
บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป รู้ก่อน 6 เดือนล่วงหน้า ตลาดออฟชอร์จะเกิดขึ้นในเมืองไทย ทำให้บริษัทเตรียมพร้อมวางระบบเทคโนโลยีหลังบ้านตั้งแต่ตุลาคมปีที่ผ่านมา "สุชาย สุทัศน์ธรรมกุล" กรรมการผู้จัดการบอกว่า บริษัทพร้อมแล้ว 80-90 เปอร์เซ็นต์
บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นโบรกเกอร์ระดับภูมิภาค (regional broker) ที่มีบริษัทแม่อยู่ประเทศสิงคโปร์ และบ่อยครั้งที่นำบริการใหม่ๆ เข้าไปเปิดในตลาดทุน จนทำให้กลายเป็นผู้นำหลายต่อหลายครั้งและบริการออฟชอร์ เช่นเดียวกัน เรียกได้ว่าเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่เปิดให้บริการในประเทศไทยเป็นรายแรก การทำงานของฟิลลิปในเมืองไทย ไม่ได้โดดเดี่ยว เพราะฟิลลิป มีเครือข่ายกระจายอยู่ทั่วโลก มีสำนักงาน 30 แห่งใน 11 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ สิงคโปร์, มาเลเซีย, ไทย, ฮ่องกง, อินโดนีเซีย, ศรีลังกา, สหราชอาณาจักร, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, ฝรั่งเศส และจีน ทำให้การทำงานเชื่อมโยงกันในระดับภูมิภาคและระดับโลกกลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับบริษัทแห่งนี้
การมีสำนักงานกระจายอยู่ทั่วโลก ทำให้มีข้อมูลพื้นฐานและเข้าใจกฎระเบียบในแต่ละประเทศ กลายเป็นจุดแข็งของฟิลลิป ความได้เปรียบของบริษัทฟิลลิป จึงมีมากกว่าบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งในเมืองไทย เพราะบริษัทนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ บวกกับประสบการณ์ที่อยู่ในเมืองไทยมา 33 ปี ทำให้บริษัทแห่งนี้เดินล้ำหน้า บริษัทอื่นๆ หรือแม้แต่หน่วยงานรัฐบางแห่ง
โดยเฉพาะระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) บริษัทฟิลลิปเป็นรายแรกที่นำระบบการซื้อขายหุ้นผ่านอินเทอร์เน็ต (Internet Trading) เข้ามาใช้บริการหรือก่อนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบบดังกล่าวเรียกว่า ระบบ POEMS (Phillip's Online Electronic Mart System)
นักลงทุนไทยคงยังไม่ลืมว่า การนำระบบซื้อขายหุ้นผ่านอินเทอร์เน็ตมาใช้เมื่อ 5 ปีก่อน ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ การลงทุนของนักลงทุนไทยขนาดไหน และมูลค่าการซื้อขายหุ้นที่เพิ่ม สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ก็ได้รับการยอมรับกันแล้วว่ามีผลจากการที่มีการซื้อขายผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ก่อผลไม่แตกต่างจากการ นำระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาใช้ในการซื้อขาย เมื่อเกือบ 20 ก่อน
(รายละเอียดอ่านเรื่อง "The 3rd Generation" นิตยสารผู้จัดการ ฉบับเดือนธันวาคม 2546 หรือใน www.gotomanager.com)
ระบบโพเอ็มส์ของฟิลลิปเป็นระบบที่ลงทุนได้ตลอด 24 ชั่วโมง ในการซื้อขายหุ้น รายงานสดราคาหลักทรัพย์ แสดงกราฟ รายงานการวิเคราะห์ และข้อมูลทางการเงิน และระบบนี้จะถูกนำมาใช้ในบริการออฟชอร์ เพราะเป็นระบบที่ใช้ต้นทุนต่ำที่สุดที่ใช้ในการติดต่อ สื่อสาร และตลาดออฟชอร์เป็นเรื่องใหม่สำหรับนักลงทุนไทย หรือแม้แต่บริษัทหลักทรัพย์ที่ต้องเร่งพัฒนาบุคลากรด้านนี้ให้เกิดขึ้น บริษัทฟิลลิปจัดตั้งทีมงานออฟชอร์ขึ้น ปัจจุบันมีพนักงาน 3 คน คนไทย 2 คน และสิงคโปร์อีก 1 คน คือ วรรัตน์ ปังวรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายลงทุนออฟชอร์ ศจี ศรีสัตตบุตร และเกรย์ลี่ ชาน บุน ล็อค ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ เป็นบุคลากรภายในที่ถูกฝึกขึ้นมาให้ดูแลตลาดนี้โดยเฉพาะ หน้าที่หลักของทั้ง 3 คนคือ ให้คำแนะนำ กฎระเบียบของแต่ละประเทศ วิธีการซื้อขาย และข้อมูลพื้นฐานเบื้องต้น แต่นักลงทุน จะต้องเลือกซื้อหุ้นด้วยตัวเอง
