หากจะสำรวจกันอย่างถี่ถ้วนแล้ว ฮีทฮิวดิก แลงเวล (เอชเอชแอล) อาจจะไม่ใช่โบรกเกอร์เก่าแก่ที่สุดในไทย
แต่ในเมื่อเอชเอชแอลได้ควบกิจการเข้ากับโรลิเบ็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นบริษัทสาขาของสหรัฐฯ
และเป็นกิจการนายหน้าประกันภัยแห่งแรกสุดในไทย เมื่อปี 2520 จนประมาณปี 2526
โรลิเบ็กซ์ถอนตัวออกไป ดังนั้น จึงเหลือเอชเอชแอลเป็นนายหน้าที่เก่าที่สุดจริง
ๆ
สุชาติ วงษ์สวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการทั่วไปเอชเอชแอลรี ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของเอชเอชแอล
เล่าให้ "ผู้จัดการ" ฟังว่า แต่เดิมนั้น เขาทำงานอยู่กับทางโรลิเบ็กซ์
ซึ่งมีสำนักงานอยู่ตรงพัฒน์พงศ์ แต่หลังจากที่มาผนวกกิจการกับเอชเอชแอล ก็ย้ายมาอยู่ที่ตึกเอชเอชแอล
ถนนคอนแวนต์ สาธร ซึ่งตึกนี้ก็เป็นที่ตั้งของบริษัทอื่น ๆ ที่อยู่ในเครือเอชเอชแอลอีกหลายบริษัท
โครงสร้างบริษัทนายหน้าประกันภัยแห่งนี้ ต่างจากบริษัทอื่น ๆ เล็กน้อย กล่าวคือ
การตั้งบริษัทนายหน้าประกันภัยขึ้นมา 2 บริษัท เพื่อทำธุรกิจนายหน้าแยกต่างหากจากกัน
ขณะที่บริษัทนายหน้าอื่น ๆ มักจะมีใบอนุญาต 2 แบบในบริษัทเดียว
บริษัทฮีทฮิวดิก แลงเวล (ประเทศไทย) จำกัด หรือเอชเอชแอล ดำเนินธุรกิจด้านนายหน้าประกันตรง
(DIRECT INSURANCE BROKER) และจัดประกันการเสี่ยงภัยทุกประเภท มีเปรมศักดิ์
คล้ายสังข์ เป็นกรรมการผู้จัดการ ก่อตั้งปี 2507
บริษัท เอชเอชแอลรี จำกัด ดำนินการกิจการด้านนายหน้ารับประกันต่อ (REINSURANCE
BROKER) ทั้งในแบบที่เป็นสัญญา (TREATY) และแบบเฉพาะราย (FACULTATIVE) มีสุชาต
วงษ์สวัสดิ์ เป็นกรรมการผู้จัดการทั่วไป ก่อตั้งปี 2504
บริษัทในเครืออีกแห่งหนึ่ง คือ บริษัทเอชเอชแอล เอ็มพลอยยี่ เบเนฟิทส์ จำกัด
ดำเนินธุรกิจด้านการจัดการเรื่องกองทุนเลี้ยงชีพพนักงานบริษัท และผลประโยชน์อื่น
ๆ ก่อตั้งปี 2511
บริษัททั้ง 3 ล้วนตั้งอยู่ในตึกเอชเอชแอล และมีผู้จัดการสำนักงานประจำประเทศ
ชื่อ PETER F. COMERFORD
อย่างไรก็ดี บริษัททั้งสามต่างมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นคนไทยถือหุ้นไว้ในแต่ละบริษัทมากกว่า
51% โดยผู้ถือหุ้นใหญ่รายสำคัญฝ่ายไทย คือ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
และแต่ละบริษัทต่างเข้าไปถือหุ้นในบริษัทที่เหลือในเครือด้วย
สุชาติ เล่าให้ "ผู้จัดการ" ฟังว่า ธุรกิจนายหน้าประกันภัยมีอัตราการเติบโตที่ดีมาก
ในปี 2531 กิจการนายหน้ารับประกันต่อมีรายรับประมาณ 170 ล้านบาท ส่วนกิจการนายหน้ารับประกันตรงมีรายรับเกือบ
200 ล้านบาท
"เมื่อคิดเทียบกับเบี้ยรับของบริษัทประกันภัยนี่ เราจะอยู่ในอันดับที่
4 หรือ 5 เนื่องจากว่าชื่อเสียงของเราดีหน่อย คือ เราเป็นมืออาชีพจริง ๆ
แล้วเราก็มีเครือข่ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี่เกือบทุกประเทศ"
ชื่อเสียงของเอชเอชแอล ได้รับการยอมรับเชื่อถือเป็นอย่างดี ทั้งนี้ บริษัทแม่
2 แห่งที่เข้ามารวมตัวกันเป็นเอชเอชแอลล้วนมีเกียรติภูมิทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ยาวนาน
เอชเอชแอล เกิดจากการร่วมทุนของบริษัทนายหน้าประกันภัย 2 แห่ง คือ ซีอี
