Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์23 มิถุนายน 2551
ซีลวาเนีย ลอนช์หลอดซูเปอร์ผอมส่ง T5 เจาะตลาดรีเพลสเมนต์             
 


   
search resources

Electric
ฮาเวลส์ ซีลวาเนีย (ประเทศไทย), บจก.




ซีลวาเนียรุกตลาดหลอดซูเปอร์ผอม T5 ปะทะฟิลิปส์ เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงานมากขึ้น โดยลอนช์ หลอดเรโทร T5 เพื่อเจาะตลาดรีเพลสเมนต์ ตั้งเป้ายอดขายแสนหลอดในปีแรก คิดเป็นมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

การเติบโตของธุรกิจหลอดไฟและอุปกรณ์แสงสว่าง ที่ผ่านมามักมีอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยเท่ากับ GDP ของประเทศ ซึ่งถือว่าน้อย ดังนั้นค่ายผู้ผลิตอุปกรณ์แสงสว่างจึงหันมาให้ความสำคัญกับตลาดโครงการ เนื่องจากก่อนหน้านี้ ภาคอสังหาริมทรัพย์มีโครงการต่างๆเกิดขึ้นมากมายจึงเป็นโอกาสให้ตลาดหลอดไฟสามารถสร้างยอดขายให้เติบโตกว่าระดับ GDP ตลอดจนภาคอุตสาหกรรมต่างหันมาให้ความสนใจในการเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าให้มีการประหยัดพลังงานมากขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีแสงสว่างรุ่นใหม่ต่างชูคุณสมบัติในการประหยัดพลังงานไฟฟ้า แต่ก็มีราคาที่สูงกว่าหลอดรุ่นเก่า ส่งผลให้ตลาดมีโอกาสเติบโตมากขึ้น ทว่าปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์เริ่มชะลอตัวเนื่องจากวิกฤตราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ส่งผลให้ต้นทุนการก่อสร้างสูงขึ้น

ประกอบกับปัจจุบันมีเทคโนโลยีแสงสว่างรุ่นใหม่ออกมาเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคมากขึ้นส่งผลให้ตลาดอุปกรณ์แสงสว่างในส่วนของโฮมยูสมีการเติบโตไม่แพ้ตลาดโครงการ ตลาดอุปกรณ์แสงสว่างที่เคยมีมูลค่า 5,000 กว่าล้านบาทมานานหลายปี เริ่มขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 6,000 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการที่หลายๆค่ายต่างโปรโมตหลอดประหยัดไฟเพื่อมาทดแทนหลอดไส้รุ่นเก่า โดยใช้กลยุทธ์ด้านราคาในการเข้าถึงผู้บริโภคโดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่มีปริมาณการใช้หลอดไส้ค่อนข้างมาก ถ้าสามารถทำให้ตลาดเหล่านั้นสวิตชิ่งมาใช้หลอดตะเกียบได้จะสร้างมูลค่าให้ตลาดโตขึ้น 5 เท่า โดยราคาเฉลี่ยของหลอดตะเกียบอยู่ที่ 100 บาท ขณะที่หลอดไส้มีราคาประมาณ 20 บาท

ทว่าปัจจุบันการแข่งขันค่อนข้างรุนแรงส่งผลให้มีการทำโปรโมชั่นกันอย่างหนัก โดยก่อนหน้านี้ฟิลิปส์เป็นรายแรกที่ดัมป์ราคาหลอดตะเกียบให้ต่ำกว่า 100 บาท เพื่อตีกันคู่แข่งก่อนจะหันไปโหมตลาดโครงการ ส่วนในปีที่ผ่านมาฟิลิปส์ใช้การเอ็ดดูเคตให้ผู้บริโภคหันมาเปลี่ยนหลอดประหยัดไฟโดยไม่ต้องรอให้หลอดไฟรุ่นเก่าเสีย โดยชูจุดขายในเรื่องของการประหยัดพลังงาน ซึ่งทำให้ผู้บริโภคคืนทุนจากการประหยัดค่าไฟได้ภายใน 1-2 เดือน ขณะเดียวกันก็มีการทำโปรโมชั่นลดราคาหลอดตะเกียบจาก 135 บาท เหลือ 80 บาท ซึ่งส่งผลให้สัดส่วนการขายหลอดตะเกียบของฟิลิปส์ขยับจาก 31% มาเป็น 50% ของรายได้ในกลุ่มธุรกิจอุปกรณ์แสงสว่าง

ในขณะที่ออสแรมก็มีการรุกตลาดอย่างหนัก โดยปีนี้มีการใช้พรีเซ็นเตอร์ “แพนเค้ก” พร้อมโปรโมชั่นซื้อหลอดตะเกียบ 1 หลอด แถม 1 หลอด ราคา 135 บาท นอกจากนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตยังนำหลอดตะเกียบออกมาวางจำหน่ายในราคา 55 บาทเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนที่ใช้หลอดไส้ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านหลอดให้หันมาใช้หลอดประหยัดไฟมากขึ้น

