ราคาหุ้น "ML-DE" ของเสี่ยโต้ง "กมล เอี้ยวศิวิกูล" กอดคอกันร่วง หลังประกาศแตกพาร์จากหุ้นละ 1 บาท เหลือแค่ 10 สตางค์ โดย ML แจกวอร์แรนต์ฟรีให้ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตราส่วน 2.05 หุ้นเดิม ต่อ 1 หน่วย ขณะที่ DE เร่งล้างขาดทุนสะสมกว่า 460 ล้านบาท พร้อมเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นบมจ.ซันไชน์ คอร์เปอเรชั่น ระบุตั้งแต่ต้นปีราคาหุ้นพุ่งไปแล้ว 113.68% และ 183.02% ตามลำดับ ด้านโบรกเกอร์แนะเลี่ยงลงทุน เหตุราคาปรับขึ้นรับข่าวไปเรียบร้อยแล้ว
วานนี้ (7 พ.ค.) ราคาหุ้นกลุ่มบริษัท ไมด้า ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ ML และบริษัท ดี อี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ DE ได้ปรับตัวลดลงตั้งแต่เปิดตลาดในช่วงเช้ารับข่าวการเปลี่ยนแปลงราคาตามมูลค่า (ราคาพาร์) จากก่อนหน้าที่ราคาหุ้นได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นหุ้นที่นักลงทุนให้ความสนใจเข้ามาลงทุนเพื่อเก็งกำไรเป็นจำนวนมาก
โดยระหว่างวัน ML ปรับตัวขึ้นไปทำราคาสูงสุดที่ 5.15 บาท ต่ำสุด 4.02 บาท ก่อนจะปิดการซื้อขายที่ 4.06 บาท ลดลงจากวันก่อน 0.94 บาท คิดเป็น 18.80% มูลค่าการซื้อขายรวม 896.02 ล้านบาท ขณะที่ DE มีราคาสูงสุดที่ 3.18 บาท ต่ำสุด 2.98 บาท และปิดที่ 3.00 บาท ลดลงจากวันก่อน 0.12 บาท หรือ 3.85% มูลค่าการซื้อขาย 39.35 ล้านบาท
ทั้งนี้ ราคาหุ้นทั้ง 2 ตัวได้ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดย ML จากต้นปีอยู่ที่ 1.90 บาท ปรับตัวขึ้นไปทำราคาสูงสุดที่ 5.45 บาท ต่ำสุด 1.89 บาท ขณะที่ DE ราคาสูงสุดที่ 3.50 บาท และต่ำสุด 0.88 บาท หากเปรียบเทียบต้นปีกับราคาปิดล่าสุด (7 พ.ค.) พบว่า ราคา ML ได้เพิ่มขึ้นถึง 2.16 บาท หรือ 113.68% และ DE เพิ่มขึ้น 1.94 บาท คิดเป็น 183.02%
นายกมล เอี้ยวศิวิกูล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไมด้า ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ ML เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 4/2551 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2551 ได้อนุมัติให้เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (ราคาพาร์) จากหุ้นละ 1 บาท เป็น 0.10 บาท ทำให้มีทุนจดทะเบียน 400 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 4,000 ล้านหุ้น และแก้ไขจำนวนหุ้นที่สำรองไว้เพื่อรองรับใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของกรรมการและพนักงาน (ESOP) ที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิจากเดิม 3 ล้านหุ้น เป็น 30 ล้านหุ้น เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงราคาพาร์ดังกล่าว
พร้อมกันนี้ บริษัทได้อนุมัติให้ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญรุ่นที่ 1 (W1) จำนวนไม่เกิน 1,955 ล้านหน่วย ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน 2.05 หุ้นเดิม ต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ โดยใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย สามารถใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญได้ 1 หุ้น ในราคาหุ้นละ 0.23 บาท ขณะเดียวกันอาจจะต้องมีการปรับสิทธิวอร์แรนต์ที่จัดสรรให้กรรมการและพนักงาน ในส่วนที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิอีก 30 ล้านหน่วย
