|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
“คีรี กาญจนพาสน์” ประกาศคืนสังเวียนอสังหาฯ หลังออกจากแผนฟื้นฟู ลั่นอีก 8 ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่ง ส่งบริษัทธนายงฯผนึกบีทีเอส-แอ๊บโซลูท-ฮิบเฮง บุกตลาดอสังหาฯ งัดที่ดิน 6 แปลง ผุดโรงแรม คอนโดฯ เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ชูจุดขายทำเลเด่นกว่าใคร ช็อก!!เปิดโรงแรมพูลวิลลากลางสาทร เช่า30ปี สนนราคาหลังละ 50 ล้านบาท
นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ธนายง จำกัด (มหาชน) หรือ TYONG กล่าวว่า ภายหลังจากออกจากแผนฟื้นฟู กลุ่มบริษัทมีแผนที่จะกลับมารุกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง โดยนำที่ดินในแนวรถไฟฟ้าซึ่งเป็นที่ดินส่วนตัวที่มีอยู่ 6 แปลง ติดสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส 5 สถานี เนื้อที่รวมกว่า 20 ไร่ ราคาเฉลี่ย 1.5- 2.5 แสนบาท/ตารางเมตร(ตร.ม.) มาพัฒนาเป็นโรงแรม คอนโดมิเนียม และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ โดยแบ่งสัดส่วนการพัฒนาเป็นโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์70% ส่วนอีก 30% เป็นคอนโดมิเนียม มูลค่ารวมพันล้านบาท
“หลังจากที่บีทีเอสออกจากแผนฟื้นฟูกิจการ เราได้เริ่มกลับมารุกตลาดอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง หลังจากที่เราประสบกับภาวะวิกฤตทางการเงินจนต้องมีหนี้สินจำนวนมาก ทำให้ต้องชะลอการลงทุนมากว่า 11 ปี แต่หลังจากนี้ เราจะกลับมาใหญ่อีกครั้ง โดยจะนำที่ดินสะสมของตนเองออกมาพัฒนา โดยอาศัยบริษัทในเครือดำเนินการ ซึ่งตอนนี้เราเตรียมแผนทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ต้องรอให้การออกจากแผนฟื้นฟูเรียบร้อยก่อน ต่อจากนี้ธนายง และ บีทีเอส จะร่วมมือกันเชิงธุรกิจมากขึ้น แม้ว่า การพัฒนาโครงการตามแนวรถไฟฟ้าผู้ประกอบการรายอื่นได้ทำมาก่อนแล้ว ขณะที่ธนายงเพิ่งจะเริ่มทำ แต่จะใช้จุดแข็งของบีทีเอส และธนายง ร่วมกันพัฒนาโครงการในรูปแบบที่รายอื่นไม่เคยทำมาก่อน แต่ทั้งนี้จะต้องรอให้ บีทีเอาสามารถออกจากแผนฟื้นฟูในเร็วๆ นี้ก่อน”
ทั้งนี้ การออกจากแผนฟื้นฟูกิจการของบีทีเอสนั้น มีกำหนดชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้รวมทั้งสิ้น 24,000 ล้านบาท แบ่งการชำระออกเป็น 2 ก้อน ก้อนแรกจ่ายทันที 14,000 ล้านบาท ก้อนที่สองจำนวน 10,000 ล้านบาททยอยจ่ายเป็นรายงวด ส่วนเม็ดเงินที่จะนำมาชำระหนี้ รวมถึงผู้ร่วมทุนรายใหม่นั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้
ธนายงฯสร้างฐานธุรกิจให้เข้มแข็ง
