Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน31 มีนาคม 2551
ธปท.เล็งจัดเครดิตแบงก์'เน้นบริหารเงินกองทุน'             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารแห่งประเทศไทย

   
search resources

ธนาคารแห่งประเทศไทย
Banking and Finance




แบงก์ชาติเตรียมจัดอันดับเครดิตธนาคารพาณิชย์ไทย เน้นพิจารณาผลประกอบการ คุณภาพของการบริหารสินทรัพย์ เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง และการดำเนินงานของฝ่ายบริหาร ส่วนแผนมาสเตอร์แพลน 2 ที่เน้นการเปิดเสรีในการแข่งขันมากขึ้นล่าสุดมีข้อเรียกร้องจากสาขาต่างชาติให้คิดเงินกองทุนตามบริษัทแม่ในต่างประเทศ ขณะเดียวกันพบสาขาธนาคารต่างชาติ 1 แห่งลงทุนในซับไพรม์ แต่จิ๊บจ๊อย

นายพงศ์อดุล กฤษณะราช ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์และติดตามฐานะ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ในขณะนี้ ธปท.กำลังอยู่ระหว่างเข้าไปตรวจสอบและติดตามฐานะการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ไทย รวมทั้งสาขาธนาคารต่างชาติ และจะนำข้อมูลมาวิเคราะห์ รวมถึงจัดอันดับตามระดับต่างๆ ซึ่งในปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่ธนาคารพาณิชย์ไทยอยู่ในระดับพอใช้ เนื่องจากปัจจัยภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย ภาวะราคาน้ำมันที่สูงขึ้น หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)ในระบบลดลงไม่มากนัก ประกอบกับปัญหาการเมือง และการนำมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศ ฉบับที่ 39(IAS39) มาใช้ ทำให้ผลประกอบการของธนาคารพาณิชย์ไทยไม่ดีนัก แต่เชื่อว่าปัจจัยดังกล่าวจะช่วยสร้างให้ธนาคารพาณิชย์ไทยมีความแข่งแกร่งขึ้น

ทั้งนี้ ในปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ไทยหลายแห่งเริ่มมีระดับที่ดีขึ้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการดำเนินธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ไทย โดยในปีนี้ธปท.จะพิจารณาการจัดอันดับของสถาบันการเงิน โดยจะให้ความสำคัญในเรื่องผลประกอบการ คุณภาพของการบริหารสินทรัพย์ เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง(บีไอเอสเรโช) และการดำเนินงานของฝ่ายบริหาร ซึ่งต่างกับสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศอย่างบริษัทสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์(เอสแอนด์พี)และมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิสที่จะเน้นเรื่องเอ็นพีแอลและผลประกอบเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ ธปท.ยังได้มีแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน(มาสเตอร์แพลน) ฉบับที่ 2 ออกมารองรับการเปิดเสรีมากขึ้น โดยในประเด็นหนึ่งของแผนดังกล่าวที่กำลังอยู่ระหว่างพิจารณา คือ สาขาธนาคารต่างชาติเรียกร้องให้ธปท.คิดเงินกองทุนจากเงินกองทุนของบริษัทแม่ที่เปิดสำนักงานใหญ่ในต่างประเทศ จากเดิมที่คิดจากเงินที่บริษัทแม่นำส่งมาให้สาขาต่างประเทศที่เปิดในไทย โดยคาดว่าจะสรุปผลเรื่องนี้ได้ในช่วงต้นปี 2552 ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียบกันในการแข่งขันระหว่างธนาคารพาณิชย์ไทยกับสาขาธนาคารต่างชาติ

โดยทั่วไปแล้วธปท.กำหนดให้สถาบันการเงินปล่อยกู้ให้ลูกหนี้ได้ไม่เกิน 25%ของเงินกองทุน ซึ่งหากคำนวณเงินกองทุนของบริษัทแม่ในต่างประเทศของสาขาธนาคารต่างชาติที่เปิดในไทยจะมีจำนวนมาก ทำให้ธนาคารพาณิชย์ไทยเสียเปรียบในการแข่งขันได้ทั้งขนาดที่เล็กกว่าและเงินกองทุนน้อย แต่หากไม่เปิดการแข่งขันนักลงทุนต่างชาติก็ไม่เข้ามาทำธุรกิจในไทย จึงจำเป็นต้องพิจารณาเงินกองทุนโดยยึดธนาคารพาณิชย์ไทยเป็นหลัก เพราะมีส่วนแบ่งในการตลาดมากถึง 80% เทียบกับสาขาธนาคารต่างชาติ 20% แม้จะมีจำนวนสถาบันการเงินเท่ากัน คือ 17 แห่งก็ตาม

“เรามองว่าบริษัทแม่ในต่างชาติต้องการให้สาขาธนาคารต่างชาติปล่อยกู้มากก็ควรเอาทุนเข้ามาใส่มาก ซึ่งไม่ใช่คิดจากเงินกองทุนของบริษัทแม่ในต่างประเทศ เพราะไม่เช่นนั้นเขาจะหาประโยชน์จากการแข่งขันกับธนาคารพาณิชย์ไทย อย่างไรก็ตามหากพิจารณาจากเงินทุนที่ส่งมากให้สาขาธนาคารต่างชาติในไทยก็ควรมีหลักเกณฑ์อะไรเป็นตัวล็อกด้วย เช่น อย่างน้อยอนุญาตให้สาขาธนาคารต่างชาติเปิดสาขาได้เพิ่มขึ้น เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ธปท.กำลังอยู่ระหว่างพิจารณา เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีต่อการแข่งขันในไทยด้วย”

นายพงศ์อดุล กล่าวว่า สำหรับปัญหาสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ด้อยคุณภาพ(ซับไพรม์)ของสหรัฐเท่าที่ธปท.ตรวจสอบ นอกเหนือจากสถาบันการเงินไทย 4 แห่งก็ยังมีสาขาธนาคารต่างชาติ 1 แห่ง แต่มีจำนวนที่น้อยมาก ประกอบกับมีแหล่งเงินทุนจากบริษัทแม่ในต่างประเทศเข้ามาช่วยเหลือ จึงซึ่งเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและฐานะ อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดปัญหานี้ ธปท.มีการแนะนำให้สถาบันการเงินมีการกระจายความเสี่ยงจากการลงทุนให้มากขึ้น เพื่อลดความเสียหาย ขณะเดียวกันธปท.เองก็มีหลักเกณฑ์ที่กำหนดให้สถาบันการเงินลงทุนในหุ้นไม่เกิน 20%ของเงินกองทุนสถาบันการเงินนั้นๆ และไม่เกิน 10%ของเงินกองทุนบริษัทที่สถาบันการเงินนั้นไปลงทุนด้วย   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us