จากการจัดสรรวอร์แรนต์ให้กับผู้ถือหุ้นเดิมและปรับสิทธิวอร์แรนต์ที่จัดสรรให้กรรมการและพนักงานข้างต้น ทำให้บริษัทต้องเพิ่มทุนจากเดิม 400 ล้านบาท เป็น 597 ล้านบาท ด้วยการเพิ่มทุนจำนวน 1,970 ล้านหุ้น ราคาพาร์ 0.10 บาท คิดเป็นทุนจดทะเบียน 197 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นจัดสรรไว้รองรับการใช้สิทธิวอร์แรนต์ที่ขายให้ผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 1,955 ล้านหุ้น และการปรับสิทธิวอร์แรนต์ที่จัดสรรให้กรรมการและพนักงานอีก 15 ล้านหุ้น
สำหรับผลกระทบจากการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญในครั้งนี้ จะไม่ส่งผลกระทบทำให้สัดส่วนการถือหุ้นและสิทธิการออกเสียง (Control Dilution) ของผู้ถือหุ้นเดิมลดลง แต่จะกระทบต่อราคาตลาดของหุ้นจากราคาใช้สิทธิที่ต่ำกว่าราคาตลาด ทำให้ราคาหุ้นลดลงประมาณ 17.01% ขณะเดียวกันยังส่งผลต่อกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐษนลดลงหุ้นละ 0.0039 บาท หรือคิดเป็น 32.83%
ส่วนวัตถุประสงค์ของการเพิ่มทุนนั้น บริษัทจะนำเงินไปใช้เป็นทุนหมุนเวียน สามารถขยายพอร์ตการให้บริการสินเชื่อแก่ลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ยอดขายและผลการดำเนินงานของบริษัทดีขึ้น และสามารถสะท้อนให้บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นที่ดีขึ้นและสามารถจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นได้มากขึ้นในที่สุด
อย่างไรก็ตาม บริษัทจะนำเสนอเรื่องดังกล่าวให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2551 ในวันที่ 11 มิถุนายน 2551 เวลา 10.30 น. โดยกำหนดปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น เพื่อสิทธิของผู้ถือหุ้นในการเข้าร่วมประชุมตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันที่ 21 พฤษภาคมเป็นต้นไป
ล้างขาดทุนสะสม 463 ล้านบาท
ด้านที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ดี อี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ DE ครั้งที่ 9/2551 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2551 อนุมัติให้โอนทุนสำรองตามกฎหมายจำนวน 16,582,969 บาท และเงินส่วนเกินมูลค่าหุ้น 344,166,587 บาท ไปชดเชยผลขาดทุนสะสมของบริษัท ณ.วันที่ 31 ธันวาคม 2550 มีผลขาดทุนสะสมจำนวน 463,146,877 บาท
พร้อมทั้งอนุมัติเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็นบริษัท ซันไชน์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SUNSHINE CORPORATION PUBLIC COMPANY LIMITED) ชื่อหลักทรัพย์ SSE และเปลี่ยนแปลงราคาตามมูลค่า (ราคาพาร์) จากเดิมหุ้นละ 1 บาท เป็น 0.10 บาท ทำให้มีทุนจดทะเบียนรวม 792 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 7,920 ล้านหุ้น ราคาพาร์ 0.10 บาท
