Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ เมษายน 2532








 
นิตยสารผู้จัดการ เมษายน 2532
คนไทยคนแรกในสำนักงานวิจัยแบร์ริ่ง ซีเคียวริตี้             
 


   
search resources

แบร์ริ่ง บราเดอร์
ก้องเกียรติ โอภาสวงการ
Stock Exchange




พูดถึงบริษัทที่มีอายุเก่าแก่กว่า 200 ปีของอังกฤษ บริษัทแบร์ริ่ง บราเดอร์ (BARING BROTHERS) ของตระกูล "BARRING" เชื่อแน่ว่า สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้สนใจในธุรกิจการเงินและค้าหลักทรัพย์ คงไม่รู้จักว่า บริษัทนี้ยิ่งใหญ่เพียงไร ?

จะขอเล่าให้ฟังดังนี้ว่า …

บริษัท แบร์ริ่ง ของพี่น้องตระกูล "BARINGS" แห่งอังกฤษเก่าแก่พอ ๆ กับบริษัทพี่ตน้องของตระกูล "ROTHSCHILDS" ที่รู้จักกันดี บริษัท แบร์ริ่ง เริ่มต้นสู่โลกธุรกิจ เมื่อปี 762 โดย FRANCIS BARING อดีตพ่อค้าผ้าในกรุงลอนดอน

โลกธุรกิจที่ตระกูลแบร์ริ่งทำไม่ใช่ค้าผ้า แต่เป็นการเงิน เขาเริ่มต้นจากทุนเพียง 4,200 ปอนด์ ปั้นธุรกิจการเงินในลักษณะเป็นคนกลางค้ำประกัน และจัดหาเงินทุนจากผู้ให้กู้มาให้ผู้กู้หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่า เป็น MERCHANT BANKER จนเติบใหญ่กระทั่งปัจจุบัน (ปี 1987) มีเงินกองทุนสูงถึง 125 ล้านปอนด์

PHILIP ZIE GLER นักเขียนประวัติศาสตร์ธุรกิจชื่อดัง ได้เขียนถึงประวัติศาสตร์ของ BARING BROTHERS ไว้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทแบร์ริ่งกับรัฐบาลรัสเซียสมัยพระเจ้าซาร์ และราชวงศ์เมจิ บนพื้นฐานผลประโยชน์ทางธุรกิจเป็นไปอย่างแน่นแฟ้นมาก ครั้งหนึ่งเมื่อปี 1914 รัฐบาลพระเจ้าซาร์แห่งรัสเซียต้องการกู้เงินระยะสั้น 2 ล้านปอนด์จาก BANK OF ENGLAND โดยให้บริษัท BARINGS เป็นผู้ค้ำประกันและจัดหาให้โดยยอมเสียค่าคอมมิชชั่นให้แบร์ริ่ง 1% และรัฐบาลพระเจ้าซาร์ต้องนำทองคำไปฝากไว้ที่ BANK OF ENGLAND และต้องเสียค่าคอมมิชชั่นให้แบร์ริ่งอีก 0.5%

ว่ากันว่า เงินจำนวนนี้นำไปเป็นค่าใช้จ่ายบำรุงกองทัพในการต่อสู้กับญี่ปุ่น ในศึกสงครามชิงหมู่เกาะ แมนจูเรีย และเกาหลี

ส่วนด้านญี่ปุ่นก็เช่นกัน ปี 1902 บริษัทแบร์ริ่งร่วมกับฮ่องกงเซี่ยงไฮ้แบงก์ร่วมกัน FLOAT BOND สกุลเยน ในตลาดลอนดอนมูลค่า 750 ล้านเยน ให้รัฐบาลญี่ปุ่นนำไปสร้างเส้นทางรถไฟ

นอกจากนี้ ในปี 1915 บริษัทแบร์ริ่ง ก็ FLOAT BOND ให้รัฐบาลญี่ปุ่นอีก 200 ล้านเยน ในตลาดลอนดอน เพื่อนำไปซื้ออาวุธต่อสู้กับรัสเซีย สมัยพระเจ้าซาร์

การทำธุรกิจให้รัฐบาลรัสเซียและญี่ปุ่น ทำเอาแบร์ริ่งกระอักกระอ่วนใจเหมือนกัน เพราะทั้งคู่ต่างเป็นลูกค้าชั้นดีของบริษัท แต่ต้องมาทำสงครามกันด้วยผลประโยชน์ทางการเมือง

แต่ธุรกิจก็เป็นธุรกิจ บริษัทแบร์ริ่งฉลาดพอที่จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องในความขัดแย้งของประเทศทั้ง 2

