Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน28 พฤษภาคม 2551
PFออกหุ้นกู้พันล. เร่งก่อสร้างดันโอน ทันมาตรการภาษี             
 


   
www resources

โฮมเพจ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค

   
search resources

พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค, บมจ.
ธีระชนม์ มโนมัยพิบูลย์
Real Estate




เพอร์เฟคฯ เล็งขออนุมัติบอร์ดออกหุ้นกู้แปลงสภาพ 1,000 ล้านบาท ขายต่างชาติ หวังนำเงินเร่งงานก่อสร้างโครงการ ให้เสร็จทันมาตรการภาษี สิ้นมี.ค.ปี52 ระบุลดค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 4% เตรียมขึ้นราคาขายคอนโดฯ15% บ้านเดี่ยว 2% ทาวน์เฮาส์ 5% แจงต้นุทุนโดยรวมปรับขึ้น 20-30% โดยเฉพาะเหล็กพุ่งกว่า 20%

นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท พร็อพเพอร์ติ้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF กล่าวว่าในวันที่ 20 มิ.ย.นี้ บริษัทเตรียมขออนุมัติที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร เพื่อขอออกหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือวอแรนท์ จำนวน30 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อเสนอขายแบบเจาะจงให้กลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งขณะนี้มีผู้สนใจจากนักลงทุน 3 ประเทศ คือ สิงคโปร์ สหรัฐฯ และ ฮ่องกง โดยคาดว่าจะสามารถเสนอขายได้ภายในไตรมาสที่ 3 นี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ PF ได้มีการขออนุมัติบอร์ดอนุมัติออกหุ้นกู้แบบปกติจำนวน 2,000 ล้านบบาท ซึ่งจะสามารถนำออกขายในตลาดได้ในไตรมาส 3 เช่นกัน

ทั้งนี้ การออกหุ้นกู้แปลงสภาพจำนวน 30 ล้านเหรียญสหรัฐฯนั้น เพื่อนำเงินไปใช้เร่งรัดการก่อสร้างโครงการต่างๆที่อย่าระหว่างการดำเนินการเพื่อให้สามารถโอนให้กับลูกค้าได้ทันกับมาตรการทางภาษีของรัฐบาลที่จะหมดอายุในสินเดือน มี.ค.52 ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่าย และค่าใช้จ่ายในการบริหารการขาย (SG&A)ได้ถึง 4%

“การออกหุ้นกู้แปลงสภาพเพื่อนำเงินมาใช้เร่งงานก่อสร้างโครงการนั้น จะทำให้บริษัทมีลอบหมุนเวียนสต็อกสินค้าในแต่ละไลน์คล่องตัวขึ้น และจะช่วยให้บริษัทสามารถเพิ่มแบล็คล็อคยอดขายเพื่อรอรับรู้รายได้ในไตรมาส1/ 52 และทันมาตรการทางภาษีของภาครัฐฯ และจะทำให้บริษัทมียอดรับรู้เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ทั้งปี”

อย่างไรก็ตามแนวโน้มการปรับตัวของราคาวัสดุก่อสร้างและราคาน้ำมันที่ต่อเนื่องส่งผลให้ต้นทุนการพัฒนาโครงการใหม่ปรับตัวสูงขึ้นไปด้วย โดยนับจากปีที่ผ่านมาต้นทุนการก่อสร้างบ้านเดี่ยวมีการปรับตัวสูงขึ้นกว่า 15% ในขณะที่ต้นทุนการก่อสร้างบ้านเดี่ยวปรับตัวสูงขึ้น 15-20% ส่วนต้นทุนการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมมีการปรับตัวขึ้น 30-35%

สำหรับสาเหตุที่ต้นทุนโครงการคอนโดมิเนียมปรับตัวสูงกว่า 30-35% นั้นเนื่องจาก ราคาขายที่ดินซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการพัฒนาโครงการปรับตัวสูงขึ้น 2-3 เท่าตัว ในขณะที่ราคาเหล็กซึ่งเป็นวัสดุก่อสร้างหลักของโครงการคอนโดมิเนียมปรับตัวสูงขึ้นมาแล้วกว่า 20% จากเดิมที่ก่อนหน้านั้นราคาขายเหล็กต่อกิโลกรัมอยู่ที่ 25บาทเพิ่มเป็น 40 บาทต่อกิโลกรัม และคาดว่าจะปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ 45 บาทต่อกิโลกรัม

นายธีระชน กล่าวว่า จากการปรับตัวของต้นทุนการพัฒนาโครงการดังกล่าว ทำให้บริษัท มีแผนจะปรับราคาขายโครงการอาคารชุดขึ้น 15% ในไตรมาสที่ 3 และปรับราคาขายบ้านเดี่ยวขึ้นอีก 2% ในไตรมาส 3 ของปี นอกจากนี้ยังมีแผนจะปรับราคาขายทาวน์เฮาส์เพิ่มขึ้น 5% ไตรมาส 3 เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามการปรับราคาขายสินค้าดังกล่าวจะมีการปรับราคาขายอีกครั้งในช่วงไตรมาสแรกของปี 52 เพื่อรองรับต้นทุนใหม่ สำหรับราคาขายโครงการคอนโดมิเนียมโครงการใหม่นั้นบริษัทจะปรับขึ้นตามต้นใหม่ทันที

“การปรับตัวของต้นทุนการก่อสร้างใหม่ที่ยังมีแนวโน้มต่อเนื่องอยู่นั้น ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคปรับตัวตามไปด้วย ทำให้ในช่วงที่ผ่านมา PF มีการปรับตัวในการพัฒนาสินค้าใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง และในปี51 นี้บริษัทมีนโยบายการปรับสัดส่วนการพัฒนาโครงการใหม่โดยหันมาเพิ่มสัดส่วนการพัฒนาโครงการทาวน์เฮาส์เพิ่มเป็น 10% จากเดิมมีสัดส่วน8% เพิ่มสัดส่วนการพัฒนาโครงการอาคารชุดเป็น 30%จากเดิมมีสัดส่วนการพัฒนา 20% และลดสัดส่วนการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวลงมาเหลือ 55% จากเดิมมีสัดส่วนการพัฒนา 70% ในขณะที่ปรับสัดส่วนพัฒนาโครงการบ้านแฝดเพิ่มเป็น 5% จากเดิมมีสัดส่วนการพัฒนา 2%”

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนจะเปิดตัวโครงการใหม่จากเดือน มิ.ย.51-ไตรมาสแรกปี52 รวม 7โครงการเพื่อรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยที่ปรับตัวไปตามต้นทุนการเดินทางและต้นทุนการก่อสร้าง รวมถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยโครงการดังกล่าวประกอบด้วยโครงการอาคารชุดแบรนด์ เมทโทร พาร์ค 3 โครงการ มูลค่ารวม 12,000 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการเมทโทรพาร์ค สาทร เฟส3, เมทโทรพาร์ค สุขุมวิท และโครงการเมทโทรพาร์ค รัชดาภิเษก ส่วนที่เหลืออีก 4 โครงการเป็นโครงการแนวราบ มูลค้ารวม 8,534 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการบ้านเดี่ยว เพอร์เฟค พาร์ค สุวรรณภูมิ, โครงการทาวน์เฮาส์ วิลล่า พระราม9 –พัฒนาการ โครงการเพอร์เฟค เพลส ราชพฤกษ์ และโครงการ เพอร์เฟค มาสเตอร์พีช พระราม9-พัฒนาการ   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us