Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มีนาคม 2532








 
นิตยสารผู้จัดการ มีนาคม 2532
"วิดิโอเท็กซ์"มีเดียใหม่ธุรกิจค้าข้อมูล"แล้วจะทำเงินทำทองกันอย่างไร ?"             
 


   
www resources

โฮมเพจ องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย

   
search resources

องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย-TOT
Telecommunications
ฟรานซ์ เทเลคอม




เมื่อวันที่ 10 - 11 มกราคมที่ผ่านมา องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ได้จัดสัมมนาเรื่อง "วิดิโอเท็กซ์" (VIDEOTEX) ขึ้น โดยจัดร่วมกับฟรานซ์ เทเลคอม (FRANC TELECOM) ซึ่งเป็นองค์กรเทียบเท่ากระทรวง มีหน้าที่ดูแลโทรคมนาคมสื่อสารของประเทศฝรั่งเศส

ครั้งนั้น ฟรานซ์ เทเลคอม ได้อธิบายถึงระบบการสื่อสารแบบวิดิโอเท็กซ์ โดยอธิบายถึงเครือข่ายวิดิโอเท็กซ์ในฝรั่งเศส ความสำเร็จของวิดิโอเท็กซ์และปัจจัยสำคัญที่วิดิโอเท็กซ์เป็นที่แพร่หลายในฝรั่งเศส

โดยความเป็นจริงเรื่องวิดิโอเท็กซ์ไม่ใช่เรื่องใหม่ในเมืองไทย เพราะมีกระแสข่าวมาเป็นระยะ และตามธนาคารบางแห่งก็มีบริการทำนองนี้แล้ว เช่น อินโฟ แบงกิ้ง ของไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นบริการข้อมูลการเงินธนาคารให้ลูกค้าโดยเฉพาะ ผ่านคอมพิวเตอร์แบบพีซี แต่ครั้งนี้ที่วิดิโอเท็กซ์กลับมาเป็นเรื่องที่ "ผู้จัดการ" หยิบยกขึ้นมาพูดอีก เพราะในวันสัมมนาถัดมา คือ วันที่ 11 ฟรานซ์ เทเลคอมได้เชิญนักธุรกิจ ผู้บริหารในภาคเอกชน เช่น ธนาคาร ห้างสรรพสินค้า และองค์กรธุรกิจเกือบ 30 รายเข้าฟังด้วย และในวันแถลงข่าวของพลเอก จรวย วงศายัณห์ ประธานคณะกรรมการบริหารองค์การโทรศัพท์คนใหม่ เมื่อ 6 ก.พ. ก็กล่าวว่า องค์การโทรศัพท์จะนำวิดิโอเท็กซ์มาบริการในเร็ว ๆ นี้

สรุปง่าย ๆ จากกระแสข่าวที่ต่อเนื่อง เทคโนโลยีการสื่อสารแบบใหม่สำหรับเมืองไทย คือ "วิดิโอเท็กซ์" นั้นมาแน่ ๆ และมาแบบบุกถึงตัวถึงบ้านคนมีโทรศัพท์ทุกรายเสียด้วย แต่ปัญหาคือ วิดิโอเท็กซ์คืออะไร และเราจะใช้ประโยชน์จากมันได้มากแค่ไหน ?

เข้าใจกันแบบง่าย ๆ วิดิโอเท็กซ์ก็คือ การส่งข้อมูลผ่านคู่สายโทรศัพท์ ข้อมูลที่ส่งไปจะปรากฏบนจอภาพ ซึ่งอาจจะเป็นเทอร์มินัลสำหรับวิดิโอเท็กซ์โดยเฉพาะ หรือคอมพิวเตอร์แบบพีซีก็ได้

ในต่างประเทศ วิดิโอเท็กซ์ได้รับการพัฒนาและขานชื่อต่างกันไป เช่น ที่ฝรั่งเศสเรียกว่า TELETEL ในสหรัฐอเมริกาเรียก ALEX ในยุโรปมีระบบ BETEX ในสิงคโปร์เรียก TELENEWS ออสเตรเลียเรียก VIATEL ในฮ่องกงเรียก VIEWDATA ในอังกฤษเรียก PRESTEL