กฎของบริษัทจะไม่ให้คำแนะนำเลือกซื้อหุ้นในตลาดออฟชอร์! บริษัทฟิลลิปเองยอมรับว่าไม่มีบุคลากรที่จะรู้จักตลาดทุกแห่ง ในโลก และการให้คำปรึกษา วิเคราะห์หุ้นในเชิงลึกจะต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก การลงทุนในระยะแรก บริษัทไม่ต้องการความเสี่ยงสูง และเจ็บตัวตั้งแต่แรก
ความเสี่ยงในการเล่นตลาดออฟชอร์ นักลงทุนจะต้องวิเคราะห์ ข้อมูลด้วยตัวเอง เป็นข้อเสียเปรียบของการไปลงทุนในต่างประเทศ ที่จะเข้าใจได้ยาก โดยเฉพาะเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันในแต่ละประเทศจะมีผลกระทบกับหุ้นมากน้อยแค่ไหน และการประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศ คนที่เล่นหุ้นท้องถิ่นย่อมประเมินได้ชัดเจนกว่า นักลงทุนที่อยู่ห่างไกล เพราะอยู่ห่างไกลทำให้ประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยาก แม้ว่าจะมีระบบข่าวสารที่รวดเร็วผ่านระบบอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันก็ตาม เพราะบริษัทหลักทรัพย์จะไม่มีบทวิเคราะห์เชิงลึกให้กับนัก ลงทุน เป็นเพราะว่าข้อมูลในต่างประเทศที่เป็นการวิเคราะห์เจาะลึก จะมีการซื้อขายกันในราคาที่แพง
ค่าเงินที่มีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่า และค่าธรรมเนียมที่จ่ายหลายจุด
ฟิลลิปจะเริ่มเปิดให้บริการออฟชอร์อย่างเป็นทางการในวันที่ 22 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ จากที่ผ่านมาได้มีการอบรมนักลงทุนในเดือน พฤษภาคมและมิถุนายนให้ทั้งลูกค้าของบริษัทและนักลงทุนทั่วไป
ตลาดที่เปิดให้บริการในระยะแรกมีทั้งหมด 6 ประเทศ จำนวน 8 ตลาด อาทิ ฮ่องกง ตลาด HKSE, สิงคโปร์ ตลาด SEX, มาเลเซีย ตลาด KLSE, ญี่ปุ่น ตลาด TSE, ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตลาด LSE, สหรัฐอเมริกา มี 3 ตลาด AMEX, NASDAG และ NYSE วิธีการนำเงินไปลงทุนเพื่อซื้อหุ้นในต่างประเทศ บริษัทฟิลลิป ในประเทศไทยจะนำเงินไปฝากไว้ที่ฟิลลิปสิงคโปร์ ในสกุลดอลลาร์สิงคโปร์ ก่อนนำไปลงทุนในหุ้นทั่วโลก แต่กรณีนักลงทุนที่ไม่ได้ตัดสินใจซื้อหุ้นที่ใดที่หนึ่ง ภายใน 90 วัน บริษัทจะแนะนำให้ลูกค้านำเงินไปลงทุนในตั๋วเงินคลังสิงคโปร์ หรือ (T-Bills) เพื่อไม่ให้เข้าสู่เงื่อนไขของแบงก์ชาติที่กำหนดไว้ว่า หากเงินที่ไปลงทุนในต่างประเทศ หรือลงในหุ้น ไม่มีการเคลื่อนไหวภายใน 90 วัน ให้นำเงินลงทุนกลับเข้ามาในเมืองไทย
เป็นกฎระเบียบใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลง หลังจากที่ฟิลลิปได้รับฟังความคิดเห็นจากนักลงทุน เพราะนักลงทุนบางรายไม่ต้องการลงทุนใน T-Bills โดยก่อนหน้านั้นฟิลลิปมีเงื่อนไขให้นักลงทุนต้องลงใน T-Bills ก่อนนำเงินไปลงทุนในหุ้นอื่นๆ ต่อไป
ส่วนการลงทุนใน T-Bills บริษัทให้เหตุผลว่า นักลงทุนจะมีรายได้จากดอกเบี้ยและประหยัดค่าใช้จ่ายในการโอนเงิน ไม่ให้เข้าไป อยู่ในเงื่อนไขของ ก.ล.ต. และไม่ต้องส่งเงินเข้าออกหลายครั้ง การลงทุนใน T-Bills ถือว่าเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งของบริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป และบริษัทยังได้แนะนำวิธีการลงทุนหลากหลายรูปแบบ ให้กับนักลงทุนในงานสัมมนาที่จัดขึ้นหลายๆ ครั้ง ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา
