Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน20 สิงหาคม 2551
บจ.กำไรครึ่งปี3แสนล้าน เครือปตท.คว้าแชมป์3อันดับแรก             
 


   
search resources

ภัทรียา เบญจพลชัย
Funds




ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยผลงานบริษัทจดทะเบียนงวดครึ่งแรกปี 51 กำไรสุทธิรวมกว่า 3.1 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนถึง 48% ขณะที่ยอดขายรวมเฉียด 3.8 ล้านล้านบาท กลุ่ม "ปตท." รับอานิสงส์ราคาน้ำมันโลกพุ่ง คว้าแชมป์กำไรสูงสุด 3 อันดับแรก ทั้ง "PTT-PTTEP-TOP" มูลค่ารวม 9 หมื่นล้านบาท ส่วนกลุ่มทรัพยากร-ธุรกิจการเงิน-อสังหาริมทรัพย์ ติดโผกลุ่มอุตสาหกรรมที่กำไรสุทธิสูงสุด 3 อันดับแรก

นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ประจำงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2551 ว่า บริษัทจดทะเบียนมีกำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 312,856 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 48% โดยมีบริษัทที่กำไรสุทธิ 388 บริษัท ขาดทุนสุทธิ 86 บริษัท คิดเป็นสัดส่วน 82 ต่อ 18 และมียอดขายรวมทั้งสิ้น 3,796,969 ล้านบาท ขณะที่ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2551 มีกำไรสุทธิรวม 157,929 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 62%

สำหรับผลการดำเนินงานดังกล่าว มีบริษัทจดทะเบียนแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ รวม 474 บริษัท จากบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด 500 บริษัท รวมกองทุนอสังหาริมทรัพย์ และบริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน (Non-Compliance: NC) และบริษัทในกลุ่มที่แก้ไขการดำเนินงานไม่ได้ตามกำหนด (Non-Performing Group: NPG)

"ผลประกอบการโดยรวมของบจ. ในตลาดหลักทรัพย์ฯ งวด 6 เดือนแรกปี 51 เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน ทั้งในส่วนของกำไรสุทธิและยอดขาย แสดงให้เห็นว่าศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมของธุรกิจในไทยยังมีความเข้มแข็งและมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง" นางภัทรียากล่าว

ส่วนบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม SET100 นั้น มีกำไรสุทธิ 252,565 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 38% ขณะที่ยอดขายเพิ่มขึ้น 31% ขณะที่บริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม SET50 กำไรสุทธิรวม 233,788 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% และมียอดขายเพิ่มขึ้น 33%

หากพิจารณาจากความสามารถทำกำไรสุทธิรายบริษัท พบว่า บริษัทที่มีมูลค่ากำไรสุทธิรวมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บมจ.ปตท. (PTT) กำไรสุทธิ 56,017 ล้านบาท บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) กำไรสุทธิ 21,901 ล้านบาท บมจ.ไทยออยล์ (TOP) กำไรสุทธิ 14,420 ล้านบาท บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) กำไรสุทธิ 14,311 ล้านบาท และ บมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) กำไรสุทธิ 12,606 ล้านบาท

ด้านผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน 8 กลุ่มอุตสาหกรรม (Industry Group) ไม่รวมบริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน (Non-Compliance: NC) และบริษัทในกลุ่มที่แก้ไขการดำเนินงานไม่ได้ตามกำหนด (Non-Performing Group: NPG) จำนวน 453 บริษัท มีกำไรสุทธิรวม 313,823 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46%

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนสามารถเรียงลำดับตามกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีกำไรสุทธิสูงสุด ได้แก่ อันดับแรก กลุ่มทรัพยากร ประกอบด้วย หมวดพลังงานและสาธารณูปโภค และหมวดเหมืองแร่ กำไรสุทธิ 131,018 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 25% อันดับสอง กลุ่มธุรกิจการเงิน ประกอบด้วย หมวดธนาคาร หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ และหมวดประกันภัยและประกันชีวิต กำไรสุทธิ 52,828 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 316%

อันดับสาม กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ประกอบด้วยหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หมวดวัสดุก่อสร้างและ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ มีกำไรสุทธิ 36,381 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 8% อันดับสี่ กลุ่มวัตถุดิบสินค้าอุตสาหกรรม ประกอบด้วย หมวดปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ หมวดวัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร หมวดบรรจุภัณฑ์ หมวดกระดาษและวัสดุการพิมพ์ และหมวดยานยนต์ กำไรสุทธิ 31,470 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 132%

อันดับห้า กลุ่มเทคโนโลยี ประกอบด้วยหมวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กำไรสุทธิ 25,861 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 92% อันดับหก กลุ่มบริการ ประกอบด้วย หมวดพาณิชย์ หมวดสื่อและสิ่งพิมพ์ หมวดการแพทย์ หมวดการท่องเที่ยวและสันทนาการ หมวดบริการเฉพาะกิจ และหมวดขนส่งและโลจิสติกส์ กำไรสุทธิ 21,660 ล้านบาท ลดลง 6%

อันดับเจ็ด กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ประกอบด้วย หมวดอาหารและเครื่องดื่ม และหมวดธุรกิจการเกษตร มีกำไรสุทธิ 10,670 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 164% และอันดับแปด กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ประกอบด้วยหมวดของใช้ในครัวเรือน หมวดของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ หมวดแฟชั่น กำไรสุทธิ 3,934 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36%   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us