|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
บีเอฟเอ็มคาดการณ์ตลาดปีหน้าเสี่ยง ความเชื่อมั่นหดกระทบงานขายเข้าโครงการตึกสูงซบเซา ปรับตัวเร่งขยายตลาดรุกรายย่อย เจ้าของบ้านพักอาศัย บ้านจัดสรรไฮเอนด์ ผ่านดีลเลอร์ทั้งในและต่างจังหวัด เล็งขยายตลาดสู่ประเทศเพื่อนบ้าน เชื่อมั่นปีนี้ยอดขายเป็นไปตามเป้าจากงานป้ายโฆษณา
ภาพรวมของตลาดแผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิทที่เติบโตเฉลี่ยปีละ 5% ถือเป็นภาพของการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และสะท้อนถึงความสนใจของตลาดที่หันมาใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้เพื่อการตกแต่งอาคารภายนอกมากขึ้น โดยการเติบโตของยอดขายส่วนใหญ่มาจากการขายเข้าโครงการในลักษณะของการตกแต่งอาคารสูง ทั้งอาคารสร้างใหม่และอาคารเก่าที่รีโนเวท ซึ่งต้องการเปลี่ยนโฉมอาคารให้มีภาพลักษณ์ของความทันสมัยมากขึ้น
สำหรับยอดขายครึ่งปีแรกของแผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิทไส้กลางกันไฟ ภายใต้แบรนด์ ALPOLIC /fr ผู้ผลิตที่ครองมาร์เกตแชร์อันดับ 1 ของตลาดในสัดส่วน 30% ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังผันผวน ถือว่ายังคงทำได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ คือ 183 ล้านบาท จากเป้าทั้งปี 350 ล้านบาท เติบโตขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่มียอดขาย 118 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการยอดขายเข้าโครงการที่มีการวางสเปคล่วงหน้ามาตั้งแต่ 1-2 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่มีการลงทุนโครงการใหม่อย่างคึกคัก รวมไปถึงการได้ยอดขายจากงานประเภทป้ายโฆษณา เช่น ปั๊มน้ำมัน Jet ทั่วประเทศที่ต้องเปลี่ยนมาใช้แบรนด์เป็น ปตท. ป้ายโชว์รูมรถ ป้ายศูนย์บริการดีแทค เป็นต้น โดยปัจจุบันงานป้ายโฆษณาคิดเป็น 30% ของรายได้รวม และเติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมา 20%
ภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัวหนักในปีนี้ถือเป็นโจทย์ที่ไม่ง่ายนักสำหรับการสร้างยอดขายในครึ่งปีหลังให้เติบโตได้ตามเป้า แต่บีเอฟเอ็มก็พยายามจะสวนกระแสด้วยการเร่งขยายช่องทางไปสู่ตลาดใหม่ๆ เพื่อสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้กศิปัญญ์ ศิริธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีเอฟเอ็ม จำกัด จะคาดการณ์ภาวะตลาดในปีหน้าว่า ตลาดวัสดุก่อสร้างจะเริ่มได้รับผลกระทบจากการลงทุนโครงการใหม่ที่ลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากปีนี้ที่นักลงทุนไม่มั่นใจในสถานการณ์ของไทย จึงยังไม่ตัดสินใจลงทุน
การขยายเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ ที่บีเอฟเอ็มเริ่มทำแล้ว คือ การรุกเข้าสู่กลุ่มลูกค้ารายย่อย บ้านพักอาศัย โดยแตกไลน์สู่สินค้าเพื่อการตกแต่งภายใน ได้แก่ แผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิทชุดลายหินและลายไม้ นอกเหนือจากการใช้งานในการตกแต่งภายนอก เช่น อาคารสูง อาคารพาณิชย์เพียงอย่างเดียว ซึ่งตลาดตอบรับเป็นอย่างดี โดยในปีนี้บริษัทจะเร่งหาตัวแทนจำหน่าย เพื่อเร่งทำตลาดตรงถึงกลุ่มลูกค้ารายย่อย เช่น เจ้าของบ้าน ดีเวลลอปเปอร์ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยเน้นการเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน จากเดิมที่บริษัทเน้นทำตลาดด้วยการขายตรงผ่านผู้รับเหมา สถาปนิก ซึ่งเป็นการทำตลาดเฉพาะกลุ่มลูกค้าโครงการเพียงอย่างเดียว ซึ่งในครึ่งปีแรกยอดขายในส่วนลูกค้ารายย่อยเติบโตขึ้นจากปีที่แล้ว 10% นอกจากนี้ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา พม่า ลาว เพื่อหาดีลเลอร์ท้องถิ่นเป็นผู้แทนจำหน่าย เนื่องจากมิตซูบิชิ เคมีคอล ฟังชันนอล โปรดักส์ อิงค์ ประเทศญี่ปุ่นเจ้าของลิขสิทธิ์ผลิตภัณฑ์สนใจที่จะขยายตลาดให้ครอบคลุมประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ปัจจุบันในตลาดอะลูมิเนียมคอมโพสิทมีมูลค่าตลาดประมาณ 1,200 ล้านบาท หรือ 1.8 ล้าน ตร.ม. โดยมีการใช้งานในตลาดเพียง 10% เท่านั้น ทำให้กศิปัญญ์มองว่า ยังมีช่องว่างให้ตลาดแผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิทเติบโตได้อีกมาก รวมไปถึงการขยายการใช้งานสินค้าให้กว้างและหลากหลายขึ้น นอกเหนือจากการใช้ตกแต่งภายนอก ทำฝ้า เพดาน ผนัง เช่น เฟอร์นิเจอร์ หน้าท็อปเคาน์เตอร์ เป็นต้น โดยมีผิวหน้าวัสดุอื่นๆ ให้เลือกใช้ เช่น สแตนเลส ทองแดง สังกะสี รวมไปถึงสินค้ารุ่นใหม่เคลือบสีลูมิฟอน สำหรับใช้ภายนอกอาคารและสามารถเปลี่ยนสีได้เมื่อโดนแสงแดด ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่มีใช้แล้วในญี่ปุ่น ซึ่งการรุกเข้าสู่ลูกค้ารายย่อยมากขึ้น ทำให้บีเอฟเอ็มต้องเร่งสร้างแบรนด์ และทำ CRM อย่างต่อเนื่องกับกลุ่มเป้าหมาย ภายใต้งบการตลาด 15 ล้านบาทผ่านช่องทางต่างๆ เช่น ออกบูธ จัดสัมมนา ทำวารสาร
|
|
 |
|
|