การเมืองกระทบแผนการลงทุน พันธมิตรต่างชาติชะลอตัดสินใจ ต้นทุนก่อสร้างพุ่ง ทีซีซีปรับนโยบายเน้นลงทุนแบบ Conservative เทคโอเวอร์โครงการเก่าถูกกว่าสร้างใหม่
สถานการณ์การเมืองไทยที่ร้อนระอุขึ้นมาอีกครั้ง กลายเป็นสิ่งที่กระทบต่อความเชื่อมั่นอีกระลอกหนึ่ง แม้กระทั่งเครือข่ายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของเจ้าพ่อน้ำเมา “เจริญ สิริวัฒนภักดี” ที่ครอบคลุมทั้งโรงแรม ศูนย์การค้า และที่อยู่อาศัยก็เริ่มรู้สึกหวั่นๆ กับสถานการณ์ขณะนี้เช่นกัน เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หนึ่งในหัวเรือใหญ่ทีซีซียอมรับว่าทำให้การตัดสินใจของลูกค้า และรวมไปถึงแผนการดึงกลุ่มทุนต่างชาติที่อยู่ระหว่างการเจรจาให้เข้ามาพัฒนาแลนด์แบงก์แปลงงามนับหมื่นไร่ของทีซีซี แลนด์เดินไปได้ช้ากว่าที่คาด
“ตอนนี้การเมืองไม่ค่อยดี เลยค่อนข้างกังวล เพราะบางโครงการส่วนใหญ่เป็นลูกค้าต่างชาติซื้อ แต่เรามองว่าคงจะเห็นผลกระทบชัดๆ กับยอดขายในอีก 4-5 เดือนข้างหน้า ส่วนธุรกิจโรงแรมแม้ตอนนี้ยังไม่มีลูกค้าแจ้งยกเลิกห้อง Occupancy ยังอยู่ในระดับ 60-70% แต่หากสถานการณ์รุนแรงขึ้นก็น่าเป็นห่วง” โสมพัฒน์ ไตรโสรัส กรรมการบริหาร บริษัท ทีซีซี แลนด์ จำกัด กล่าว
ภาพรวมความเชื่อมั่นที่เริ่มเลวร้ายลง บวกกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว ทำให้แผนการลงทุนก็ทีซีซีที่ก่อนหน้านี้เป็นภาพของการเดินเกมธุรกิจที่มีย่างก้าวรวดเร็วแบบ Aggressive ต้องปรับให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปมากขึ้น ซึ่ง โสมพัฒน์บอกว่า การลงทุนโครงการใหม่ๆ 4-5 โครงการที่จะนำเสนอต่อบอร์ดของบริษัทฯ ในช่วงนี้อาจจะมีบางโครงการที่ต้องชะลอไปก่อน โดยโครงการที่เลือกลงทุนจะต้องคิดเรื่องผลตอบแทนแบบ Conservative เอาไว้ก่อน และต้องเป็นการลงทุนที่ไม่เสี่ยงจนเกินไป แต่สำหรับโครงการที่อนุมัติไปแล้วก่อนหน้านี้ก็ยังจะเดินหน้าตามแผนต่อไป
นอกจากนี้ความไม่เชื่อมั่นที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อการเจรจาหาพันธมิตร เพื่อเข้ามาพัฒนาโครงการมาสเตอร์แปลน หรือแลนด์แบงก์ใหญ่แปลงต่างๆ ของทีซีซี นอกจากนี้ผลกระทบจากวิกฤตซับไพรม์ในอเมริกา ก็ทำให้กลุ่มทุนยังไม่กล้าตัดสินใจ โดยแลนด์แบงก์ที่ชะอำ 10,000 ไร่ อยู่ระหว่างให้ Edaw ที่มีประสบการณ์จากที่ดูไบ จีน เข้ามาดูแลเรื่องการวางผังรวมใหญ่ โดยจะเริ่มจากการวางสาธารณูปโภค ปรับปรุงดินในส่วน 1,000 ไร่หน้าหาดเป็นเฟสแรก ส่วนที่ดินบางไทรจะพัฒนาเป็นสนามกอล์ฟและศูนย์กระจายสินค้า
สำหรับต้นทุนเหล็กที่ขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง และกระทบจนทำให้ต้นทุนไม่นิ่ง โสมพัฒน์กล่าวว่า อาจจะทำให้ช่วงนี้การลงทุนสร้างโรงแรมหรือศูนย์การค้าแห่งใหม่น้อยลง แต่จะเน้นการเข้าไปรีโนเวทปรับโฉมโครงการเก่า จัดพื้นที่ใหม่ ซึ่งใช้งบน้อยกว่าการสร้างใหม่ ที่สำคัญคืนทุนได้เร็วกว่า และทำให้ผลตอบแทนดีขึ้น โดยมีแผนจะรีโนเวทศูนย์การค้าต่างๆ เช่น ตะวันนา บางกะปิ, บางลำพู บางโพ รวมไปถึงพันธุ์ทิพย์ ศูนย์ไอทีที่จะปัดฝุ่นให้โมเดิร์นขึ้น เข้ากับยุคสมัยที่กระแสไอทียังมาแรง
ส่วนโรงแรมราคาประหยัด ภายใต้แบรนด์น้องใหม่ “อิมม์” ก็ยังเดินแผนจะขยายไปยังจังหวัดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งการสร้างใหม่หรือเข้าไปเทคโอเวอร์ โดยจะลงทุนที่สมุยและหัวหิน ใช้งบลงทุน 140 ล้านบาท และยังสนใจจะขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ เพิ่ม เช่น โคราช, ขอนแก่น, อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน, เกาะพงัน เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการห้องพักราคาถูก นอกจากนี้ยังมีแผนการตลาดแบบ Direct Marketing กับลูกค้าองค์กร เจาะกลุ่มบริษัทที่มีพนักงานขายที่ต้องไปติดต่องานตามจังหวัดต่างๆ
|