|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
นายกสมาคมบลจ. เผยแผนการดำเนินงานแรกสานต่อนโยบายเดิมจับมือกับตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้า “โครงการให้เงินทำงานผ่านกองทุนรวม” ต่อไป เพราะถือเป็นหนึ่งโครงการที่ดีให้แก่นักลงทุนและผู้ประกอบการด้วย พร้อมเร่งสนับสนุนกองทุนอาร์เอ็มเอฟ และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อประโยชน์ในยามเกษียณของผู้ถือหน่วย และพัฒนาอุตสาหกรรมกองทุนรวมในอนาคตให้เติบโตอย่างยั่นยืน และเป็นเสาหลักในการพัฒนาประเทศ
นางวรวรรณ ธาราภูมิ นายกสมาคมบริษัทจัดการกองทุน (สมาคม บลจ.) และกรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บัวหลวง จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน 2551 ที่ผ่านมา ทางสมาคมได้มีการประชุมหารือกับสมาชิกสมาคมบริษัทจัดการลงทุนถึงแผนการดำเนินงานในช่วงปีที่ผ่านมา และแผนการดำเนินงานในอนาคตว่าเป็นอย่างไรบ้าง
ทั้งนี้ในช่วงกลางปีสมาคม ฯ จะมีการประชุมใหญ่กันอีก 1 ครั้ง เนื่องจากอุตสาหกรรมกองทุนรวมมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางสมาคมฯ ได้มีการแบ่งคณะกรรมการในการรับผิดชอบหน้าที่เรียบร้อยแล้ว และจะมีการประชุมย่อยอีกเป็นระยะ ๆ เพื่อจะได้มีการพูดคุยปรึกษาหารือในการพัฒนาธุรกิจกองทุนรวมต่อไป
นายกสมาคม ฯ กล่าวว่า จากที่มีการประชุมที่ผ่านมานั้น สิ่งหนึ่งที่ยังจะต้องทำอยู่อย่างต่อเนื่อง จากนายกสมาคมฯ คนก่อนนั้น นั่นคือการร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการจัดโครงการให้เงินทำงานผ่านกองทุนรวม ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งโครงการที่ดีที่สมาคมฯจะดำเนินต่อไปด้วย
สำหรับในปีนี้ สิ่งที่จะทำการสนับสนุนมากที่สุดคงเป็นเรื่องของกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เนื่องจากเป็นการสนับสนุนให้ผู้ลงทุนมีเงินไว้รองรับในยามเกษียณ และยังเป็นความยั่งยืนของอุตสาหกรรมอีกด้วย ทั้งนี้ทางสมาคมจะสนับสนุนการให้ความรู้แก่นักลงทุนในการบริหารเงินในการจัดการพอร์ตการลงทุน และการบริหารภาษี โดยจะร่วมมือกับโครงการขยายฐานผู้ลงทุนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้สมาคมฯ จะให้ความร่วมมือต่อรัฐในการสร้างเงินออมและช่องทางลงทุนใหม่ๆ ที่จะเป็นการลงทุนระยะยาวที่ยั่งยืน ตัวอย่างเช่น การผลักดันให้มีการออมเพื่อการศึกษาผ่านกองทุนรวม EMF (Education Mutual Fund) ที่ให้ประโยชน์ต่อผู้ปกครองที่ต้องส่งลูกหลานหรือผู้ที่อยู่ในอุปการะเข้ารับการศึกษา โดยให้การประหยัดภาษีเป็นสิ่งจูงใจภายในขอบเขตที่เหมาะสม พร้อมทั้งสนับสนุนให้สมาชิกให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับกับกระแสโลกาภิวัตน์ การพัฒนาระบบงาน แนวคิด และพัฒนาบุคคลากรต่อเนื่องเพื่อให้มีความสามารถเท่าเทียมต่างชาติ และให้ธุรกิจจัดการลงทุนเป็นธุรกิจที่เป็นเสาหลักหนึ่งในการพัฒนาประเทศ รวมทั้งพัฒนาความรู้ความเข้าใจในการบริหารเงิน บริหารภาษี ให้แก่ภาคครัวเรือน และร่วมรณรงค์ให้ประชาชนโดยทั่วไปเล็งเห็นว่าตลาดหลักทรัพย์และ ธุรกิจจัดการกองทุนมีประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนอย่างไร
ขณะเดียวกันสมาคมก็จะให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับภาครัฐที่กำกับธุรกิจให้มีความเข้าใจในธุรกิจ เพื่อให้กฎเกณฑ์ การกำกับต่างๆ และการพัฒนาไปได้ด้วยดีตามกาลเวลาที่เปลี่ยนไป และมีความเหมาะสมกับประเทศ
"จากที่ประชุมสมาชิกครั้งที่ผ่านมานั้นนายกสมาคมฯ ยังต้องการสร้างความแข็งแกร่งให้กับสมาคม เพื่อให้เป็นศูนย์กลางของบริษัทสมาชิกทุกราย ทุกกลุ่มธุรกิจ โดยการบริหารงานจะคำนึงถึงผลประโยชน์ที่เสมอภาคเท่าเทียมกันของสมาชิกร่วมธุรกิจทุกราย ไม่ว่ารายเล็ก รายใหญ่ เพราะความร่วมมือจากเพื่อนร่วมธุรกิจจะเป็นกุญแจสำคัญไปสู่ความสำเร็จ ไม่มีใครเก่งไปทุกเรื่อง แต่การไม่เก่งในบางเรื่องแล้วยอมรับตนเอง ขอความรู้ ความร่วมมือจากผู้เกี่ยวข้องที่รู้มากกว่า จะทำให้ภารกิจของสมาคมไม่เสียหาย"
นางวรวรรณ กล่าวว่า หากพูดถึงภาวการณ์ลงทุนทั่วไปนั้นยังคงเป็นปัญหาในสหรัฐที่ลามไปถึงยุโรป และส่งผลกระทบมาที่เอเชียกับที่อื่นๆ นั้นยังไม่จบลงง่ายๆ ตลาดหุ้นยังอ่อนไหวกับทุกๆ ข่าวที่มากระทบทั้งข่าวดีและข่าวร้าย ราคาหุ้นจะผันผวนขึ้นๆ ลงๆ ในช่วงแคบๆ การเทรดช่วงสั้นๆ มีความเสี่ยงมากกว่าปีก่อน และอาจไม่คุ้มเพราะเวลาขึ้นก็ขึ้นไม่มาก ตลาดหุ้นไทยเองก็มีเรื่องปัญหาทางการเมืองมาถ่วงเอาไว้ด้วย
|
|
 |
|
|