|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ตลาดเตรียมเรียกเก็บเงินSET 100 - SET 50 จากบลจ.ที่นำไปใช้ออกสินค้าเสนอขายนักลงทุน หลังปล่อยใช้ฟรีช่วงแรกเพื่อโปรโมท ยืนยันราคาไม่แพงจนกระทบต้นทุน พร้อมเร่งหารือ "ฟุ้ตซี่ อินเตอร์ฯ"จัดทำดัชนีใหม่ออกมาเพิ่มอีก ล่าสุดมีบลจ. 2-3 รายสนใจนำ "ฟุ้ตซี เซ็ท อินเด็กซ์ ซีรี่ส์"ไปอ้างอิงในการออกสินค้าใหม่แล้ว คาดเริ่มเปิดขายในช่วงต้นปีหน้า
นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯมีแนวคิดที่จะมีการเก็บค่าใช้บริการที่มีการนำดัชนีตลาดหุ้นไทย เช่น SET100 SET50 เพื่อนำไปอ้างอิงในการออกสินค้าเสนอขายแก่นักลงทุน ซึ่งในอดีตถึงปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ฯไม่ได้มีการเก็บค่าบริการในส่วนนี้ เพราะ ต้องการโปรโมทให้มีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน และสถาบันการเงินต่างๆมีการออกสินค้าที่อ้างอิงกับดัชนีตลาดหุ้นไทย
สำหรับขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์อยู่ระหว่างการศึกษาและเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นในต่างประเทศว่าจะมีการเก็บค่าใช้จ่ายในสัดส่วนเท่าไร แต่ตลาดหลักทรัพย์ฯจะเก็บค่าใช้บริการก็ต่อเมื่อผู้นำไปอ้างอิงมีรายได้จริงที่เกิดจากการนำดัชนีของตลาดหลักทรัพย์ฯไปใช้เท่านั้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวจะมีการหารือกับนักลงทุนสถาบันต่างๆอีกครั้ง ขณะเดียวกัน ในส่วนผู้นำไปใช้เพื่อการดูข้อมูลราคาหุ้นก็จะไม่มีการเก็บค่าใช้จ่าย แต่อย่างใด
“เดิมนั้นตลาดหลักทรัพย์ฯเก็บค่าใช้บริการดัชนีตลาดหุ้นไทยเฉพาะผู้ที่นำดัชนีตลาดหุ้นไปขายต่อเช่น รอยเตอร์ บลูมเบิร์ก แต่ไม่ได้เก็บค่าใช้บริการกับผู้ที่นำดัชนีของตลาดไปอ้างอิงในการออกสินค้าเสนอขายแก่นักลงทุน ซึ่งในตลาดหุ้นในต่างประเทศนั้นมีการเก็บค่าใช้จ่ายเรื่องดังกล่าวมานานแล้ว เพราะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรายได้ของตลาดหุ้น ส่วนราคาที่เรียกเก็บนั้นจะไม่แพงจนเกินไป โดยเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับรายได้จากการขายสินค้านั้นๆ”กรรมการและผู้จัดการตลท. กล่าว
บลจ.แห่ขอนำไปจัดตั้งกองทุน
ด้าน นายสันติ กีระนันทน์ ผู้ช่วยผู้จัดการสายงานวิจัยและข้อมูลสารสนเทศ และผู้จัดการตลาดตราสารหนี้ กล่าวว่า จากการที่ตลาดหลักทรัพย์ฯได้มีการทำสัญญาความร่วมมือกับฟุ้ตซี่ อินเตอร์เนชั่นแนลเป็นเวลา 5 ปีในการร่วมพัฒนาดัชนีใหม่ ซึ่งหลังจากที่ฟุ้ตซี เซ็ท อินเด็กซ์ ซีรี่ส์ (FTSE SET Index Series) มีการเผยแพร่อย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม2551 นี้ ทางฟุ้ตซี่ อินเตอร์ฯจะเริ่มมีการสำรวจความต้องการของสถาบันและนักลงทุนว่าต้องการที่จะให้มีการจัดทำดัชนีเพิ่มอีกหรือไม่ โดยในปลายเดือนนี้ทางตลาดหลักทรัพย์ฯและฟุ้ตซี่จะมีการหารืออีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์ฯยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าจะมีการพัฒนาดัชนีใหม่เพิ่มเติมอีกจำนวนเท่าไร แต่จากการที่ฟุ้ตซี่เป็นผู้จัดทำดัชนีที่มีความเชี่ยวชาญและทำดัชนีให้กับตลาดหุ้นต่างๆทั่วโลกมานาน ตลท.จึงเชื่อว่าประสบการณ์ของกับฟุ้ตซี่ อินเตอร์ฯจะทำให้ตลาดหุ้นไทยมีการออกดัชนีใหม่ที่เป็นสากลและมีความน่าสนใจตรงความต้องการของนักลงทุนเพิ่มขึ้น