จากการเปลี่ยนแปลงราคาพาร์ดังกล่าว ทำให้บริษัทต้องเปลี่ยนแปลงจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิและเงื่อนไขการใช้สิทธิวอร์แรนต์ดังนี้ คือ จำนวนวอร์แรนต์ 263,999,979 หน่วย อัตราการใช้สิทธิ 1 ต่อ 1 ราคาหุ้นละ 1 บาท หุ้นสำรองการใช้สิทธิ 263,999,979 หุ้น เป็นวอร์แรนต์จำนวน 2,639,999,790 หน่วย อัตราการใช้สิทธิ 1 ต่อ 1 ราคาหุ้นละ 0.10 บาท และหุ้นสำรองการใช้สิทธิ 2,639,999,790 หุ้น โดยมีผลตั้งแต่การใช้สิทธิครั้งที่ 2 ในวันที่ 30 มิถุนายน 2551
ทั้งนี้บริษัทจะนำเสนอให้ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2551 พิจารณาในวันที่ 10 มิถุนายน 2551 และกำหนดปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อสิทธิในการเข้าร่วมประชุมดังกล่าวตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันที่ 21 พฤษภาคม 2551
โบรกเกอร์แนะเลี่ยงลงทุน
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ราคาหุ้น ML และ DE ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่หนาแน่น เนื่องจากที่นักลงทุนได้รับทราบข่าวการแตกพาร์ และการจัดสรรวอร์แรนต์ให้กับผู้ถือหุ้นเดิมเรียบร้อยแล้ว จากก่อนหน้านี้นักลงทุนได้เข้ามาซื้อหุ้นเพื่อเก็งกำไรจากเรื่องดังกล่าว
"หุ้น ML, DE ราคาได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นรับข่าวมาเป็นระยะแล้ว เมื่อมีข่าวแตกพาร์ออกมา นักลงทุนจึงเทขายหุ้นทำกำไร ซึ่งแนวโน้มราคาหุ้นอาจจะปรับตัวผันผวนได้ ดังนั้นจึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเข้ามาลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้"
ด้านทีมวิเคราะห์ทางเทคนิคและกลยุทธ์การลงทุน บล. ไอร่า จำกัด (มหาชน) รายงานว่า ราคาหุ้นกลุ่มไมด้า ทั้ง DE, ML และ บริษัท ไมด้า แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ MIDA ปรับลดลงค่อนข้างแรง เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรรับข่าวแตกพาร์และราคาหุ้นได้ปรับเพิ่มขึ้นมากแล้ว
"จากข่าวการแตกพาร์จะทำให้หุ้น DE และ ML มีสภาพคล่องเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งข่าวการล้างขาดทุนสะสมของ DE และการแจกวอร์แรนต์ฟรีของ ML น่าจะสะท้อนในราคาที่ปรับขึ้นแล้วก่อนหน้านี้ จึงมีการขายทำกำไรลักษณะ SELL ON FACT ออกมา
สำหรับ ML ยังไม่แนะนำเข้ารับขณะนี้ หลังจากที่ราคาปรับตัวลงแรงในวันเดียวโดยราคาสูงสุดระหว่างวันที่ 5.15 บาท และต่ำสุด 4.02 บาท ราคาปิด 4.06 บาท หากสนใจเข้าเก็งกำไรเล่นรีบาวน์ให้รอยืนยันสัญญานการกลับตัวทางเทคนิคก่อนเข้าซื้อบริเวณ 3.43 บาท ยืนไม่ได้หรือไม่มีสัญญานกลับตัวไม่เข้าซื้อ อัตราส่วนทางการเงินสะท้อนความเสี่ยง มีค่า PE 42, PBV 2.63
ส่วนกรณีหุ้น DE เช่นเดียวกันหากสนใจเข้าเก็งกำไรเล่นรีบาวน์ให้รอยืนยันสัญญานการกลับตัวบริเวณแนวรับ 3 บาท ถัดไป 2.57 บาท ยืนไม่ได้ไม่เข้าซื้อ สำหรับอัตราส่วนทางการเงินสะท้อนความเสี่ยง มีค่า PE ไม่มี, PBV 3.42 ทั้งสองตัวถ้ามีหุ้นแนะขายทำกำไรรับข่าวออกไปก่อนรอจนกว่าปรับฐานเสร็จ ก่อนจะพิจารณาลงทุนรอบใหม่
|