จับตา 2 เพลเยอร์อสังหาฯ ไฮเอนด์ ไรมอน แลนด์ฯ เร่งระดมทุนพัฒนา 5 โครงการหรู พร้อมยื่นข้อเสนอดึงพันธมิตรลงทุนรายโปรเจกต์ เผยยอดขายเดอะ ริเวอร์ตึกแรก 90% ราคาขายทะลุ 1.3 แสนต่อ ตร.ม. เมเจอร์ฯ รุกคืบตลาดท่องเที่ยว เปิดตัวคอนโดซุปเปอร์ลักชัวรี่แห่งแรกในพัทยา
จากรายงานวิจัยคอนโด โฟกัสของไรมอนแลนด์ล่าสุดที่ระบุว่า ตลาดคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ยังมีโอกาสและแนวโน้มที่จะเติบโตได้อีกมาก เห็นได้จากยอดขายและราคาขายต่อ ตร.ม. ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ยูนิตใหม่ที่เปิดขายในปี 2550 กว่า 33% มีราคาขายสูงกว่า 100,000 บาทต่อ ตร.ม. แม้จะมีปัจจัยลบรอบด้านมากระทบตลาดรวม ในขณะที่ตลาดในเมืองท่องเที่ยวก็ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยปีที่แล้วพัทยามีการเปิดตัวยูนิตใหม่สูงสุดถึง 67% และมีราคาขายเฉลี่ย 96,332 บาทต่อ ตร.ม. สูงที่สุดในบรรดาเมืองท่องเที่ยวทั้งหมด สะท้อนว่าดีมานด์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไฮเอนด์ยังคงแข็งแกร่ง ทำให้ไรมอน แลนด์ และเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ 2 ดีเวลลอปเปอร์ที่ปักหลักรุกตลาดบน ยังมีความมั่นใจที่จะเดินหน้าพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง และดูเหมือนว่าทั้งสองฝ่ายก็พร้อมจะเดินเกมรุกที่หนักกว่าเดิม แม้ว่าภาวะตลาดยังอยู่ในภาวะผันผวนมากกว่าปีที่ผ่านๆ มา
ไรมอน แลนด์เร่งระดมทุน
หลังจากได้ 2 พันธมิตรใหม่ คือ Istithmar และ IFA HR จากตะวันออกกลางที่มีทั้งทุนมหาศาลและประสบการณ์พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ทำให้ไรมอน แลนด์เดินหน้าทยอยพัฒนาโครงการหรูอย่างต่อเนื่อง แต่โครงการที่พัฒนาเป็นโครงการขนาดใหญ่ ต้องใช้เม็ดเงินลงทุนสูง จึงจำเป็นต้องระดมทุนเพิ่มด้วยการขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน 1,370 ล้านหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเก่า ราคาหุ้นละ 1 บาท ในอัตราส่วน 2:1
ไนเจิล เจ. คอร์นิค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ ได้เตรียมขอมติผู้ถือหุ้นในการอนุมัติให้ Istithmar และ IFA HR ซึ่งเดิมถือหุ้นอยู่ 662 ล้านหุ้น หรือ 24.18% มีสิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนเพิ่มในสัดส่วน 340 ล้านหุ้น ในกรณีที่หุ้นเพิ่มทุนในสัดส่วนของชาวต่างชาติเหลือขาย แต่ทั้งนี้จะทำให้ Istithmar และ IFA HR ถือหุ้นในสัดส่วนไม่เกิน 49% ตามเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดไว้ และหากหุ้นในสัดส่วนของคนไทยเหลือขาย จะนำไปเสนอขายให้แก่นักลงทุนไทยแบบเฉพาะเจาะจงต่อไป โดยจะนำเงินไปลงทุนพัฒนาคอนโดมิเนียม 4 โครงการ ได้แก่ The River มูลค่า 13,000 ล้านบาท, 185 Rajdamri มูลค่า 9,800 ล้านบาท, The Loft Southshore หาดวงอำมาตย์ พัทยา มูลค่า 4,700 ล้านบาท, Edge มูลค่า 3,700 ล้านบาท และ Amalfi วิลล่ารีสอร์ตที่ภูเก็ต มูลค่า 4,000 ล้านบาท