ฮีท พีแอลซี โดยผู้ก่อตั้งชื่อ CUTHBERT HEATH ซึ่งได้รับสมญานามว่า "ผู้สร้างลอยด์สมัยใหม่แห่งลอนดอน"
ร่วมกับฮิวดิกแลงเวล กรุ๊ป บีวี ในฮอลแลนด์ ซึ่งก็เป็นบริษัทเก่าแก่ที่สืบร่องรอยไปได้ถึงกลางศตวรรษที่
17 ในสมัยที่ดัชท์อยู่ในยุคทองของการเดินเรือ
ปัจจุบัน ซีอี ฮีท และฮิวดิกแลงเวล ได้ขยายเติบใหญ่จนกลายเป็นกลุ่มบริษัทนายหน้าประกันภัยที่ใหญ่ที่สุดในภาคพื้นทวีปยุโรป
ชื่อเสียงที่สั่งสมไว้ในต่างประเทศ ประกอบกับการขยายเครือข่ายอย่างจริงจังในแถบเอเชีย
โดยเริ่มตั้งสำนักงานแห่งแรกที่สิงคโปร์เมื่อปี 2501 และขยาย ๆ ต่อมาจนมีสำนักงานเกือบทุกประเทศ
ในแถบนี้ทำให้เอชเอชแอลมีความได้เปรียบกว่าบริษัทนายหน้าประกันภัยในประเทศหลายแห่ง
ทั้งนี้ เมื่อเอชเอชแอลรีจะส่งประกันต่อต่างประเทศก็สามารถทำได้ง่ายดายเพราะมีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก
สุชาติ เล่าว่า โครงการใหญ่ ๆ ที่มีทุนประกันสูง ๆ จะมอบให้ฮีท (ลอนดอน)
เป็นผู้ติดต่อหาลีดเดอร์และเสนออัตราเบี้ยประกันต่อหลังจากนั้นเอชเอชแอลรีก็จะดำนเนิการต่อจนจบ
อย่างไรก็ดี การศึกษาบารมีชื่อเสียงเก่า ๆ ที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน กอปรกับเครือข่ายทั่วโลกยังไม่เพียงพอที่จะได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า
เพราะยังมีสิ่งสำคัญที่ลูกค้าต้องพิจารณาประกอบด้วย หากจะเลือกใช้บริษัทนายหน้าสักราย
นั่นคือเรื่องความซื่อสัตย์ และความเอาใจใส่ให้บริการแก่ลูกค้า
นี่เป็นหัวใจสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่บริษัทนายหน้าประกันภัยไม่สามารถมองข้ามได้
!
ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือ เมื่อมาลินี เลี่ยวไพรัตน์ จะเลือกบริษัทนายหน้าประกันต่อนั้น
เธอก็ให้ความสำคัญแก่ประเด็นนี้ไม่ด้อยไปกว่าการเสนออัตราเบี้ยประกันต่ำ
บริการที่เอชเอชแอลรีเสนอให้บียูไอสำหรับกรณีทีพีไอในเวลานี้ คือ การเรียกเงินค่าสินไหมจำนวนหนึ่งมาจ่ายให้ทีพีไอเป็นค่าซ่อม
/ ค่าเสียหาย ที่เรียกว่า PAYMENT ON ACCOUNT และการจัดทีมผู้เชี่ยวชาญ ทั้งในด้านเคมีและวิศวกรรมเข้ามาสำรวจภัย
เพื่อที่จะดูว่า ควรจะมีการปรับปรุงเพิ่มเติมอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยอย่างไรได้บ้าง
โดยทีมผู้เชี่ยวชาญนี้ส่งมาจากฮีท (ลอนดอน)
นอกจากนี้ ฮีท (ลอนดอน) ร่วมกับบียูไอ ก็ว่าจ้างให้ เกรแฮม มิลเลอร์ (ประเทศไทย)
เป็นผู้เข้าไปตรวจสอบความเสียหายจากไฟไหม้ในโรงปิโตรเคมีของทีพีไอด้วย
เรียกว่า กรณีทีพีไอนั้น ใช้แต่บริการระดับมาตรฐานทั้งสิ้น !
สุชาติ กล่าวถึงความหวังของเขากับ "ผู้จัดการ" ว่า ต้องการจะเป็นโบรกเกอร์ในโครงการเอ็นพีซี
1 แต่เมื่อดูคู่แข่งแล้วก็อาจจะหนักใจอยู่บ้าง เพราะแต่ละรายก็เป็นโบรกเกอร์ระดับสากลทั้งสิ้น
เช่น มาร์ชแม็ค เอแอนด์เอ เป็นต้น
อย่างไรก็ดี เอชเอชแอลรีอาจจะมีภาษีดีกว่า ข้อที่ว่ามีสำนักงานตัวแทนอยู่ในประเทศไทยด้วย
ขณะที่คู่แข่งอื่น ๆ ไม่มี
นอกจากนี้ ชื่อเสียงและอัตราการเติบโตที่ขยายตัวถึง 30% เมื่อปี 2531 ที่ผ่านมา
ก็คงจะเป็นเครื่องรับประกันคุณภาพบริษัทนายหน้าประกันภัยแห่งนี้ได้
คงต้องดูกันต่อไปว่า สุชาติจะผิดหวังหรืออย่างไร !