แต่ละประเทศก็จะมีลักษณะการทำงานแตกต่างกันไป ทั้งโดยตัวเครือข่าย ระบบชุมสายขึ้นกับความสอดคล้องกับเครือข่ายขององค์การโทรศัพท์แต่ละประเทศ ส่วนจอรับภาพหรือเทอร์มินัลก็มีความแตกต่างไป บางประเทศใช้ได้กับเทอร์มินัลเฉพาะ บางแห่งใช้พีซี ถ้าสนุกหน่อยก็เป็นแบบสิงคโปร์ที่เอาเครื่องรับโทรทัศน์มาใช้

หลักสำคัญของมันมีอยู่อย่างเดียว คือ โทรศัพท์ไปติดตั้งที่ไหน วิดิโอเท็กซ์ก็สามารถตอบไปถึงที่นั่น เพราะข้อมูลที่ส่งไปจะต้องไปตามสายโทรศัพท์แค่นั้นเอง

เปรียบเทียบให้เห็นง่าย ๆ ก็คือ วิดิโอเท็กซ์นั้นเทียบได้กับสมุดรายนามผู้ใช้โทรศัพท์ แต่แทนที่ผุ้ใช้จะต้องมาเปิดสมุดก็มาคีย์แป้นเทอร์มินัล อยากรู้เบอร์โทรศัพท์ใครก็คีย์นิดเดียว หมายเลขก็จะปรากฏบนจอ ส่วนเอกชนที่จะมาเอี่ยวในการขายข้อมูลเปรียบได้กับการซื้อพื้นที่ใน "สมุดหน้าเหลือง" นั่นเอง แต่วิดิโอเท็กซ์มีข้อได้เปรียบกว่า นอกเหนือไปจากการมอบหมายเลขโทรศัพท์และรายละเอียดการให้บริการ ซึ่งสมุดหน้าเหลืองทำหน้าที่นี้อยู่ วิดิโอเท็กซ์สามารถป้อนข้อมูลให้ทันสมัยได้อยู่เสมอแบบวันต่อวัน ไม่จำเป็นต้องรอเปลี่ยนหรือรอพิมพ์เป็นปีแบบสมุดหน้าเหลือง

ดังนั้นวิดิโอเท็กซ์จึงกลายเป็นเรื่องของการบริหารข้อมูลข่าวสารอย่างทันเหตุการณ์ เช่นรายนามและหมายเลขผู้ใช้โทรศัพท์ทุกครั้งที่เปลี่ยนแปลง อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ ราคาซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ฯ ราคาพันธบัตร อัตราดอกเบี้ย การสำรองที่พัก โปรแกรมภาพยนต์ รายการช็อปปิ้งทุกสุดสัปดาห์ เล่นเกมส์วิดิโอ อ่านหนังสือพิมพ์ รวมทั้งประกาศหาคู่

แต่อย่าลืมว่าข้อมูลทุกชิ้นไม่ได้คีย์ขึ้นมาใช้ฟรี ๆ แต่ต้องเสียตางค์ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแบ่งได้เป็นสามส่วนคือ หนึ่งค่าเช่าบริการวิดิโอเท็กซ์ซึ่งอาจคิดเป็นรายเดือน

สอง-ค่าบริการข้อมูลต่อหน้า เช่น รายการช็อปปิ้งของเซ็นทรัลก็ 1 หน้า ของเดอะมอล์ลก็อีก 1 หน้า เท่ากับต้องเสียค่าบริการทั้ง 2 หน้า

สาม-เวลาในการใช้บริการดังนั้นเวลาที่ใช้บริการมาก ต้องการข้อมูลมากหลายหน้าและใช้เวลานาน ผู้ใช้จ่ายต่าง ๆ เหล่านี้เองคือรายได้ขององค์การโทรศัพท์ในฐานะเจ้าของและผู้ลงทุน VIDIOTEX SERVICE CENTER และรายได้ส่วนนี้ก็จะแบ่งให้กับเอกชนที่ทำธุรกิจขายข้อมูลในเครือหรือไอพี (INFORMATION PROVIDE) ตามอัตราการเรียกใช้และเวลาที่ไอพีเจ้านั้น ๆ ให้บริการ

