"ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล" ผู้ว่าฯแบงก์ชาติยืนยันแผน การเพิ่มทุนของธนาคารทหารไทย
(TMB) เสร็จทันสิ้นเดือนนี้ โดยกองทุนฟื้นฟูฯ ไม่จำเป็นต้องเข้าแทรกแซง เพราะมีธนาคารต่างชาติ
สนใจซื้อหุ้นของธนาคาร ส่งผลให้ หุ้นปรับตัวสูงขึ้น
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้า
การดำเนินการเพิ่มทุนธนาคารทหาร ไทยว่า แผนการเพิ่มทุนของธนาคาร จะสามารถดำเนินการให้เสร็จทันตามเป้าหมายที่กำหนด
คือภายในสิ้นเดือนนี้ ขณะนี้มีผู้สนใจหลายกลุ่มติดต่อเข้ามาเพื่อขอซื้อหุ้นเพิ่ม
ทุน ทำให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินไม่จำเป็นต้องเข้าไปซื้อหุ้นเพิ่มทุน
สำหรับฐานะธนาคารทหารไทย ขณะนี้ ถือว่ายังดีอยู่ ตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้
(เอ็นพีแอล) มีไม่มาก โดย ณ สิ้นเมษายน ธนาคารมีหนี้เน่า 40,790 ล้านบาท หรือ
13.28% ของสินเชื่อรวมก่อนหักค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
ด้านฐานะการดำเนินงานของธนาคารทหารไทย ไตรมาสแรก สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม
ธนาคารมีกำไรสุทธิ 959.78 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 48 สตางค์ เทียบกับงวดเดียวกันปีก่อน
กำไรสุทธิ 354.18 ล้านบาท กำไรสุทธิ ต่อหุ้น 18 สตางค์ กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 170.99%
ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ 40,890.21 ล้านบาท หรือ 13.28% ของสินเชื่อรวมก่อนหักค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่าปัญหาธนาคารทหารไทยที่ต้องเพิ่มทุนนั้น
ไม่ใช่มาจากหนี้เอ็นพีแอลที่ไหลย้อนกลับเป็นปัจจัยหลัก แต่ประเด็นหลักมาจากความจำเป็นที่จะต้องสำรองสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้น
จากการปรับฐานะของหนี้เอ็นพีแอล โดยปรับจากขั้นที่ต้องกันสำรองน้อย เป็นกันสำรองมากขึ้น
เนื่อง จากอายุของหนี้เอ็นพีแอลที่เพิ่มขึ้น แต่ยังปรับโครงสร้างหนี้ไม่ได้ และจากฐานะหลักประกันที่เสื่อมลง
เมื่อเปลี่ยนการจัดชั้นหนี้เอ็นพีแอล จากระดับที่ต้องกันสำรองหนี้น้อยไปกันสำรองมากขึ้น
เงินทุนที่ต้องใช้จะเพิ่มขึ้น ทำให้ธนาคารทหารไทยต้องเพิ่มทุนปีนี้
ช่วงที่ผ่านมา มีนักลงทุนหลายรายแสดงความสนใจที่จะซื้อหุ้นเพิ่มทุนของธนาคารทหาร
ไทย แต่ที่แสดงความจำนงชัดเจนคือ ธนาคารเอเอ็นแซด ของออสเตรเลีย ซึ่งมีข่าวว่าเอเอ็นแซดตกลงซื้อหุ้นราคา
5.50 บาท ทำให้ราคาหุ้นธนาคารทหารไทยในตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวเพิ่ม ขึ้นต่อเนื่อง
ขณะที่ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นล่าสุด วานนี้ (18 มิ.ย.) ราคาหุ้น TMB ลดลงเล็กน้อย
ปิดที่ 5.05 บาท ลดลงจากวันก่อน 15 สตางค์ ลดลง 2.88% ปริมาณซื้อขายรวม 123.24
ล้านหุ้น มูลค่าซื้อขายรวม 626.65 ล้านบาท