ด้านนายกวิน กาญจนพาสน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนายง จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า ธนายงได้อกจากแผนฟื้นฟูเมื่อปีกว่าที่ผ่านมา ส่วนแผนการดำเนินงานนั้นในช่วง 3 ปีแรกนี้ จะเป็นการวางรากฐานของกลุ่มธนายง ด้วยการพัฒนาโครงการที่สร้างรายได้เข้ามาหล่อเลี้ยงกลุ่มบริษัทอย่างต่อเนื่อง การดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นจะประกอบด้วย 3 ส่วนหลักๆ คือ 1.โครงการที่สร้างรายได้ระยะยาว เช่น โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนท์, 2. โครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย และ 3. การรับบริหารโครงการ
“ในช่วง 3 ปีแรกจะเป็นการสร้างฐานรากของธุรกิจให้แข็งแกร่ง แต่หลังจากนั้นเราจะโตอย่างก้าวกระโดดซึ่งในใจอยากขึ้นเบอร์หนึ่งภายใน 8 ปีข้างหน้า และเชื่อว่าเราจะสามารถทำได้ ตอนนี้เรามีความพร้อมในทุกด้าน และจะยังใช้ชื่อธนายงต่อไป เพราะมีแบรนด์และฐานธุรกิจเดิมอยู่แล้ว อีกอย่างตอนที่ธนายงฯล้ม ไม่ใช่เพราะการดำเนินธุรกิจ แต่เป็นเพราะเศรษฐกิจและค่าเงินบาท ” นายกวินกล่าวและว่า
"แบรนด์ธนายงรุ่นคุณพ่อ (คีรี กาญจนพาสน์) ถือเป็นแบรนด์ที่มีความคลาสสิค แต่ในรุ่นผมจะเป็นโมเดิร์นคลาสสิค ที่อาจมีสีสันอื่นเข้าไปแต่งแต้มบ้าง เหมือนผู้หญิงที่ทาแป้งอย่างเดียว ตอนนี้ก็เริ่มทาลิปสติก ต่อไปจะเริ่มปัดแก้มบ้าง”
ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานทั้ง 3 ส่วนดังกล่าวประสบความสำเร็จ บริษัทจึงได้ร่วมกับพันธมิตรธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ มาร่วมดำเนินงาน ซึ่งก่อนหน้านี้ธนายงได้ร่วมกับ Hip Hing Construction Company Limited (Hong Kong) จัดตั้งบริษัท ฮิบเฮง คอนสตรัคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด มีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท ทุนเรียกชำระ 25 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 10 บาท โดยบริษัทธนายงจะถือหุ้น 51% ของทุนจดทะเบียน และ Hip Hing Construction Company Limited (Hong Kong)ถือ 49%
“ฮิบเฮงจะมาช่วยในการก่อสร้างโครงการต่างของบริษัทในเครือ และเมื่อมีการเติบโตได้ในระดับหนึ่งจะสามารถรับงานภายนอกได้ ซึ่งการที่เรามีบริษัทก่อสร้างเองจะทำให้สามารถควบคุมงานก่อสร้างได้ง่าย ทั้งในเรื่องของคุณภาพและเวลา และที่สำคัญต้นทุนก่อสร้างจะถูกกว่าจ้างบริษัทนอก ”
ในส่วนของธุรกิจรับบริหารจัดการโครงการอสังหาฯ บริษัทได้ร่วมกับอดีตผู้บริหารของบริษัท ไมเนอร์ กรุ๊ป ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องการบริหารจัดการธุรกิจโรงแรม ด้วยการจัดตั้งบริษัท แอ็บโซลูท เซอร์วิสเซส จำกัด เพื่อรับวางแผนและบริหารจัดการโครงการโรงแรมและเป็นที่ปรึกษาการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย สำหรับการบริหารจัดการโรงแรมนั้นเริ่มแรกจะใช้เชน ยู ในการบริหารโรงแรมระดับ 3-4 ดาวของในเครือและรับบริหารให้แก่เจ้าของโครงการทั่วไป
ปี51ลุยโครงการใหม่อย่างน้อย4แห่ง