และเนื่องจากหลอดประหยัดไฟรุ่นใหม่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าหลอดรุ่นเก่า ส่งผลให้ระยะเวลาในการซื้อหลอดใหม่เพื่อทดแทนหลอดเก่าที่เสื่อมสภาพไป หรือตลาดรีเพลสเมนต์ ยาวนานขึ้น ดังนั้นเพื่อให้ธุรกิจมีการเติบโตที่ต่อเนื่องจึงต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีแสงสว่างแบบใหม่ๆเพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคได้เปลี่ยนหลอดใหม่ก่อนที่หลอดเก่าจะเสื่อมสภาพ หรืออาจจะเป็นการเพิ่มหลอดใหม่เพื่อใช้ประโยชน์ที่แตกต่างจากหลอดเดิมที่มีอยู่

ล่าสุดมีการนำหลอดซูเปอร์ผอมหรือหลอด T5 เข้ามาทำตลาดในเมืองไทย โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ฟิลิปส์ได้ประกาศทุ่มงบกว่า 200 ล้านบาท ลอนช์หลอดไฟรุ่นใหม่หลายประเภท โดยหลอด T5 เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่มาพร้อมกับชุดโคมรางสำเร็จรุ่น Easy for Life ซึ่งประหยัดไฟกว่าหลอดผอมทั่วไป 25% นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาโคมไฟติดเพดานรุ่นพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับหลอด T5 โดยเฉพาะ

แต่เนื่องจากหลอด T5 มีความยาวน้อยกว่าหลอดผอมที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน จึงยังเป็นเรื่องยากที่จะทำการรีเพลสเมนต์ตลาดในทันที เพราะต้องมีการเปลี่ยนชุดรางหลอดไฟ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายและยุ่งยาก อีกทั้งยังต้องใช้เวลา

ดังนั้นซีลวาเนีย จึงส่งหลอดซูเปอร์ผอม T5 ที่มาพร้อมกับชุดอะแดปเตอร์ที่สามารถต่อเข้ากับชุดรางหลอดไฟทั่วไปได้ทันที ซึ่งหากซีลวาเนียสามารถเจาะตลาดรีเพลสเมนต์ได้ ก็จะสามารถสร้างยอดขายได้อย่างก้าวกระโดด เพราะปัจจุบันครัวเรือนไทยมีประมาณ 20 ล้านครัวเรือน ประมาณกันว่าในแต่ละครัวเรือนจะต้องมีหลอดฟลูออเรสเซนต์รุ่นเก่าประมาณ 5-10 หลอด จึงมีโอกาสที่จะเจาะตลาดรีเพลสเมนต์ได้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านหลอด

โดยหลอด T5 ที่ซีลวาเนียนำเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย มี 2 ขนาดคือ 28 วัตต์ และ 14 วัตต์ ซึ่งมีความสว่างเทียบเท่าหลอดผอม 36 วัตต์และ 18 วัตต์ โดยมีราคา 450 บาท และ 300 บาทตามลำดับ ซึ่งเป็นราคาที่รวมอะแดปเตอร์ที่บรรจุบัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส์ แต่ถ้าซื้อหลอดเปล่าจะมีราคาอยู่ที่ 100 บาทและ 70 บาท จึงถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตลาดอย่างมากเพราะหลอดผอมในปัจจุบันมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 20-40 บาท ในขณะที่อายุการใช้งานของหลอด T5 ยาวนานถึง 20,000 ชั่วโมง มากกว่า หลอด T8 ที่มีอายุการใช้งานเพียง 10,000 ชั่วโมง

ทั้งนี้ หลอด T5 ที่ซีลวาเนียนำเข้ามาทำตลาดมี 2 ประเภทคือ Retro T5 ที่มาพร้อมชุดอะแดปเตอร์สำหรับเจาะตลาดรีเพลสเมนต์ ส่วนอีกประเภทคือ Nuvo T5 ซึ่งมาพร้อมชุดโคมไฟสำหรับใช้กับหลอด T5 โดยเฉพาะ เพียงต่อเข้ากับขั้วไฟก็ใช้งานได้ ซึ่งหลอดประเภทนี้กำลังถูกนำเสนอผ่านโครงการใหม่ๆ เช่น อาคารสำนักงาน และยังสามารถนำไปใช้เป็นไฟตกแต่งร้านค้า หรือเป็นไฟซ่อนตามซอกหลืบช่วยสร้างบรรยากาศให้กับบ้านหรือร้านค้าได้ดี

“น้ำมันแพง ส่งผลต่อเนื่องให้ค่าไฟแพง คนก็หันมาประหยัดพลังงานกันมากขึ้น อย่างยอดขายหลอดไส้ของเราลดลงถึง 50% ในขณะที่หลอดตะเกียบโตขึ้น ตลาดต่อไปคือหลอดฟลูออเรสเซนต์ซึ่งมีมากถึง 80% ของปริมาณหลอดไฟที่ผู้บริโภคใช้อยู่ ซึ่ง T5 จะทำให้ผู้บริโภคประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานมากขึ้น” ทัตพงศ์ ภัทรพงศ์ศรี ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายตลาดในประเทศ ฮาเวลส์ ซีลวาเนีย (ประเทศไทย) กล่าว