บางโครงการของไรมอน แลนด์ถือว่ามีศักยภาพสูงในการลงทุน เพราะตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมือง จึงทำให้มีนักลงทุนให้ความสนใจที่จะเข้ามาร่วมทุนในลักษณะรายโครงการ เช่น 185 Rajdamri บริเวณสถานทูตกัมพูชาเก่าที่คาดว่าราคาขายน่าจะเปิดตัวที่ 3 แสนบาทต่อ ตร.ม.ขึ้นไป หากผ่าน EIA แล้ว บริษัทฯ ได้ยื่นข้อเสนอให้ Lehman Brothers ที่ให้ความช่วยเหลือด้านการเงินสำหรับซื้อที่ดินแปลงนี้มีสิทธิเข้ามาลงทุนในโครงการในสัดส่วน 25% ในรูปของการออกหุ้นกู้
ส่วนโครงการ The River โครงการที่ใหญ่ที่สุดของไรมอน แลนด์ ขณะนี้มียอดขายตึก 1 แล้ว 95% หรือ 355 ยูนิต คิดเป็น 48% ของโครงการทั้งหมด 2 อาคาร รวม 838 ยูนิต ราคาขายเฉลี่ยขยับขึ้นจากช่วงเปิดตัวที่ 1.1 แสนบาทต่อ ตร.ม. เป็น 1.3 แสนบาทต่อ ตร.ม. โดยห้องแบบเพนต์เฮ้าส์สามารถทำราคาได้สูงถึง 3.7 แสนบาทต่อ ตร.ม. คาดว่าเมื่อโครงการแล้วเสร็จราคาขายจะขยับขึ้นอีก โดยไนเจิลกล่าวว่า สถานการณ์ภายนอกยังไม่กระทบการตัดสินใจซื้อของตลาดบน
เมเจอร์ฯรุกหนักเมืองท่องเที่ยว
ในส่วนของเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์หลังจากเดินหน้ารุกตลาดซุปเปอร์ลักชัวรี่โครงการแรกที่ ซ.สุขุมวิท 31 ผ่านบริษัทร่วมทุนกับ AIG พร้อมกับจับตาดูสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด ก็ตัดสินใจเปิดตัวโครงการรีเฟล็คชั่น จอมเทียน บีช พัทยา คอนโดมิเนียมสูง 54 และ 41 ชั้น รวม 330 ยูนิต มูลค่าโครงการ 3,300 ล้านบาท บนที่ดิน 10 ไร่ริมหาดจอมเทียน ชูจุดเด่นของโครงการด้วยการเจาะตลาดซุปเปอร์ลักชัวรี่ เจาะกลุ่มเป้าหมายระดับ A+ เป็นโครงการแรกในพัทยา ราคาขายเฉลี่ย 1 แสนบาทต่อ ตร.ม. เน้นสิ่งอำนวยความสะดวกในระดับโรงแรม 6 ดาว ซึ่งสุริยา พูลวรลักษณ์ กรรมการผุ้จัดการ เชื่อมั่นว่าโครงการจะได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี เห็นได้จากแนวโน้มการขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเขตอีสเทิร์นซีบอร์ดที่มากถึง 1 ใน 3 ของประเทศ โดยเฉพาะที่พัทยามีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาเยือนไม่ต่ำกว่า 4 ล้านคนต่อปี ทำเลที่ใกล้กรุงเทพฯ สะดวกในการเดินทาง ทำให้มีดีมานด์ในการซื้อบ้านพักตากอากาศ และซื้อเพื่อการลงทุน ทั้งจากคนไทย ชาวต่างชาติที่ทำงานในย่านนิคมอุตสาหกรรม และนักท่องเที่ยว กำลังซื้อขยับไปที่ตลาดบนมากขึ้น เห็นได้จากราคาขายเฉลี่ยต่อตร.ม. ของตลาดพัทยาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการนี้มียอดพรีเซลจากกลุ่มลูกค้าเก่าแล้ว 40% ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ โดยมีแผนจะนำโครงการไปโรดโชว์ในประเทศต่างๆ ด้วย ทั้งนี้เมเจอร์ฯ เชื่อมั่นในจุดแข็งของรูปแบบโครงการ และความได้เปรียบในการเจาะกลุ่มลูกค้าคนไทย ซึ่งเมเจอร์ฯ มีความถนัดมากกว่าดีเวลลอปเปอร์รายอื่นๆ ที่อยู่ในตลาดเดียวกัน
|