|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านเทคโนโลยีการแปรรูปและบรรจุอาหาร เผย ผลการสำรวจทั่วโลกที่จัดขึ้นโดยโรเพอร์ (Roper Study) เกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน ที่สามารถแบ่งเป็น 7 กลุ่ม โดยใช้ไลฟ์สไตล์ในการดำเนินชีวิตเป็นตัวจำแนก ดังนี้
1. Stimulation Seekers กลุ่มที่ชอบการทดลอง แสวงหาความแปลกใหม่อยู่ตลอดเวลา
2. Food Adventurers กลุ่มที่ชอบแสวงหาอาหารที่มีรูปแบบการนำเสนอและรสชาติใหม่ แตกต่างแต่คุ้มค่าคุ้มราคา
3. Sociable Gourmets นิยมรับประทานอาหารนอกบ้าน ที่ตกแต่งสวยสไตล์โมเดิร์น เน้นเพื่อสังสรรค์เฮฮาและสร้างสายสัมพันธ์ในเชิงสังคมเป็นประจำ
4. Family Caretakers มีพฤติกรรมรักครอบครัว ให้เวลากับการใส่ใจครอบครัวมากเป็นพิเศษ
5. Health & Natural Balance ให้น้ำหนักความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ และ ธรรมชาติบำบัด
6. Habit Keepers ยึดมั่นในค่านิยมและรูปแบบการใช้ชีวิตแบบเดิมที่เคยเป็นมาอย่างเหนียวแน่น
7. Mobile Urbans เป็นกลุ่มที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว มักอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ มีวิถีชีวิตที่ค่อนข้างเร่งรีบ จึงต้องการสิ่งที่ด่วน และสะดวกสบาย
ทั้งนี้ หากวิเคราะห์เฉพาะกลุ่มผู้บริโภคคนไทย แอนเดอร์ส เพอร์นควิสท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและผลิตภัณฑ์ บริษัท เต็ดตรา แพ้ค กล่าวว่า จะมีความเด่นชัดใน 2 ประเภทแรกมากสุด คือ Stimulation Seekers และ Food Adventurers โดยจะเป็นกลุ่มที่ชอบทดลองสิ่งใหม่ ซึ่งมีผลต่อเนื่องมาถึงเรื่องอาหารการกิน รวมทั้งการเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่กลุ่ม Mobile Urbans หรือกลุ่มที่มีวิถีชีวิตเร่งรีบ ต้องการความรวดเร็วและสะดวกสบายจะเด่นชัดมากในกลุ่มสังคมอเมริกัน
ทว่า พฤติกรรมหลักของผู้บริโภคชาวไทยทั้ง 2 กลุ่ม กลับแสดงให้เห็นว่า โอกาสการ Switch Brand ของผู้บริโภคมีแนวโน้มที่ชัดเจนและสูงขึ้น และเพื่อรองรับพฤติกรรมดังกล่าว ทำให้ผู้ผลิตต้องหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาโปรดักส์ของตนเองทุกขั้นตอน ควบคู่กับการวางกลยุทธ์การตลาด เพื่อรักษาและสร้างความภักดีต่อแบรนด์ในกลุ่มลูกค้าเก่า พร้อมอุดช่องว่างการหันไปทดลองสินค้ารายอื่น ขณะเดียวกันต้องรุกขยายฐานไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่ด้วย
สำหรับ บรรจุภัณฑ์ นับเป็นส่วนสำคัญหนึ่งที่มีผลต่อการเลือก และตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคเช่นกัน ฉะนั้น ทางเต็ดตรา แพ้ค ที่อยู่ในฐานะผู้นำธุรกิจดังกล่าว จึงทำการทุ่มงบสนับสนุนงานวิจัยราว 4-5% ของรายได้ทั่วโลกต่อปี เพื่อนำมาพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ภายใต้เทคโนโลยีการผลิตและบรรจุแบบปลอดเชื้อ (Aseptic Technology) และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยตอบโจทย์และเสริมกลยุทธ์ทางการตลาดของคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น บรรจุภัณฑ์ทรงแปดเหลี่ยม ที่ออกแบบเพื่อให้สินค้าดูพรีเมียม สะดุดตาเมื่ออยู่บนชั้นจำหน่าย พร้อมเพิ่มความสะดวกในการหยิบจับ โดยปัจจุบันได้รับเลือกจากผู้ประกอบการมาใช้บรรจุสินค้าบางประเภท เช่น น้ำผลไม้มาลี ชาเขียวโออิชิ ขนาด 1 ลิตร
หรือ การพัฒนาปรับเปลี่ยนรูปทรงของบรรจุภัณฑ์ทรงสี่เหลี่ยม ให้บรรจุของเหลวในปริมาตรที่สูงขึ้นในขนาด 330 มล. สอดคล้องกับการตลาดของแบรนด์ “ไวตามิ้ลค์ ทูโก” ที่ต้องการเพิ่มทางเลือกใหม่ให้ลูกค้า ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ล่าสุด “เต็ดตรา รีคาร์ท” รูปทรงสี่เหลี่ยมกะทัดรัด ที่เพิ่มคุณสมบัติทนต่อความร้อนให้สามารถบรรจุอาหารที่ต้องบรรจุโดยผ่านความร้อนได้เช่นเดียวกับบรรจุภัณฑ์กระป๋อง แต่ช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่งจากน้ำหนักที่เบากว่า และยังลดพื้นที่ชั้นวางให้น้อยลงอีกด้วย ขณะเดียวกันก็เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจาก ส่วนประกอบประมาณ 75% ของบรรจุภัณฑ์เต็ดตรา แพ้ค ผลิตจากกระดาษที่มาจากพื้นที่ป่าปลูกเชิงพาณิชย์ที่มีการรับรองจากหน่วยงานอิสระและมีการปลูกทดแทนต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถือเป็นรายละเอียดสำคัญของตัวสินค้า นอกเหนือไปจากแบรนด์ รสชาติ และความน่าเชื่อถือของผู้ผลิตตัวสินค้า โดยเฉพาะผู้บริโภคในกลุ่มยุโรปและอเมริกา ดังนั้น ปัจจุบันบรรจุภัณฑ์จึงถูกพัฒนาให้ทำหน้าที่ได้มากกว่าการ “บรรจุ” ที่ต้องตอบรับกับชีวิตของผู้บริโภค และเอื้อต่อสิ่งแวดล้อมด้วย และจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ถือเป็นปราการด่านแรกในการเข้าหาผู้บริโภคดังกล่าว เชื่อว่าจะเป็นปัจจัยหนึ่งในการมัดใจผู้บริโภคกลุ่มเก่า และเข้าถึงกลุ่มใหม่ได้ไม่ยาก
|
|
 |
|
|