ซีลวาเนียเน้นการจัดกิจกรรมโรดโชว์เพื่อเอ็ดดูเคตให้ผู้บริโภครับรู้ถึงความคุ้มค่าจากการใช้หลอดซูเปอร์ผอมซึ่งจะคุ้มทุนในระยะเวลา 1 ปีครึ่ง โดยในการจัดโรดโชว์จะมีทั้งการเจาะตลาดโฮมยูสผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรดและร้านค้าตัวแทนจำหน่าย ส่วนตลาดโครงการจะมีการจัดสัมมนาให้ความรู้แก่ผู้ออกแบบ วิศวกร ตลอดจนการเจาะตลาดโรงงานผ่านศูนย์ประชาสัมพันธ์ในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ

โดยบริษัทตั้งเป้าว่าในปีนี้จะสามารถสร้างยอดขายหลอดซูเปอร์ผอม T5 ได้ 100,000 หลอด คิดเป็นมูลค่าประมาณ 30 ล้านบาท ขณะที่หลอดผอม T8 รุ่นเก่า ที่คาดว่าจะขายได้ 1,000,000 หลอด คิดเป็นมูลค่า 30 ล้านบาท ทั้งนี้หากคิดเป็นสัดส่วนในเชิงปริมาณ หลอด T5 จะมีสัดส่วนเพียง 10% แต่หากคิดในเชิงมูลค่าจะสูงถึง 50% จากยอดขายหลอดฟลูออเรสเซนต์ของซีลวาเนีย โดยบริษัทให้ความสำคัญกับช่องทางจำหน่ายใน 3 ช่องทางหลักเท่าๆกันคือ โมเดิร์นเทรด ดีลเลอร์ และโปรเจกต์

เช่นเดียวกับฟิลิปส์ที่เน้นการให้ความรู้กับลูกค้าโดยในการสร้างตลาดไลติ้ง โซลูชั่น ฟิลิปส์ ปีนี้ได้จัดงานสัมมนาภายใต้ชื่อ Big Blue Day ครั้งที่ 1 ซึ่งแตกต่างจากการสัมมนาที่ผ่านมาซึ่งเน้นในเรื่องของการออกแบบใช้แสงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสด แต่ในการสัมมนาครั้งนี้จะเน้นการสร้างโซลูชั่นของแสงซึ่งถ้าใช้โคมไฟของฟิลิปส์ร่วมด้วย ก็จะช่วยประหยัดพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพของแสงให้เพิ่มขึ้น

โดยการจัดสัมมนาถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการสร้างประสบการณ์ให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกแบบระบบแสงได้สัมผัสได้รับรู้ถึงเทคโนโลยีแสงสว่างของฟิลิปส์ ซึ่งในปีนี้จะเพิ่มความถี่มากขึ้นจากเดิมที่จัดปีละ 5 ครั้ง ส่วนงาน Big Blue Day ที่เริ่มในปีนี้เชื่อว่าจะมีผู้เข้าร่วมงาน 1,000 คน ทั้งลูกค้าโครงการ นักออกแบบแสงสว่าง วิศวกรไฟฟ้า ตัวแทนภาครัฐและเอกชน ตลอดจนดีลเลอร์ ซึ่งครอบคลุมตลาดแสงสว่าง 5 กลุ่มประกอบด้วย บ้าน อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า โรงงานอุตสาหกรรม และไฟนอกอาคารอย่างไฟถนน

นอกจากการส่งหลอดซูเปอร์ผอมเจาะตลาดโฮมยูสแล้ว ทั้งซีลวาเนีย และฟิลิปส์ยังมีแผนที่จะส่งหลอดไฟประเภทอื่นๆเข้ามาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคโดยเน้นการประหยัดพลังงาน เช่น หลอด Ecotone High Switch ประหยัดไฟ 80% สามารถเปิดปิดได้บ่อยถึง 15,000 ครั้ง อายุใช้งาน 10,000 ชั่วโมง เหมาะกับจุดที่ต้องเปิดปิดไฟบ่อยๆอย่างห้องน้ำ นอกจากนี้ยังใช้ Emotional Marketing เพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคซื้อหลอดไฟเพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในส่วนของการประดับหรือสร้างบรรยากาศภายในบ้าน เช่น หลอดแอลอีดีรุ่นเดโค และยังมี Imageo Candle ที่ให้แสงเหมือนเทียนกระพริบอยู่ในถ้วยแก้ว ส่วนซีลวาเนียก็มีหลอด ไมโครลิงค์แอลอีดี รุ่นใหม่ และหลอดไบรต์สปอต ที่จะมาแทนที่หลอดฮาโลเจน โดยหลอดรุ่นใหม่จะประหยัดพลังงานและให้แสงสว่างมากกว่า อีกทั้งยังลดความร้อนในร้านซึ่งช่วยให้เครื่องปรับอากาศทำงานน้อยลง ลดการใช้พลังงานได้อีกต่อหนึ่ง   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us