ครม. ไฟเขียวตั้ง "กองทุนรวมวายุภักษ" วงเงินประเดิม 1 แสนล้านบาท เป็นกองทุนปิด
อายุ 10 ปี ขุนคลังระบุ ตั้งกองทุนฯ พร้อมขายก่อน ต.ค.นี้ ปีแรกคาด ฟันผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า
1.25% ยันประชาชนรับประโยชน์เต็มๆจากการลงทุน โดย จะลงทุนทั้งหุ้นพื้นฐานดี รัฐวิสาหกิจแปรรูปแล้ว
และตราสารหนี้ ส่วนรายละเอียด สัดส่วน และผลตอบแทนชัดเจน ทักษิณจะเรียกคลัง-แบงก์ชาติ-ก.ล.ต.-ตลาดหลักทรัพย์
หารือ อีก 2 วันจากนี้ ก่อนเสนอเข้าครม.อีกครั้งสัปดาห์หน้า ขณะที่นิพัทธเผย กองทุนฯ
จะ ประเดิมซื้อหุ้นแบงก์ทหารไทย (TMB) ตามสิทธิ ส่วนบางจากฯ จะตั้งกองทุนแยกซื้อ
ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยหลังประ ชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)
วานนี้ (24 มิ.ย.) ว่า ครม.อนุมัติตั้ง "กองทุนรวมวายุภักษ" (Vayupak Mutual Fund)
โดยจะมีเงิน ลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท เพื่อเป็น เครื่องมืออีกทางในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล
คาดว่าการตั้งกองทุนฯ ตลอดจนขายหน่วยลงทุน จะดำเนินการได้ก่อนต.ค.
"การจัดตั้งกองทุนฯ นั้น จะทำตาม ระเบียบของตลาดฯ ทุกอย่าง โดยจะขายให้กับประชาชน
ซึ่งคาดว่าจะให้ความสนใจ จำนวนมาก ในการเข้าซื้อหน่วยลงทุนรวม ทั้งมีสถาบันการเงิน
เข้ามาร่วมลงทุนด้วย เมื่อประชาชนเข้ามาลงทุนมากพอก็จะทำให้กองทุนฯมีเงินลงทุนมากขึ้น
และนำไปใช้ลงทุนอื่นๆ ได้" รมว.คลัง กล่าว
รายละเอียดลักษณะการลงทุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเรียกประชุมหน่วยงานต่างๆ
ได้แก่ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
(ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ภายใน 1-2 วันนี้ การดำเนินงานจะแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหญ่เพื่อบริหาร
และจ้างบริษัทเอกชนมืออาชีพ บริหารจัดการกองทุนฯ
โดยครม.ไฟเขียวให้คลังขายหุ้นหรือ พันธบัตรที่ถืออยู่ ตามมาตรการ 14 ส.ค. 2541
และให้ราคาขายอิงราคาตลาดที่ซื้อขายขณะนั้นๆ อนาคตโดยกระทรวงการคลังจะตั้งคณะกรรมการ
โดยรมว.คลังเป็นประธาน เพื่อตั้งกองทุนรวมฯ นี้
แม้กองทุนฯ แสนล้านบาทนี้เป็นกอง ทุนปิดอายุ 10 ปี แต่อาจขยายเวลาได้ และ ให้แบ่งขายเป็นช่วงๆ
เพื่อลงทุนหุ้นสถาบัน การเงินหรือรัฐวิสาหกิจที่จะแปรรูปเป็นหลัก
"ที่ประชุมเห็นชอบด้วย โดยไม่มีประเด็นให้ไปแก้ไขหรือ ให้ศึกษาเพิ่มเติม