“เทรนด์ตลาดหุ้นทั่วโลกขณะนี้จะมีการออกสินค้าต่างๆโดยอ้างอิงกับดัชนีของตลาดหุ้นนั้นๆจำนวนมาก โดยเฉพาะกองทุนอีทีเอฟและตราสารคุ้มครองเงินต้น อาทิหลายประเทศจะมีการออกดัชนีชาลีอะห์ เช่น ฮ่องกงและโตเกียว เพื่อที่จะเสนอขายแก่นักลงทุนในแถบตะวันออกกลางทั้งที่ 2 ประเทศนั้นมีชาวมุสลิมน้อยมาก ส่วนตลาดหุ้นไทยก็มีความสนใจที่จะออกดัชนีดังกล่าสวอยู่เช่นกัน”นายสันติ กล่าว
สำหรับดัชนีฟุ้ตซี เซ็ท อินเด็กซ์ ซีรี่ส์ (FTSE SET Index Series) ขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯได้เริ่มมีการเปิดเผยแพร่แล้วอย่างไม่เป็นทางการไปแล้วตั้งแต่วานนี้(2เม.ย.) โดยขณะนี้มีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) 2-3 แห่ง แสดงความสนใจที่จะออกกองทุนอิควิตี้อีทีเอฟ (อีทีเอฟ)เพื่ออ้างอิงกับดัชนี FTSE SET Large Cap และดัชนี FTSE SET Mid Cap ทั้งนี้คาดจะสามารถออกกองทุนอีทีเอฟดังกล่าวได้ในต้นปีห2552
นอกจากนี้ บริษัท ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน)หรือ TFEX อยู่ระหว่างการศึกษาที่จะมีการออกสินค้าเพื่ออ้างอิงกับดัชนี FTSE SET Index เช่นกัน โดยจะมีการพิจารณาจะมีการออกสินค้าอิงกับดัชนีใดดัชนีหนึ่ง จากทั้งหมด 6 ดัชนี หรืออาจมีการออกสินค้าอิงกับทุกดัชนีที่มีการจัดตั้งออกมา
นายสันติ กล่าวว่า หากมีผู้สนใจมาออกสินค้าที่อิงกับ FTSE SET Indexฯนั้นจะต้องมีการเสียค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนที่เป็นนำไปอ้างอิงออกสินค้าและการดูข้อมูลให้กับตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยรายได้ดังกล่าวจะแบ่งระหว่างตลาดหลักทรัพย์ฯและ ฟุ้ตซี่ อินเตอร์เนชั่นฯ เพราะขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯมีแนวคิดที่จะมีการเก็บค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการใช้ดัชนีของตลาดหลักทรัพย์ฯเช่นกัน คือ SET100 SET50ฯลฯในการที่จะนำไปอ้างอิงกับการออกสินค้าต่างๆเพื่อเสนอขายแก่นักลงทุน
ขณะเดียวกัน ในเฟสแรกนี้ การเผยแพร่ดัชนี FTSE SET Index Series จะประกอบไปด้วยดัชนีจำนวน 6 ตัว ได้แก่ 1.ดัชนีสำหรับใช้อ้างอิงผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ (Tradable Index) 1 ตัว คือ ดัชนี FTSE SET Large Cap ประกอบด้วยหุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) สูงสุด 30 ตัว 2.ดัชนีสำหรับใช้อ้างอิงและเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน (Benchmark Index) จำนวน 5 ตัว ได้แก่ดัชนี FTSE SET Mid Cap ประกอบด้วยหุ้นที่มี market cap รวมกันถึง 90% แต่ไม่อยู่ใน Large Cap Index
3.ดัชนี FTSE SET Small Cap ประกอบไปด้วยหุ้นที่มี market cap รวมกันถึง 98% แต่ไม่อยู่ใน LargeCap Index และ Mid Cap Index 4.ดัชนี FTSE SET All-Share ประกอบไปด้วยหุ้นที่มี Market Cap รวมกันถึงระดับ 98% ครอบคลุมหุ้น ในดัชนี FTSE SET Large Cap ดัชนี FTSE SET Mid Cap และดัชนี FTSE SET Small Cap ดัชนี FTSE SET Mid /Small Cap ประกอบไปด้วยหุ้นที่อยู่ในดัชนี FTSE SET Mid Cap และดัชนี FTSE SET Small Cap รวมกัน และ6.ดัชนี FTSE SET Fledgling ประกอบไปด้วยหุ้นที่มีขนาดเล็ก ที่ไม่ได้มีการนำไปรวมคำนวนอยู่ใน All-Shares Index โดยมี Market Cap รวมประมาณ 2%
|
|
 |
|
|