จุดที่เป็นข้อถกเถียงกันมาก คือ ถ้าสมมุติว่าตัวองค์การโทรศัพท์ในประเทศใดก็ตามพร้อมจะลงทุนในการติดตั้งวิดิโอเท็กซ์อย่างแน่นอน ปัญหาก็คือ ผู้ใช้บริการจะต้องลงทุนติดตั้งเทอร์มินัล ซึ่งอาจจะต้องใช้เงินเกือบหมื่นบาท แล้วจะมีคนอยากจะลงทุนซื้อติดตั้งเองสักเท่าไร เรื่องแบบนี้เอกชนก็เลยต้องคิดมากว่าจะลงทุนเปิดบริการขายข้อมูลดีหรือไม่ เพราะขืนเปิดบริการแล้วมีตลาดนิดเดียวมันก็ไม่คุ้ม

หรือถ้าผู้ใช้บริการคิดจะซื้อเทอร์มินัลมาติดตั้งจริง ๆ ปัญหาของผู้ใช้บริการ คือ ข้อมูลที่ให้บริการนั้นมันคุ้มค่าแค่ไหนที่จะต้องซื้อ

เรื่องของเรื่องก็เลยเป็นปัญหา "ไก่เกิดก่อนไข่หรือไข่เกิดก่อนไก่"

จากการสัมมนาเรื่องวิดิโอเท็กซ์ครั้งนั้น ฟรานซ์ เทเลคอม กล่าวว่า ในฝรั่งเศสก็ประสบปัญหาเช่นกัน จนกระทั่งฟรานซ์ เทเลคอมใช้วิธีแจกเทอร์มินัลเสียเลย

เทอร์มินัลที่ฟรานซ์ เทเลคอมแจกนี้เรียกกันในนาม "มินิเทล" (MINITEL) ซึ่งผลิตและพัฒนาโดยอัลคาเทล (ALCATEL) แจกไปทั้งสิ้น 4 ล้านเครื่อง จากจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์ทั้งสิ้น 10 ล้านเลขหมาย เมื่อฟรานซ์ เทเลคอม ขจัดปมไปได้เปราะหนึ่ง เอกชนก็พร้อมที่จะให้บริการในรูปของไอพีมากขึ้น มีทั้งที่ดำเนินธุรกิจอื่นอยู่ แล้วมาพ่วงข้อมูลเข้ากับเครือข่าย และที่มาลงทุนทำธุรกิจเป็นไอพีเต็มรูปแบบก็มี

"แต่ถ้าคุณพิจารณาในรายละเอียดสถิติการใช้วิดิโอเท็กซ์ในประเทศอื่น ๆ นะ จะพบว่า แท้จริงอัตราการใช้ยังต่ำมาก ลองเฉลี่ยการใช้เครื่องต่อเดือนดู บางประเทศมีการใช้ 3 - 6 ครั้งต่อเดือนต่อเครื่องเท่านั้น และมีลูกค้าอยู่ในระดับ 3 - 4 พันราย นับว่าน้อยมาก" ผู้เชี่ยวชาญเรื่องวิดิโอเท็กซ์ กล่าว

นั่นหมายความว่า โดยตัววิดิโอเท็กซ์ แม้จะเป็นเทคโนโลยีการสื่อสารอีกรูปแบบหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร

ปัญหาคือ หนึ่ง - ตัวเทอร์มินัลที่ไม่ได้มีกันทุกคนในหลายประเทศไม่มีนโยบายแจกตัวเทอร์มินัลแบบฝรั่งเศส หรือแม้แต่ในสิงคโปร์ซึ่งใช้โทรทัศน์ก็มีปัญหาเรื่องที่คนในครอบครัวอยากดูรายการประจำอื่น ๆ