ส่วนรายละเอียดของกองทุนฯไม่ว่าจะเป็นประเภทของการลงทุน ลักษณะการลงทุน ผลตอบแทน
ว่าจะเป็นประเภทการันตี ผลตอบแทน หรือเป็นลักษณะร่วมลงทุน ยังต้องหารือกันอีกครั้ง
เพราะกระทรวงการคลังโดยลำพังไม่สามารถตัดสินใจได้" รมว.คลังกล่าว
เชื่อแบงก์-แมลงเม่าสน
อย่างไรก็ตาม ร.อ.สุชาติ กล่าวว่า แนวทางเบื้องต้นจะตั้งกองทุนฯโดยจะระดมทุน
จากประชาชนทั่วไป และขายหน่วยลงทุนให้ประชาชนที่สนใจ ซึ่งเชื่อว่าประชาชนจำนวนมากสนใจ
อย่างน้อยสถาบันการเงินคงจะซื้อ
อย่างไรก็ตาม จะให้ความสำคัญสัด ส่วนผู้ซื้อสำหรับประชาชนทั่วไปมากที่ สุด เพื่อเป็นอีกทางเลือกการออมในภาวะดอกเบี้ยต่ำติดดินเช่นปัจจุบัน
สำหรับความเป็นห่วงว่าสถาบันการเงินอาจนำเงินมาลงทุนกองทุนฯ นี้ โดยไม่ปล่อยสินเชื่อให้ภาคอื่นๆ
ร.อ.สุชาติ กล่าว ว่าไม่น่าจะเกิดขึ้น
เนื่องจากจะมีผู้เชี่ยวชาญบริหารกองทุนฯ และมีกลไกดูแลรัดกุม ส่วนการลงทุนจะไม่จำกัด
โครงการหรืออุตสาหกรรม แต่จะมุ่งเน้นกิจการที่เป็นประโยชน์ และจำเป็นต่อประเทศชาติ
ซึ่งเมื่อกิจการเหล่านั้นเกิดปัญหากองทุนฯ นี้อาจ ลงทุนได้ เช่น ทีพีไอ หรือธนาคารทหารไทย
คาดปีแรกฟันกำไร 1.25%
"ประชาชนจะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการลงทุน เพราะในกองทุนฯรับประกันคืนเงินต้น
คาดว่าปีแรกมีผลกำไรไม่ต่ำกว่า1.25% ของการลง ทุน ซึ่งผมเชื่อว่ากองทุนฯนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ
และจะไม่เอาเงินไปแก้ปัญหาของ บริษัทใดบริษัทหนึ่งแน่นอน นอกจากนี้กองทุนวายุภักษ์จะสามารถแก้ไขปัญหาสภาพคล่องในระบบการเงินดีขึ้นในระดับหนึ่งด้วย"
รมว.คลังกล่าว
ด้านนายนิพัทธ พุกกะณะสุต ที่ปรึกษารัฐมนตรีคลัง กล่าวว่าการตั้งกองทุนฯ ดังกล่าว
ต้องทำตามระเบียบ ก.ล.ต.ทุกประการ ซึ่งหลังผ่าน ครม. จะต้องใช้เวลาอีก 120 วัน
จึงจะดำเนิน การได้ กองทุนนี้ฯจะมีลักษณะเป็นกองทุนรวมแบบยืดหยุ่น (Mutual Fund
with Flexible Port) คือลง ทุนได้ทั้งตราสารหนี้ หุ้น และลงทุนบริษัทนอกตลาดหุ้น
กิจการรัฐบาลโดยตรงก็ได้
"เป็นกองทุนปิด อายุ 10 ปี คือต้องไถ่ถอน ในระยะเวลาที่กำหนด แต่หน่วยของกองทุนฯจำหน่าย
หรือซื้อขายเปลี่ยนมือได้"
ประเดิมลงทุนหุ้นไทย
ส่วนนโยบายการลงทุนฯจะประชุมหารืออีกครั้ง เพื่อเสนอที่ประชุมครม.สัปดาห์หน้า
โดย หลักการจะมีคณะทำงานตั้งกองทุนฯและรัฐมนตรีคลังเป็นประธาน ซึ่งแนวทางเบื้องต้น
จะ ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เป็นหลัก ธุรกิจที่จะลง ทุนต้องเป็นธุรกิจที่พื้นฐานมั่นคง
