นก็คือหากระดมเงินเข้าไปสนับสนุนภาครัฐล้มเหลวก็อาจนำไปสู่ความล้มเหลวในการสร้างสันติภาพในแถบนี้ได้เช่นกัน

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us