สุชาย สุทัศน์ธรรมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป บอกว่า ช่วงเวลานี้เป็นจังหวะและโอกาสในการเรียนรู้ของนักลงทุนช่วงหนึ่ง เพราะเมื่อสถานการณ์โดยรวมทั่วโลกดีขึ้น นักลงทุน ก็จะมีประสบการณ์ที่จะลงทุนได้อย่างคล่องตัว แม้ว่าบริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิปจะเตรียมความพร้อมทั้งฝ่ายการ ตลาดและวางระบบเทคโนโลยี แต่ก็คาดหวังภายใน 6 เดือนจนถึงสิ้นปี นี้จะมีลูกค้ามาใช้บริการประมาณ 100 คน แม้ว่าระบบอินเทอร์เน็ต จะรองรับลูกค้ามากกว่า 1,000 รายก็ตาม เพราะบริษัทมองว่าลูกค้าต้องใช้เวลาเรียนรู้ และปัจจุบันได้เปิดทดลองให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ผ่านอินเทอร์เน็ตทดลองเล่นเกมซื้อขายออฟชอร์ผ่านระบบโพเอมส์
"นักลงทุนที่สนใจลงทุนในตลาดออฟชอร์ จะต้องมีความรู้และ ประสบการณ์ในการเล่นหุ้นมาก่อน และมีความรู้ภาษาอังกฤษ เพราะข้อมูลทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด แต่ออฟชอร์จะง่ายกว่าอนุพันธ์ ลูกค้าไม่งงการซื้อขาย แต่จะงงเรื่องกฎระเบียบและเรื่องภาษี เรื่องนี้ จะถูกถามมาก ส่วนเงินลงทุนเริ่มต้นได้ตั้งแต่ 5 แสนบาท" สุชายบอกกับ "ผู้จัดการ"
เขายังแนะนำว่า ลูกค้าที่เริ่มลงทุนต้องดูข้อมูลเบื้องต้น ดูประเทศ หรือมองหุ้น ETF หุ้นตัวใหญ่ หากพลาดก็พลาดไม่มาก จนกระทั่งมีความคุ้นเคยในการลงทุนหุ้นตัวใหญ่ หลังจากนั้นจึงลงไปเล่นหุ้นตัวเล็ก คำแนะนำของสุชายที่ให้นักลงทุนระมัดระวังในการเล่นหุ้นใน ต่างประเทศ เพราะเขารู้ดีว่า การเป็นรายแรกเปรียบเหมือนดาบสองคม
ถ้าหากนักลงทุนประสบความสำเร็จในการเล่นในตลาดออฟชอร์ บริษัทก็ย่อมได้รับการยอมรับ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกค้าพลาด บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิปก็มีโอกาสหมดความน่าเชื่อถือไปด้วยเช่นเดียวกัน และบริษัทหลักทรัพย์รายอื่นๆ ย่อมไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปอย่างแน่นอน เมื่อบริษัทแห่งนี้พลาดท่า
ส่วนระบบเทคโนโลยีของฟิลลิปในไทย เป็นระบบที่ถูกใช้แบบ เดียวกันในสิงคโปร์มาตั้งแต่แรก แต่ได้ถูกพัฒนาให้รองรับบริการออฟชอร์ โดยเฉพาะระบบหลังบ้าน (back office) ที่ได้ถูกปรับปรุงให้ สามารถบริหารวิธีการส่งเงิน ซึ่งระบบนี้ได้ถูกพัฒนาและทดลองใช้ในเดือนมิถุนายนนี้ การลงทุนด้านระบบใช้เงินทุนไม่มากนัก ระบบหลักมีอยู่แล้ว ซึ่งจะแตกต่างจากบริษัทหลักทรัพย์รายใหม่ที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนสูงหากเริ่มจากศูนย์
ออฟชอร์เป็นบริการที่มีการซื้อขายหุ้นตลอด 24 ชั่วโมง บริษัทหลักทรัพย์จะมีเจ้าหน้าที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงประจำอยู่สิงคโปร์ แต่จะตอบคำถามได้เฉพาะกรณีระบบเทคโนโลยีขัดข้อง หรือไม่สามารถ ส่งคำสั่งซื้อขายเท่านั้น จะไม่มีให้คำปรึกษาเรื่องการซื้อขายหุ้น ในขณะที่บริษัทในเมืองไทยจะสามารถให้บริการได้ในช่วงกลางวัน ส่วนจะให้บริการในช่วงกลางคืนได้ก็ต่อเมื่อมีนักลงทุนปริมาณเพียงพอ
ความพร้อมในฐานะรายแรกๆ ของบริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิปในเมืองไทย ที่มุ่งไปสู่ตลาดออฟชอร์นั้น ความสำเร็จไม่ได้วัดกันว่าการมาก่อน หรือมีเทคโนโลยีที่พร้อมจะบ่งบอกว่าบริษัทแห่งนี้จะประสบความสำเร็จก่อนรายอื่นๆ นับเป็นความท้าทายของบริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิปเป็นอย่างยิ่ง
|