อย่างไรก็ตาม กองทุนฯนี้แตกต่างจากกอง ทุนรวมทั่วไปเพราะการลงทุนซื้อขายหลักทรัพย์
ต่างๆ เป็นการลงทุนของรัฐบาลเฉพาะเจาะจงระยะยาว เช่น ซื้อหลักทรัพย์ที่รัฐบาลถือครองสิทธิที่จะนำมาให้กองทุนฯ
นี้ ถือแทน
การประกันซื้อหลักทรัพย์คืนเป็นการประ กันราคาหลักทรัพย์ยืนยันราคาที่มั่นคงกว่าเดิม
ซึ่งกองทุนรวมทั่วไปยังไม่เคยมีเงื่อนไขดังกล่าว
ประกันเงินลงทุน-ผลตอบแทน
นายนิพัทธกล่าวว่า การลงทุนกองทุนฯนี้มั่นคงทัดเทียมการฝากเงินกับธนาคารพาณิชย์
เพราะการลงทุนจะประกันเงินลงทุนทุกเรื่อง ไม่ใช่ประกันเฉพาะเงินต้น เท่านั้น รวมทั้งลักษณะ
กองทุนรวมฯต้องผ่านระบบก.ล.ต.จึงมีระบบป้องกันความเสี่ยงพอสมควร
"การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยงทั้งนั้น อย่างฝากธนาคาร ก็ขึ้นอยู่กับความมั่นคงของธนา
คาร พันธบัตรรัฐบาล ก็ขึ้นอยู่กับความมั่นคงของ รัฐบาล แต่กองทุนฯ นี้มีหลักทรัพย์ของรัฐหนุนหลังมีรัฐบาลเป็นผู้บริหาร
ขณะเดียวกันก็ผ่าน กฎเกณฑ์ของก.ล.ต. เพราะฉะนั้นความมั่นคงและหลักประกันน่าจะดี
ส่วนผลตอบแทน เป็นไป ตามเกณฑ์ แต่น่าจะทัดเทียม หรือดีกว่าดอกเบี้ย ธนาคารปัจจุบันนี้"
นายนิพัทธกล่าวและว่า
กองทุนฯนี้ช่วยให้ประชาชนมีทางเลือกในการลงทุนมากขึ้น ผลตอบแทนมั่นคงอาจได้รับกำไรจากสิทธิการถือครองหุ้นของรัฐในราคาที่ต่ำปัจจุบัน
มูลค่าเพิ่มหุ้นเหล่านี้ จะสูงขึ้นตามราคาตลาดอนาคต ซึ่งสามารถนำมาปันผลคืนได้
อีก 3 เดือนเปิดขายหน่วยลงทุน
นายนิพัทธกล่าวว่าสัปดาห์หน้า จะประชุม หารือกันอีกครั้ง โดยจะมีคณะทำงานในการตั้งกอง
ทุนฯ ประกอบด้วยตัวแทนกระทรวงการคลัง ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะร่วมกันกำหนด
แนวทางและนโยบายในการลงทุน โดยตัวแทนกระทรวงการคลังเป็นประธาน เพื่อรายงานผลดำเนินงานให้รัฐมนตรีคลังทราบ
ก่อนเสนอครม. อีกครั้ง ซึ่งนับจากสัปดาห์หน้าหากครม.เห็นชอบให้ดำเนินการกองทุนจะใช้เวลา
120 วัน ผ่านขั้นตอนตามระเบียบ ก.ล.ต. จึงจะเริ่มระดมทุนจากประชาชน
ประเดิมซื้อหุ้นแบงก์ทหารไทย
นายนิพัทธกล่าวว่า กองทุนวายุภักษ์ จะลงทุนธนาคารทหารไทย ตามสัดส่วนที่กระทรวงการคลังถือหุ้นอยู่
เนื่องจากถือว่าเป็นสิทธิที่กองทุนฯ ดำเนินการได้ ในนามกระทรวงการคลัง อย่างไรก็
ตาม การดำเนินการเรื่องดังกล่าวต้องให้กระทรวงการคลังกับสถาบันการเงิน ANZ จาก
ออสเตรเลีย เจรจาตกลงสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคารทหาร ไทยก่อน
