Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน7 กรกฎาคม 2551
เศรษฐกิจไทยวิกฤติกว่าปี40             
 


   
search resources

Economics
นลินี ไพบูลย์




นายกสมาคมการขายตรงไทย ระบุเศรษฐกิจไทยปีนี้แย่และน่ากลัวกว่าวิกฤติเศรษฐกิจปี 40 ลั่นใกล้คล้ายซับไพร์มอเมริกา ชี้ครึ่งปีหลังกำลังซื้อผู้บริโภคซึม 2 เท่าตัวในรอบหลายปี อุตฯขายตรงโต 6-7% ต่ำกว่าเป้า ด้านนูสกิน ระบุ เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส มั่นใจคนไทยหาอาชีพที่ 2 เสริมรายได้

แพทย์หญิงนลินี ไพบูลย์ นายกสมาคมการขายตรงไทยสมัยที่ 2 ได้กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจขายตรงครึ่งปีหลังนี้ว่า มีปัจจัยลบที่น่ากังวลหลายประการ ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน และราคาสินค้ามีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้นมีโอกาสที่กำลังการซื้อของผู้บริโภคจะซึมถึง 2 เท่าตัวในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งนับว่าเป็นวิกฤติในรอบหลายปีที่ผ่านมา และมองว่าภาวะเศรษฐกิจในปีนี้ถือว่าแย่ และน่ากลัวกว่าการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ซึ่งผู้ประกอบการเอกชนได้รับผลกระทบเป็นส่วนใหญ่ แต่ครั้งนี้ผู้บริโภคและผู้ประกอบการรายเล็กได้รับผลกระทบ

สำหรับภาวะที่เกิดขึ้นในขณะนี้ทุกอุตฯ ได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด โดยในธุรกิจขายตรงก็ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายเล็กสายป่านไม่ยาวจะยิ่งแย่ คาดว่าทั้งปีธุรกิจขายโดยรวมเติบโต 6-7% จากมูลค่า 45,000 ล้านบาท จากเดิมคาดว่าตลาดจะเติบโต 10% อย่างไรก็ตามในฐานะที่เป็นนายกสมาคมขายตรงไทย สมัยที่ 2 ได้แนะนำในยุคที่ค่าครองชีพสูง ภาวะเศรษฐกิจไม่ดี สถานการณ์การเมืองไทยไม่นิ่งว่า ต้องหาช่องทางการตลาดในรูปแบบใหม่ บริหารต้นทุนทางการเงิน ตลอดจนการเอื้ออำนวยความสะดวกในการลดต้นทุนของนักขาย

“ภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยเวลานี้ คล้ายกับซับไพร์มของอเมริกามาก ตอนนี้เหลือผู้ประกอบการรายใหญ่เท่านั้นที่อยู่ได้ ซึ่งมองว่าการดำเนินชีวิตของคนไทยในขณะนี้ต้องนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปรับใช้ และต้องรู้จักบริหารจัดการทรัพยากร โดยใช้สติปัญญาและประสบการณ์”

ทั้งนี้ผลพวงจากต้นทุนการผลิตที่ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทได้ปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น 5-10 บาท ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามคาดว่าทั้งปีผลประกอบการบริษัทเติบโต 10% ส่วนครึ่งปีแรกเติบโต 10.78% จากเป้าเติบโต 10%

ด้านนางภคพรรณ ลีวุฒินันท์ บริษัท นูสกิน กล่าวว่า บริษัทได้ปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น 3-5% ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เนื่องจากต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น 5-10% อย่างไรก็ตามคาดว่าจะตรึงราคาไว้จนถึงสิ้นปี ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจครึ่งปีหลังน่าจะแย่กว่าครึ่งปีแรก แต่บริษัทมองว่าเป็นโอกาสมากกว่า เพราะเศรษฐกิจไม่ดี คนต้องการหาอาชีพที่ 2 เพื่อเป็นรายได้เสริม ดังนั้นจึงเพิ่มงบการตลาด 10% ของยอดขายในการกระตุ้น ตลอดจนการเพิ่มรางวัลเพื่อกระตุ้นแรงจูงใจให้กับนักขาย โดยรายได้ทั้งปีตั้งเป้าโต 10% จาก 1,200 ล้านบาท

นายกคนใหม่โฟกัสเรื่องกม.

แพทย์หญิงนลินี กล่าวในฐานะที่เป็นนายกสมาคมการขายตรงไทย ในสมัยที่ 2 ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2551- มิถุนายน 2553 หรือในช่วง 2 ปีนี้ว่า ทางสมาคมฯ จะมุ่งโฟกัสเกี่ยวกับกฎหมายใหม่ๆที่มีความเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขายตรงให้แก่สมาชิก อาทิ การนำพรบ.ใหม่ที่จะนำมาใช้ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2552 ตลอดจนการช่วยสมาชิกให้รอดพ้นวิกฤติเศรษฐกิจ ล่าสุดได้เข้าเป็นสมาชิกในสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งมี 101 สมาคมเข้าร่วม แบ่งเป็น 9 กลุ่มด้วยกัน โดยสมาคมการขายตรงไทยได้รับเลือกให้เป็นประธานกลุ่มอุตสาหกรรม ทำหน้าที่รับฟังข้อมูล ปัญหาและข้อเสนอแนะต่างๆ   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us