Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน1 กรกฎาคม 2551
อสังหาฯขนาดกลางสภาพคล่องหด             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด

   
search resources

เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์, บมจ.
Real Estate




เอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้ ชึ้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลางรอดยาก หวั่นขาดสภาพคล่อง หลังแหล่งระดมทุนปิดทั้งตลาดทุนและตลาดเงิน พร้อมแนะเลือกซื้อหุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่มีอัตราหนี้สินต่อทุนต่ำ และทีมผู้บริหารมืออาชีพ คาดกำไรสุทธิปีนี้โต 30% สูงกว่าการเติบโตรายได้ เหตุได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

นายภูมิพัฒน์ สินาเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวางแผนและพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ AP เปิดเผยว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์จะมีอัตราการเติบโตสอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจ หากเศรษฐกิจมีการเติบโตชะลอตัวธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะชะลอเช่นกัน แต่ถ้าปี 51 นี้ เศรษฐกิจมีการขยายตัวลดลงจากเป้าหมายที่ 5% มาอยู่ที่ 4.5-4.6% ถือว่ายังเติบโตในระดับที่ดี แต่หากจีดีพีลดลงอยู่ที่ 3% ถือว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เข้าสู่ขั้นวิกฤต

สำหรับปัจจัยเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้นนั้น ไม่ค่อยมีผลกระทบกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากนัก เพราะการเติบโตของธุรกิจดังกล่าวจะอิงกับการเติบโตของจีดีพีมากกว่า หากเศรษฐกิจโตดี แต่อัตราดอกเบี้ยช่วงขาขึ้น ยอดขายบ้านและคอนโดมิเนียมยังสามารถขายได้ดีอยู่ แต่หากดอกเบี้ยขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี จะทำให้การขายที่พักอาศัยไม่ดีตามไปได้

"อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์จะมีการเติบโตตามการเติบโตของจีดีพี ทำให้มีการซื้อขายที่ดี แต่การที่ดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นนั้น จะไม่ค่อยมีเท่าไร เพราะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะอิงกับจีดีพีมากกว่าดอกเบี้ย เชื่อหากจีดีพีปีนี้ 4.5-4.6% ก็ยังมีการเติบโตที่ดี แม้จะมีการชะลอบ้างแต่หากจีดีพีอยู่ที่ 3% ถือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะแย่"นายภูมิภัฒน์ กล่าว

ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป คือ นิยมซื้อที่พักอาศัยเปลี่ยนมาซื้อย่านในเมืองมากขึ้น เพราะสามารถประหยัดในเรื่องค่าน้ำมันและยังมีการเดินทางที่สะดวกและรวดเร็ว รวมถึงผู้บริโภคจะเลือกซื้อกับผู้ประกอบการรายใหญ่มากขึ้น จากที่กระแสเงินสดที่สูงเพียงพอในการดำเนินงานและมีความมั่นคงทำให้มีส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เกตแชร์) เพิ่มขึ้น

นายภูมิพัฒน์ กล่าวว่า จากการที่ธนาคารพาณิชย์มีการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้น และการระดมทุนทางตลาดตราสารหนี้ ทำให้ยากขึ้น จากผลตอบแทนพันธบัตรมีความผันผวนและนักลงทุนต้องการได้รับดอกเบี้ยที่สูงขึ้น จึงทำให้บริษัทผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ฯมีการระดมทุนที่ยากทำให้ต้องมีการปิดกิจการไป ส่วนบริษัทผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็กก็อาจจะอยู่ได้ เพราะ มีการทำโครงการเล็กไม่ใหญ่มาก ส่วนในเรื่องการควบรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นคงจะไม่เกิดขึ้น แต่อาจจะมีการเห็นที่มีผู้ขายโครงการต่อให้ผู้ประกอบการอีกรายนำไปพัฒนาต่อ

ทั้งนี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีหลังนั้น เชื่อว่าความต้องการซื้อบ้าน คอนโดฯของประชาชนยังดีอยู่จากเศรษฐกิจมีการเติบโตที่ดี แต่ประชาชนจะใช้เวลาในการตัดสินใจในการซื้อที่ช้าลงจากเดิม จากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยนักลงทุนที่จะเข้าลงทุนในหุ้นอสังหาริมทรัพย์นั้น ควรเลือกลงทุนโดยพิจารณาจากทีมผู้บริหารของบริษัทที่มีวิสัยทัศน์ที่ดี เพราะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีความผันผวนหากทีมผู้บริหารมีการตัดสินใจที่ไม่ถูกต้องก็จะได้รับผลกระทบ และควรเลือกลงทุนในหุ้นที่มีหนี้สินต่อทุนที่ต่ำกว่า 1% ซึ่งบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯมีค่า D/Eไม่ถึง 1 %

นายภูมิพัฒน์ กล่าวว่า บริษัทคาดกำไรสุทธิปีนี้เพิ่มขึ้น 30% จากปี 2550 ที่มีกำไรสุทธิ 899.22 ล้านบาท เนื่องจาก บริษัทได้รับผลประโยชน์ที่ได้รับการลดภาษีการโอนและภาษีธุรกิจเฉพาะ ซึ่งบริษัทจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในไตรมาส2/51 และเติบโตตามรายได้ปีนี้ที่จะเพิ่มขึ้น 15% จากปี2550ที่มีรายได้ 7,851 ล้าบาท เพราะ บริษัทจะรับรู้รายได้จากโครงการปีที่ผ่านมาที่จะมีการโอนในปีนี้ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวเฮาส์ และคอนโดประมาณ 4,000 ล้านบาท และมีรายได้ที่จะรับรู้จากการเปิดโครงการใหม่ในปีนี้ และบริษัทได้มีการปรับเพิ่มราคาขายอีก 4-5%ในโครงการใหม่และในพื้นที่มีคู่แข่งน้อยราย

สำหรับในครึ่งปีหลังบริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่10 โครงการ มูลค่า 15,000 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดฯ4 โครงการ และที่เหลือทาวน์เฮาส์และบ้านเดี่ยว ซึ่งในปีนี้ทั้งปีบริษัทจะเปิดโครงการใหม่รวม 15 แห่ง มูลค่ารวมประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยในปีนี้บริษัทจะมีการซื้อที่ดินใหม่เพื่อพัฒนาโครงการจำนวน 3,000 ล้านบาท ซึ่งใช้เงินซื้อที่ดินไปแล้วจำนวน 1,700-1,800 ล้านบาท   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us