นายกวินกล่าวต่อว่า นอกจากที่ดิน 6 แปลง ที่ธนายงมีแผนจะพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ร่วมกับบีทีเอสแล้ว บริษัทยังมีแผนการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้อีกอย่างน้อย 4 โครงการ ใช้งบลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท ได้แก่ 1.ที่ดินย่านสาทร จำนวน 17 ไร่ จะพัฒนาเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวขึ้นไป และพูลวิลลาให้เช่าระยะเวลาเช่า 30 ปี หลังละประมาณ 50 ล้านบาท
2. ส่วนโครงการโรงแรมที่หาดกมลา ภูเก็ต บริษัทได้ซื้อที่ดินไว้ 480 ไร่ จะเริ่มพัฒนาในปีนี้เช่นกัน โดยจะพัฒนาเป็นโรงแรม 2 ระดับ คือ ระดับ 4 ดาว และ 5 ดาว ขึ้นไป ขณะนี้อยู่ระหว่างหาเชนมาบริหาร 3.ขณะที่บริษัทได้ซื้อที่ดินที่เขาใหญ่ โดยมีเนื้อที่มากกว่า 500 ไร่ เพื่อพัฒนาโรงแรมด้วยเช่นกัน
และ 4. โครงการคอนโดมิเนียมเนื้อที่ 2-3 ไร่ ย่านสุขุมวิท ซอย 60 จำนวนกว่า 100 ยูนิต โดยการพัฒนาคอนโดมิเนียมบริษัทจะแตกต่างไปจากคอนโดมิเนียมทั่วไป ด้วยการนำรูปแบบการให้บริการเหมือนในฮ่องกงมาใช้ เช่น บริการล้างรถ หรือบริการอื่นๆ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกรูปแบบว่าจะนำบริการใดมาใช้บ้าง
“คอนโดฯของเราจะต่างจากคู่แข่ง เราจะให้บริการเพิ่มที่เหนือกว่าเซอร์วิสอพาร์ตเมนท์ แต่จะไม่เท่ากับโรงแรม แต่การให้บริการจะไม่คิดค่าบริการที่สูงเกินจริง บริการบางอย่างจะเป็นการแถมให้ฟรี และจะไม่คิดค่าส่วนกลางเพิ่ม อย่างไรก็ตามลูกค้าจะรู้สึกว่าคุ้มค่ามากที่สุด และโครงการที่สุขุมวิท 60 จะเป็นโครงการนำร่อง”
ส่วนที่ดินบริเวณ สนามบินสุวรรณภูมิ รอบๆโครงการธนาซิตี้ ที่มีเหลือประมาณ 100 ไร่ กระจายโดยรอบ บริษัทมีแผนจะนำมาพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยเช่นกัน สำหรับรูปแบบการลงทุนนั้น จะพัฒนาที่ดินแปลงที่มีศักยภาพสูงสุดในขณะนั้นก่อน หากพิจารณาแล้วว่ามีความเป็นไปได้ของโครงการสูงสุด ไม่ว่าจะมีอยู่แผนการดำเนินงานหรือไม่ก็ตาม
แจงหลังออกแผนฟื้นฟูลุยอสังหาฯเต็มสูบ
ทั้งนี้ นายคีรี ได้เปิดเผยถึง บริษัทรถไฟฟ้ามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ว่า ในอีกสองสัปดาห์บริษัทจะออกจากแผนฟื้นฟูกิจการด้วยการนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ที่มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 24,000 ล้านบาท โดยแบ่งการชำระออกเป็น 2 งวด งวดแรกชำระทันที 14,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือแบ่งชำระเป็นรายงวด ส่วนผู้ร่วมทุนและเม็ดเงินที่จะนำชำระหนี้นั้นขณะนี้ยังไม่สามารถบอกถึงที่มาได้ต้องรอให้ออกจากแผนฯก่อน
อย่างไรก็ตามในส่วนของการลงทุนโครงการรถไฟฟ้านั้น บริษัทมีแผนที่จะประมูลดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้งหมดที่จะเป็นส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้า BTS เพราะเชื่อว่า BTS จะมีความได้เปรียบเพราะเป็นผู้ดำเนินการในปัจจุบัน อีกยังสามารถเชื่อมต่อระบบได้ง่ายหากเป็นเส้นทางต่อเนื่อง
|
|
 |
|
|