|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ก.ล.ต. ร่วมหารือสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ เพื่อยกระดับการปฏิบัติงานและส่งเสริมศักยภาพรองรับการเปิดเสรีใบอนุญาต เบื้องต้นได้ข้อสรุป 3 ประเด็น ทั้งสนับสนุนควบรวมกิจการ การขยายเวลาจัดเก็บข้อมูลลูกค้าให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ด้าน "ธีระชัย" รับเป็นตัวกลางหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขจัดอุปสรรคการพัฒนาธุรกิจบล.
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เปิดเผยถึง ผลการประชุมร่วมกันระหว่าง ก.ล.ต. และสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) ประจำไตรมาส ว่า ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันในการวางกรอบและแนวทางการลดอุปสรรคต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวของบริษัทหลักทรัพย์ เพื่อรองรับการแข่งขันภายหลังการเปิดเสรีใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์
โดยเบื้องต้นได้ข้อสรุปร่วมกันได้ 3 ประเด็นหลัก คือ ประเด็นแรก การปรับตัวของบริษัทหลักทรัพย์เตรียมรับการแข่งขัน ด้วยการควบรวมกิจการ เพื่อให้บริษัทหลักทรัพย์มีขนาดใหญ่ขึ้น สามารถให้บริการที่ครบวงจรมากขึ้น
ทั้งนี้ ช่วงที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้ติดตามและสอบถามถึงปัญหาและอุปสรรคของการควบรวมกิจการ ซึ่งสมาคมได้หารือเกี่ยวกับอุปสรรคทางด้านข้อกฎหมาย และ ก.ล.ต. รับจะพิจารณาปรับปรุงในส่วนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ แต่เรื่องภาษีการควบรวม สมาคมจะรวบรวมประเด็นและนำมาหารือในการประชุมครั้งต่อไป เพื่อจะขอให้ ก.ล.ต. ช่วยประสานงานกับหน่วยงานทางการที่เกี่ยวข้อง
ประเด็นที่สอง การขยายระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลทรัพย์สินของลูกค้า เช่น ใบแจ้งยอดทรัพย์สินของลูกค้า และบันทึกต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็น 5 ปี จากเดิม 2 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและมาตรฐานสากล ซึ่งการขยายระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นการเพิ่มภาระของบริษัทหลักทรัพย์ เนื่องจากสามารถจัดเก็บในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้
ประเด็นสุดท้าย การเพิ่มสินค้าใหม่ๆ ซื้อขายในตลาดทุน ได้แก่ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าฟิวเจอร์สที่อ้างอิงกับทองคำ (Gold Futures) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าฟิวเจอร์สที่อ้างอิงกับหุ้น (Stock Futures) ใบรับฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เปลี่ยนมือได้ (Transferable Custody Receipt: TCR) และใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivatives Warrants: DW)
สำหรับการเพิ่มสินค้าใหม่ๆ สมาคมโบรกเกอร์ได้ทำการศึกษาและจัดเตรียมระบบงานสำหรับการซื้อขายตราสารดังกล่าว ขณะที่ ก.ล.ต. เองได้เตรียมพร้อมให้ความเห็นชอบ Gold Futures และ Stock Futures ส่วน TCR และ DW อยู่ระหว่างปรับปรุงหลักเกณฑ์ รวมทั้งสำรวจความต้องการและความพร้อมของระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ เพื่อรองการซื้อขายตราสารแต่ละประเภท
"ขณะนี้ ก.ล.ต. ได้รับรู้ถึงความตื่นตัวของโบรกเกอร์ที่จะพัฒนาธุรกิจและการให้บริการให้เป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น นับเป็นการเริ่มต้นของก้าวย่างที่สำคัญของการพัฒนาตลาดทุนไทย ซึ่ง ก.ล.ต. ได้เปิดกว้างที่จะรับฟังปัญหาต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาหรือเป็นต้นทุนในการประกอบธุรกิจที่ไม่ก่อให้เกิดความมั่นคงต่อระบบหรือคุ้มครองผู้ลงทุน ซึ่งหากเป็นงานในหน้าที่ของ ก.ล.ต. เอง จะเร่งพิจารณาให้ แต่หากอยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของ ก.ล.ต. จะเร่งประสานงานและติดตามให้ได้รับคำตอบโดยเร็ว"
นายธีระชัย กล่าวว่า แนวทางการพัฒนานั้น ก.ล.ต. ต้องการให้สมาคมบริษัทหลักทรัพย์เป็นองค์กรกำกับดูแลตนเอง (Self- Regulatory Organization: SRO) ทำหน้าที่กำกับดูแลสมาชิก ซึ่งจะทำให้การกำกับดูแลบริษัทหลักทรัพย์มีความคล่องตัวขึ้น กฎเกณฑ์ต่างๆ มีความเหมาะสมกับธุรกิจมากขึ้น
ด้านนายกัมปนาท โลหเจริญวนิช นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ กล่าวว่า ในการประชุมร่วมกันครั้งนี้ทำให้เห็นถึงความก้าวหน้าในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาตลาดทุน และส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของสมาชิกเองที่ต้องการทำธุรกิจเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น โดยมี ก.ล.ต. เป็นผู้กำหนดนโยบายที่เปิดโอกาสให้บริษัทหลักทรัพย์มีการคิดค้นและปรับตัว รวมทั้งออกกฎเกณฑ์ในลักษณะที่ส่งเสริมการประกอบธุรกิจ
สำหรับการเป็นองค์กรกำกับดูแลตนเองของสมาคมนั้น เป็นเรื่องที่สมาชิกสมาคมเห็นชอบดวย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการว่าจ้างให้สถาบันการศึกษาทำการศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบและกรอบการทำงาน
|
|
 |
|
|