Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน16 เมษายน 2551
ส่งออกไทยปีนี้15% เป้าทำงานที่ท้าทาย!“พาณิชย์”ลุยอัดกิจกรรมทำฝันให้เป็นจริง             
 


   
www resources

โฮมเพจ กระทรวงพาณิชย์

   
search resources

กระทรวงพาณิชย์
Import-Export




ในปี 2551 นี้ ภาคการส่งออกจะยังคงเป็นพระเอกที่จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจไทยมีอัตราการขยายตัวมากที่สุดอีกปัจจัยหนึ่ง ซึ่งจากสถานการณ์และแนวโน้มการส่งออกในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 26,951 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 24.6% ยังไม่มีสัญญาณที่ชี้ชัดว่า การส่งออกในปีนี้จะมีปัญหา หรือออกอาการน่าเป็นห่วงแต่อย่างใด

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการส่งออก ได้ตั้งเป้าหมายการส่งออกทั้งปีไว้ที่ 12.5% หรือมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1.71 แสนล้านเหรียญสหรัฐ แต่มีเป้าที่ท้าทายการทำงานตามนโยบายของนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ อยู่ที่อัตราการขยายตัว 15% มูลค่า 1.75 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

การจะเดินทางไปสู่เป้าหมายนั้น กรมส่งเสริมการส่งออก ได้มีการกำหนดแผนงานและกลยุทธ์ในการดำเนินการไว้แล้ว ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการอย่างเข้มข้น

แผนงานและกลยุทธ์ที่ว่านั้น ได้แก่ การใช้การเจรจาการค้าเป็นตัวนำในการเปิดตลาดและแก้ไขปัญหาการกีดกันทางการค้ากับประเทศที่เป็นตลาดส่งออกของไทย ในทุกระดับและทุกเวที เช่น กรณีที่สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) สินค้าไทย กรณีสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (เอดี/ซีวีดี) รวมทั้งการเจรจาเพื่อขยายความร่วมมือทางการค้าและเปิดตลาดสินค้ากับประเทศต่างๆ

การส่งเสริมการส่งออกเพื่อรักษาตลาดหลักไม่ให้การส่งออกลดลง เนื่องจากเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง โดยจะยังคงกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกในระดับเดิม รวมทั้งดำเนินมาตรการเชิงรุกมุ่งเจาะเข้าไปยังช่องทางและกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ๆ จัด Business Matching นำสินค้าคุณภาพดีที่ได้รับตราสัญลักษณ์สินค้าไทย หรือ Thailand Brand และสินค้าที่ได้รับการพัฒนาคุณภาพให้ได้มาตรฐานสากลและมีรูปแบบตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

โดยกิจกรรมที่จะนำมาใช้ในการเจาะตลาดหลัก ได้แก่ การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ 75 งาน การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับห้างสรรพสินค้าในต่างประเทศ 40 งาน การจัดคณะผู้แทนการค้าไปเจรจาในต่างประเทศ 8 โครงการ และการจัดคณะผู้แทนการค้ามาเจรจาในประเทศ 18 โครงการ

ส่วนตลาดใหม่ จะเร่งส่งเสริมการส่งออกเป็นกรณีพิเศษในตลาดจีน อินเดีย ตะวันออกกลาง ยุโรปตะวันออก และแอฟริกา เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภครู้จักและยอมรับในสินค้าไทยเหนือสินค้าจากประเทศคู่แข่ง ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น จัดงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ 52 งาน จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับห้างสรรพสินค้าในต่างประเทศ 33 งาน จักคณะผู้แทนการค้าไปเจรจาในต่างประเทศ 23 โครงการ จัดคณะผู้แทนการค้ามาเจรจาในประเทศ 21 โครงการ รวมทั้งเร่งสร้างความสัมพันธ์และส่งเสริมการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านตามปฏิญญาพุกาม (ECS) เป็นต้น

ขณะเดียวกัน จะเพิ่มการส่งออกธุรกิจบริการอย่างเข้มข้นให้สามารถทำการค้าในต่างประเทศได้เพิ่มมากขึ้น โดยจะดำเนินการส่งเสริมและขยายการส่งออกธุรกิจบริการที่ได้ดำเนินการอยู่แล้ว เช่น ร้านอาหารไทย ธุรกิจบันเทิง การศึกษา สปา โรงพยาบาล และธุรกิจบริการใหม่ๆ เช่น ธุรกิจแฟรนไชส์ ธุรกิจออกแบบ/ตกแต่ง ภายใน ก่อสร้าง อู่ซ่อมรถและธุรกิจรับตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูป เป็นต้น ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในต่างประเทศมากขึ้น

พร้อมกันนี้ จะมีการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการรายใหม่ในภูมิให้เพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน ซึ่งในปีงบประมาณ 2550 มีอยู่ 3,371 ราย และในปีงบประมาณ 2551 มีเป้าหมายเพิ่มขึ้น 2,100 ราย ใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยจะมุ่งเน้นพัฒนาผู้ประกอบการให้สามารถส่งออกได้ เพื่อเป็นการวางรากฐานการส่งออกในระยะกลาง/ยาว โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs และ OTOP

แผนงานต่างๆ ข้างต้น ได้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่แล้ว จนถึงช่วงต้นปีนี้ และจะมีต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี โดยมีเป้าหมายผลักดันให้การส่งออกเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแต่มาตรการที่กล่าวมาแล้ว กรมส่งเสริมการส่งออกจะมีกลยุทธ์ใหม่ๆ ที่ออกมาตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยจะเร่งรัดการส่งออกไปยังตลาดใหม่ๆ ที่ไทยยังไม่เคยทำการค้า ตลาดเกิดใหม่ที่ประชาชนมีกำลังซื้อสูง รวมไปถึงการผลักดันการส่งออกสินค้ารายการใหม่ๆ ที่จะเน้นการผลักดันเป็นรายสินค้า เช่น ผลไม้ไทย สินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน (โอทอป) เป็นต้น

“จากแผนงานและกลยุทธ์ที่กรมฯ ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ผนวกกับแผนงานใหม่ๆ ตามนโยบายของรัฐมนตรี เชื่อว่าจะทำให้การส่งออกของไทยในปีนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเป้าส่งออก 15% อยู่ในวิสัยที่จะทำได้อย่างแน่นอน”นายราเชนทร์ พจนสุนทร อธิบดีกรมการส่งเสริมการส่งออก กล่าวไว้อย่างมั่นใจ   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us