ส่วนบริษัทบางจากฯจะไม่ลงทุน เนื่องจากจะตั้งกองทุนลงทุนบริษัทนี้โดยเฉพาะแยกต่างหาก
ขณะที่บริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย(ทีพีไอ) ก็จะเชิญชวนบุคคลภายนอกลงทุนโดยรัฐบาลไม่ยุ่งเกี่ยว
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล เลขาธิการ สำนักงานก.ล.ต. เปิดเผยว่า สำนักงานก.ล.ต.หารือ
ร่วมกับกระทรวงคลังเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.กรอบ กว้างๆ รายละเอียดกองทุนรวมวายุภักษ์ว่าการตั้งกองทุนรวมต้องบริหารโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกอง
ทุนรวม (บลจ.) ที่ได้รับเลือก แต่การที่เงินกองทุน ขนาดใหญ่ กระทรวงการคลังอาจตั้งคณะอนุกรรมการลงทุน ทำหน้าที่ที่ปรึกษาการลงทุนอีกชั้นหนึ่งก็ได้
อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต. แจ้งให้คลังทราบว่า การตั้งกองทุนฯประเด็นสำคัญคือการเปิดเผยข้อ
มูลของกองทุนฯให้ประชาชนรับทราบทั้งนโยบายกองทุนฯว่าจะลงทุนประเภทไหน เพื่อให้โปร่งใสและเมื่อลงทุนแล้วสินทรัพย์ที่ลงทุนก็ต้องมีทรัสตี
ซึ่งเป็นคนกลางดูแล รวมถึงเมื่อบริหารกองทุนฯ แล้ว ต้องรายงานความคืบหน้า ด้วยว่าเป็นอย่างไร
ส่วนการคัดเลือก บลจ.บริหารกองทุนฯ กระทรวงการคลังคงพิจารณาอยู่ เพื่อจะทราบว่า
จะเป็นกองทุนเดียวที่มีเงินขนาดใหญ่ หรือแยกเป็น หลายกองทุน เพื่อลงทุนกิจการแต่ละประ
เภทก็ได้ เช่นเดียวกับรูปแบบกองทุนต่างๆ ซึ่งหากจะเป็น กองทุนค้ำประกันเงินต้นหรือค้ำประกันผลตอบ
แทนระดับหนึ่ง ก็ไม่น่ามีปัญหา เนื่องจากตามปกติ กองทุนค้ำประกันเงินต้นจะดูฐานะ
คนค้ำประกัน ซึ่งกรณีนี้ คลังค้ำประกันก็ไม่มีปัญหา
นายประสาร กล่าวว่า ผลดีที่ตลาดทุนจะได้รับจากกองทุนรวมวายุภักษ์หรือไม่ขึ้นกับว่ากอง
ทุนฯจะลงทุนกิจการบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นหรือไม่ ซึ่งถ้าลงทุนก็จะส่งผลให้บริษัทนั้นๆหาผู้ร่วมทุนง่ายขึ้น
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่านโยบายการตั้งกองทุนวายุภักษ์ของรัฐบาล
ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่จะให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุด ต้องมีโครงสร้างการบริหารจัด
การและการจัดสรรเงินลงทุนที่ดีและมีประสิทธิภาพ เพราะหากสามารถจัดการได้ดีจะทำให้ทุกส่วนในระบบเศรษฐกิจได้ประโยชน์
เช่นเดียวกับกองทุนที่ตั้งในประเทศเพื่อนบ้านที่มีระบบจัดการที่ดี โปร่งใส ประสบความสำเร็จอย่างมาก