จากความสัมพันธ์อันดีที่มีมายาวนานกับรัฐบาลญี่ปุ่นตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 19 บริษัทแบร์ริ่งจึงเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในหมู่ภาคเอกชนขนาดใหญ่และองค์กรธุรกิจขงอรัฐ ด้วยเหตุนี้ เมื่อปี 1984 ที่บริษัทแบร์ริ่ง ได้เข้าไปซื้อกิจการบริษัทซีเคียวริตี้ HENDERSON CROSTHWAITE จาก CHRISTOPHER J. HEATH ด้วยเงิน 5 ล้านปอนด์ ในตลาดค้าหลักทรัพย์กรุงโตเกียว จึงเป็นกระดานหกให้บริษัทแบร์ริ่ง ซีเคียวริตี้ของกลุ่มแบร์ริ่งบราเดอร์ เข้าสู่ตลาดค้าหลักทรัพย์ในญี่ปุ่นได้สะดวก

"เพราะบริษัท HENDERSON CROSTHWAITE และตัว CHRISTOPHER HEATH ชำนาญธุรกิจหลักทรัพย์ย่าน FAR-EAST มาก และเป็นที่รู้จักอย่างดีในหมู่บรรดานักค้าหลักทรัพย์ในยุโรปและเอเชีย" ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ หัวหน้าสำนักงานวิจัยแบร์ริ่งกรุงเทพเล่าให้ "ผู้จัดการ" ฟัง

ดร.ก้องเกียรติ อดีตเคยเป็นเจ้าหน้าที่แบงก์กสิกรไทย ยศชั้น AVP มีประสบการณ์ในงานด้าน MERCHANT BANKING และ CUSTODIAN SERVICE เขามีพื้นฐานการศึกษามาจาก WHARTON SCHOOL OF BUSINESS ด้านการเงินและการวิจัย

"ผมเป็นคนชอบเล่นหุ้น และสนใจในธุรกิจค้าหลักทรัพย์" ก้องเกียรติ บอกกับ "ผู้จัดการ" ถึงความสนใจส่วนตัวของเขาต่อธุรกิจ

เหตุนี้เป็นจุดหนึ่งที่เดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว ผู้บริหารงานขายคนหนึ่งของแบร์ริ่งซีเคียวริตี้ที่ฮ่องกง ได้มีโอกาสรับรู้ถึงความรู้ความสามารถของเขาในธุรกิจการค้าหลักทรัพย์ และชวนมาทำงานที่แบร์ริ่งกรุงเทพ ก็เริ่มต้นจากการนั่งสนทนากันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ขณะที่เขายังเป็นเจ้าหน้าที่แบงก์กสิกรไทยอยู่

เขาโยกย้ายมาอยู่ที่แบร์ริ่งเมื่อเดือนกรกฎาคม เป็นเจ้าหน้าที่บริหารระดับ CHIEF REPRESENTATIVE คนแรกของแบร์ริ่ง รีเสิร์ช กรุงเทพ ที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นเมื่อกรกฎาคม โดย CHRISTOPHER HEATH ผู้บริหารระดับสูงสุดของแบร์ริ่ง ซีเคียวริตี้ ลอนดอน

แบร์ริ่ง ซีเคียวริตี้ มีฐานธุรกิจด้าน TRADING BROKERAGE HOUSE ที่โตเกียวและฮ่องกง เป็นฐานใหญ่สุดของกลุ่มย่านเอเชีย-แปซิฟิค และทำรายได้ด้านธุรกิจค้าหลักทรัพย์ให้กับกลุ่มแบร์ริ่งคิดเป็นร้อยละ 85 ของทั้งหมด

"แบร์ริ่ง รีเสิร์ช กรุงเทพ จะทำหน้าที่จัดทำข้อมูลภาวะการค้าหุ้น และบรรยากาศการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ประจำวันและสินค้า รายงานตรงต่อฮ่องกง โตเกียว และลอนดอน แต่กรุงเทพจะไม่มีอำนาจการค้าใด ๆ ทั้งสิ้น DEALER ที่ฮ่องกงจะทำหน้าที่ตามคำสั่งของลูกค้าที่เป็นสถาบันการลงทุน เช่น BANK, INSURANCE, PENSION FUND, MUTUAL FUND, PROVIDENT FUND จากทุกมุมโลก"

โบรกเกอร์ของแบร์ริ่งสำหรับตลาดหุ้นไทย คือ ไทยค้าภัทรธนกิจ ธนชาติ ซึ่งเป็นโบรกเกอร์ชั้นนำ ซึ่งว่าไปแล้ว โบรกเกอร์เหล่านี้มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจค้าหลักทรัพย์กับแบร์ริ่งฮ่องกงมาตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว

จนปัจจุบัน แบร์ริ่งฮ่องกงลงทุนซื้อขายผ่านตลาดหุ้นไทยปริมาณมากอยู่ในอันดับ 1 ใน 3 ของบริษัทซีเคียวริตี้ต่างประเทศแล้ว

"ตลาดหุ้นไทย เป็นตลาดที่ทำรายได้ให้แบร์ริ่งฮ่องกงในด้านค่าคอมมิชชั่นไม่น้อยกว่า 1% ของรายได้รวม" ตรงนี้ผู้บริหารระดับสูงด้าน CUSTODIAN SERVICE ของ ธ.ไทยพาณิชย์ยืนยันได้ว่าเป็นจริง เพราะศูนย์รับฝากใบหุ้นของแบร์ริ่งให้บริการของไทยพาณิชย์มาตั้งแต่แรกเริ่ม

"รายได้รวมจากค่าคอมมิชชั่น ค่าธรรมเนียม และกำไรจากการลงทุนในธุรกิจหลักทรัพย์ของแบร์ริ่ง ปี 1987 มีประมาณเกือบ 69 ล้านปอนด์" รายงานประจำปี 1987 ของแบร์ริ่ง บราเดอร์ ที่ออกในลอนดอนระบุไว้เช่นนั้น

ซึ่งนั่นก็หมายความว่า โดยอนุมานแล้ว ปี 1987 - 88 แบร์ริ่งฮอ่งกงทำรายได้จากตลาดหุ้นไทยได้ประมาณ 600,000 ปอนด์หรือเกือบ 24 ล้านบาท !

ปกติแล้ว นโยบายของแบร์ริ่งด้านหลักทรัพย์จะไม่ TAKE POSITION เสียเอง เหตุผลมันเสี่ยงเกินไป เป็นแค่ทำหน้าที่ด้านนายหน้า คิดอัตราคอมมิชชั่นเพียง 0.5% (ตลาดหุ้นไทย) ก็พอเพียงแล้ว และเป็นนโยบายหลักของแบร์ริ่งที่ใช้ทั่วโลกในการเป็น PURELY BROKERAGE HOUSE แท้จริง

"จะมีบ้างก็เพียงตลาดหุ้นโตเกียว ซึ่งมี MARKET CAPITALIZATION ใหญ่กว่าตลาดหุ้นไทย 350 เท่า แบรร์ริ่งเป็น MARKET MAKER สินค้า WARRANTS และ CONVERTIBLE DEBENTURE" ก้องเกียรติพูดถึงแบร์ริ่งซีเคียวริตี้ญี่ปุ่นให้ฟัง

การที่ก้องเกียรติได้มานั่งเป็นหัวหน้าสำนักงานวิจัยแบร์ริ่งนับว่าเป็นคนไทยคนแรกมีนักค้าหุ้นระดับมืออาชีพของโลกอย่าง CHRISTOPHER HEATH ยอมรับในฝีมือ นับว่าเขาเป็นนักวิเคราะห์หุ้นระดับอินเตอร์เนชั่นแนลไปแล้ว

"ผมมานั่งทำงานที่นี่มีสต๊าฟวิจัยเพียง 3 คน เช้าผมต้องรายงานให้ DEALER ที่ฮ่องกง ทราบว่ามีเหตุการณ์อะไรขึ้นในเมืองไทย ตกบ่ายผมต้องคุยกับ SALE DEALER ที่ลอนดอน ตกค่ำผมต้องคุยกับ SALE DEALER ที่นิวยอร์กเป็นอย่างนี้ทุกวัน เพราะเป็นหน้าที่ผม" ก้องเกียรติ พูดถึงหน้าที่การเป็นนักวิจัยหุ้นระดับมืออาชีพในบริษัทค้าหลักทรัพย์ระดับโลกให้ฟัง

งานวิจัยเป็นบริการหลักที่สำคัญที่สุดในธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์ของบริษัทระดับโลกเขาทำกัน ซึ่งเมื่อมองดูโบรกเกอร์บริษัทไทยแล้ว ยังไม่ไปถึงไหนเลย คงต้องใช้ความพยายามและความกล้าหาญในการลงทุนกับบริการด้านนี้อีกมากสำหรับบริษัทนายหน้าค้าหุ้นไทย ถ้าปรารถนาจะยกระดับคุณภาพการทำธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์สู่มาตรฐานสากล

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us