สอง - ค่าใช้จ่าย

"คุณลองคิดดู ยกหูโทรศัพท์ คุณก็ต้องเสียแล้ว 3 บาท คุณอาจจะไม่คิดอะไร แต่พอคุณจะต้องซื้อข่าว ซื้อข้อมูล ทุกหน้าทุกนาทีมันเป็นเงินทั้งนั้น พอคุณจะคีย์ข้อมูลขึ้นมาคุณก็ต้องคิดแล้ว" แหล่งข่าวในองค์การโทรศัพท์คนเดิมกล่าว

สำหรับเหตุผลที่องค์การโทรศัพท์มีนโยบายจะนำระบบนี้เข้ามาก็เพื่อบริการประชาชนเป็นการพัฒนาเพื่อรองรับเทคโนโลยีด้านอื่น ๆ ในอนาคต เช่น อาจจะนำไปเชื่อมโยงเครือข่ายข้อมูลคอมพิวเตอร์ของหน่วยราชการและเอกชน ซึ่งแต่ละแห่งก็จะมีหน่วยคอมพิวเตอร์ของตนเอง เมื่อมีวิดิโอเท็กซ์ การเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันและกันจะสะดวกและรวดเร็วขึ้น โดยใช้วิดิโอเท็กซ์เป็นสะพานเชื่อมโยง

ถึงตรงนั้นไม่ทราบว่าระบบ DPZ ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กำลังจะทำนั้นจะมีความจำเป็นอยู่หรือเปล่าในแง่เทคโนโลยี

อีกทั้งการลงทุนด้านนี้ก็ไม่มากนัก ต่ำสุดก็ 10 ล้านบาท แต่ถ้าจะให้สมบูรณ์มีช่องสัญญาณมากก็อาจจะถึง 50 ล้านบาท รองรับสมาชิกได้ระดับหมื่นราย

"วิดิโอเท็กซ์ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารองค์การโทรศัพท์แล้ว ตอนนี้เพียงแต่ศึกษาเพื่อเลือกระบบของประเทศไหนจะดีที่สุด" แหล่งข่าวในองค์การโทรศัพท์กล่าว

"ส่วนปัญหาที่กลัวว่า คนไทยจะไม่นิยมใช้หรือเรื่องที่เรายังไม่มีเครื่องเทอร์มินัลแจกนั้น ยังเป็นปัญหารอง ปัญหาที่สำคัญ คือ องค์การโทรศัพท์มีเทคโนโลยีแบบใหม่ ๆ ให้พวกเราได้ใช้ คุณจะใช้ให้มันเกิดประโยชน์อย่างไร หมายความว่า ถ้าคุณอยากจะเป็นไอพีคุณจะเอาข้อมูลอะไรมาขายให้ลูกค้า ให้เขาอยากจะซื้อและเป็นธุรกิจที่สามารถทำกำไรได้เป็นประเด็นสำคัญมากกว่า ถ้าเขาเห็นว่าข้อมูลของคุณมีค่า วิดิโอเท็กซ์มันก็จะเกิดขึ้นเอง" ผู้เชี่ยวชาญในองค์การโทรศัพท์ให้ความเห็น

ผู้สันทัดกรณีในวงการมีเดีย กล่าวว่า ในขั้นนี้ที่เห็นว่า จะสามารถนำวิดิโอเท็กซ์ไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้ คือ เรื่องค้าขายหลักทรัพย์ในตลาดหุ้น บริษัทวิจัย เช่น ดีมาร์ บริษัทโฆษณา หรือธุรกิจหนังสือพิมพ์ เป็นต้น

ถ้าไม่มีความล่าช้าไปกว่านี้ คนกรุงเทพฯ จะได้สัมผัสกับวิดิโอเท็กซ์ในราวต้นปี 2534 อย่างแน่นอน

ก็เช่นที่มีคนกล่าวไว้ เทคโนโลยีรอคุณอยู่ข้างหน้า คุณจะใช้ประโยชน์อย่างไรกับมัน และที่สำคัญจะทำเงินทำทองกับมันอย่างไรเสียละมากกว่า

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us