Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน3 เมษายน 2551
สแตนเลย์ลงทุน1.2พันล.เล็งตั้งรง.ใหม่รับอีโคคาร์             
 


   
search resources

Auto-parts
ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า, บมจ.




ผู้ผลิตชุดอุปกรณ์ส่องสว่างยานยนต์รายใหญ่ "สแตนเลย์" ประกาศทุ่มเงินลงทุนเพิ่ม 1.2 พันล้านบาท รองรับรถยนต์โมเดลใหม่ๆ เผยเม็ดเงินดังกล่าวยังไม่รวมโครงการอีโคคาร์ ที่บีโอไอกำลังพิจารณาอนุมัติอยู่ หากทุกอย่างชัดเจนและบริษัทรถเลือก จะต้องลงทุนตั้งโรงงานแห่งใหม่รองรับโดยเฉพาะ ขณะที่รายได้ปีนี้น่าจะเติบโต 5% จากปีที่แล้วที่ทำได้ 7.9 พันล้านบาท

นายชิเกโอะ ซูซูกิ ตัวแทนผู้บริหาร บริษัท สแตนเลย์ อิเลคทริค จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ผู้ผลิตชุดอุปกรณ์ส่องสว่างสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง โดยดูจากปริมาณรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี และกลุ่มสแตนเลย์ยังคงให้ความสำคัญต่อตลาดไทยอย่างต่อเนื่อง

"ที่ผ่านมาสเตนเลย์ขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยนับจากช่วงปี 2540 เป็นต้นมา สเตนเลย์ใช้เงินลงทุนขยายกำลังการผลิตไปแล้วถึง 6,214 ล้านบาท และในปี 2551 นี้ สแตนเลย์ยังคงจะขยายการลงทุนต่อไป"

นายอภิชาติ ลี้อิสระนุกูล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด(มหาชน) (STANLY)ผู้ผลิตชุดอุปกรณ์ส่องสว่างสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีการลงทุนใช้ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์เกือบทุกยี่ห้อ และมีการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาดต่อเนื่อง เพื่อรองรับทิศทางการผลิตของบริษัทรถดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ จำเป็นต้องมีการลงทุนเพิ่มในทุกๆ ปี

"ปีนี้แสตนเลย์ได้เตรียมงบลงทุนกว่า 1.2 พันล้านบาท เพื่อผลิตโคมไฟให้กับรถยนต์โมเดลใหม่ๆ รวมถึงโครงการผลิตรถยนต์นั่งขนาดเล็ก หรือซับคอมแพ็กตของมาสด้าและฟอร์ด ที่จะเริ่มในอีก 1-2 ปีข้างหน้า ซึ่งผลจากการขยายการลงทุนทำให้สามารถรองรับการผลิตรถยนต์ได้อีกประมาณ 2 แสนคัน ส่วนผลประกอบการของสแตนเลย์ในปีที่ผ่านมา มีมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 7.9 พันล้านบาท และคาดว่าปีนี้จะมีรายได้เพิ่มขึ้น 5% หรือมากกว่า 8 พันล้านบาท"

อย่างไรก็ตาม เงินลงทุนดังกล่าวยังไม่รวมถึงการรองรับรถยนต์ ภายใต้โครงการรถยนต์ขนาดเล็กประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล หรืออีโคคาร์ ที่กำลังอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไออยู่ โดยล่าสุดได้มีการอนุมัติไปแล้ว 3 ราย ได้แก่ โตโยต้า ซูซูกิ และนิสสัน ยังรออนุมัติการลงทุนอีก 3-4 ราย ซึ่งน่าจะได้ข้อสรุปในอีก 1-2 ข้างหน้านี้

"เรายังไม่ได้คุยกับผู้ผลิตรถยนต์เกี่ยวกับโครงการอีโคคาร์ เพราะยังมีบางรายที่รอรับการส่งเสริมจากบีโอไออยู่ ซึ่งคาดว่าเร็วๆ นี้น่าจะมีการเจรจาในเรื่องนี้ และแม้ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าเก่าของสแตนเลย์ แต่ก็ไม่ทราบว่าจะได้รับออเดอร์หรือเปล่า ซึ่งแน่นอนจากกรอบข้อกำหนดของบีโอไอ ที่แต่ละบริษัทจะต้องผลิตรถยนต์ให้ได้ 1 แสนคัน ในปีที่ 5 เป็นต้นไป จำนวนดังกล่าวนับว่ามีปริมาณมากทีเดียว และหากลูกค้าเลือกเราเป็นผู้ผลิตชุดอุปกรณ์ส่องสว่างให้ โรงงานใหม่แห่งที่ 5 ที่เพิ่งลงทุนไปรองรับได้เพียง 2 แสนคันเท่านั้น นั่นย่อมหมายความว่าจะต้องมีการตั้งโรงงานใหม่รองรับ อาจจะเป็นโรงงงานที่ 6 ก็เป็นไปได้ แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตรถยนต์จะเลือกสแตนเลย์หรือไม่" นายอภิชาตกล่าวและว่าปัจจุบันผลิตภัณฑ์สแตนเลย์ที่ผลิตในประเทศไทย ประกอบไปด้วยหลอดไฟยานยนต์มีกำลังการผลิต 8 ล้านชิ้นต่อเดือน อุปกรณ์ส่องสว่างสำหรับยานยนต์ มีกำลังการผลิต 2,600,000 ชิ้นต่อเดือน และแม่พิมพ์ ซึ่งมีกำลังการผลิต 400 ชิ้นต่อปี โดยประมาณ 95% จะผลิตให้กับโรงงานผู้ผลิตรถยนต์ ได้แก่ ฮอนด้า, อีซูซุ, มิตซูบิชิ, โตโยต้า, ฟอร์ด, มาสด้า, นิสสัน, เดมเลอร์ไครสเลอร์ และนิสสันดีเซล

นอกจากนี้ยังมีการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก จากเดิมสัดส่วนส่งออกประมาณ 30% ในปีที่ผ่านมาสัดส่วนระหว่างในประเทศกับต่างประเทศเท่ากัน และคาดว่าปีนี้ส่งออกจะมีมากกว่า

สำหรับปัญหาของสแตนเลย์ในปัจจุบัน ได้มีสินค้าปลอมและเลียนแบบเข้ามาตีตลาดจำนวนมาก โดยล่าสุดบริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบังคับการปราบปรามอาชญกรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี โดยพล.ต.ต.วิสุทธิ์ วาณิชบุตร ผู้บังคับการ ได้ดำเนินการยึดผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ส่องสว่างสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่ละเมิดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้า Stanley กว่า 1 แสนชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 5 ล้านบาท และได้จัดการทำลาย ณ บริเวณโรงงานผลิตอุปกรณ์ส่องสว่างสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จังหวัดปทุมธานี ไปเมื่อวานนี้(2 เม.ย.)

"ความจริงแล้วไม่เพียงแต่เทปผีซีดีเถื่อนเท่านั้น ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดรวมถึงอุปกรณ์ยานยนต์ อาทิ ผ้าเบรก และน้ำมันเครื่อง รวมถึงหลอดไฟยานยนต์ที่ได้ร่วมมือกับบริษัทสแตนเลย์ฯ ในการยึดและทำลายล่าสุดนี้ ถือเป็นการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดกับเจ้าของผลิตภัณฑ์ ที่ช่วยให้ข้อมูลและชี้เบาะแสให้กับเราทราบ จนนำไปสู่การปราบปรามอย่างได้ผลที่สุด" พล.ต.ต.วิสุทธ์กล่าว   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us