|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
นายกสมาคมการขายตรงไทย ระบุเศรษฐกิจไทยปีนี้แย่และน่ากลัวกว่าวิกฤติเศรษฐกิจปี 40 ลั่นใกล้คล้ายซับไพร์มอเมริกา ชี้ครึ่งปีหลังกำลังซื้อผู้บริโภคซึม 2 เท่าตัวในรอบหลายปี อุตฯขายตรงโต 6-7% ต่ำกว่าเป้า ด้านนูสกิน ระบุ เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส มั่นใจคนไทยหาอาชีพที่ 2 เสริมรายได้
แพทย์หญิงนลินี ไพบูลย์ นายกสมาคมการขายตรงไทยสมัยที่ 2 ได้กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจขายตรงครึ่งปีหลังนี้ว่า มีปัจจัยลบที่น่ากังวลหลายประการ ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน และราคาสินค้ามีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้นมีโอกาสที่กำลังการซื้อของผู้บริโภคจะซึมถึง 2 เท่าตัวในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งนับว่าเป็นวิกฤติในรอบหลายปีที่ผ่านมา และมองว่าภาวะเศรษฐกิจในปีนี้ถือว่าแย่ และน่ากลัวกว่าการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ซึ่งผู้ประกอบการเอกชนได้รับผลกระทบเป็นส่วนใหญ่ แต่ครั้งนี้ผู้บริโภคและผู้ประกอบการรายเล็กได้รับผลกระทบ
สำหรับภาวะที่เกิดขึ้นในขณะนี้ทุกอุตฯ ได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด โดยในธุรกิจขายตรงก็ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายเล็กสายป่านไม่ยาวจะยิ่งแย่ คาดว่าทั้งปีธุรกิจขายโดยรวมเติบโต 6-7% จากมูลค่า 45,000 ล้านบาท จากเดิมคาดว่าตลาดจะเติบโต 10% อย่างไรก็ตามในฐานะที่เป็นนายกสมาคมขายตรงไทย สมัยที่ 2 ได้แนะนำในยุคที่ค่าครองชีพสูง ภาวะเศรษฐกิจไม่ดี สถานการณ์การเมืองไทยไม่นิ่งว่า ต้องหาช่องทางการตลาดในรูปแบบใหม่ บริหารต้นทุนทางการเงิน ตลอดจนการเอื้ออำนวยความสะดวกในการลดต้นทุนของนักขาย
“ภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยเวลานี้ คล้ายกับซับไพร์มของอเมริกามาก ตอนนี้เหลือผู้ประกอบการรายใหญ่เท่านั้นที่อยู่ได้ ซึ่งมองว่าการดำเนินชีวิตของคนไทยในขณะนี้ต้องนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปรับใช้ และต้องรู้จักบริหารจัดการทรัพยากร โดยใช้สติปัญญาและประสบการณ์”
ทั้งนี้ผลพวงจากต้นทุนการผลิตที่ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทได้ปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น 5-10 บาท ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามคาดว่าทั้งปีผลประกอบการบริษัทเติบโต 10% ส่วนครึ่งปีแรกเติบโต 10.78% จากเป้าเติบโต 10%
ด้านนางภคพรรณ ลีวุฒินันท์ บริษัท นูสกิน กล่าวว่า บริษัทได้ปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น 3-5% ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เนื่องจากต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น 5-10% อย่างไรก็ตามคาดว่าจะตรึงราคาไว้จนถึงสิ้นปี ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจครึ่งปีหลังน่าจะแย่กว่าครึ่งปีแรก แต่บริษัทมองว่าเป็นโอกาสมากกว่า เพราะเศรษฐกิจไม่ดี คนต้องการหาอาชีพที่ 2 เพื่อเป็นรายได้เสริม ดังนั้นจึงเพิ่มงบการตลาด 10% ของยอดขายในการกระตุ้น ตลอดจนการเพิ่มรางวัลเพื่อกระตุ้นแรงจูงใจให้กับนักขาย โดยรายได้ทั้งปีตั้งเป้าโต 10% จาก 1,200 ล้านบาท
นายกคนใหม่โฟกัสเรื่องกม.
แพทย์หญิงนลินี กล่าวในฐานะที่เป็นนายกสมาคมการขายตรงไทย ในสมัยที่ 2 ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2551- มิถุนายน 2553 หรือในช่วง 2 ปีนี้ว่า ทางสมาคมฯ จะมุ่งโฟกัสเกี่ยวกับกฎหมายใหม่ๆที่มีความเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขายตรงให้แก่สมาชิก อาทิ การนำพรบ.ใหม่ที่จะนำมาใช้ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2552 ตลอดจนการช่วยสมาชิกให้รอดพ้นวิกฤติเศรษฐกิจ ล่าสุดได้เข้าเป็นสมาชิกในสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งมี 101 สมาคมเข้าร่วม แบ่งเป็น 9 กลุ่มด้วยกัน โดยสมาคมการขายตรงไทยได้รับเลือกให้เป็นประธานกลุ่มอุตสาหกรรม ทำหน้าที่รับฟังข้อมูล ปัญหาและข้อเสนอแนะต่างๆ
|
|
 |
|
|