|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
บล.กิมเอ็งฯ หวังขึ้นแท่นวาณิชธนกิจอันดับ 1 หลังดึง "บุญชัย ศรีปรัชญาอนันต์" นั่งเอ็มดีสายวาณิชธนกิจ จากเดิมเป็นแชมป์ด้านนายหน้าค้าหลักทรัพย์อยู่แล้ว พร้อมตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาดปีนี้ 8-9% "มนตรี" เผยพร้อมจับมือแบงก์ต่างประเทศ ออกตราสารทางการเงินหลากรูปแบบ และเตรียมพอร์ตพันล้านลงทุนตรงในบจ.ไทย ก่อนจะขยายลู่ทางลงทุนสู่ประเทศเวียดนาม
นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEST เปิดเผยถึง แผนการดำเนินงานในอนาคต ว่า ในช่วงอีก 2 ปีข้างหน้าบริษัทตั้งเป้ารุกงานด้านวาณิชย์ธนกิจให้มีความแข็งแกร่ง และสามารถแข่งขันกับบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นอันดับหนึ่งให้ได้ หลังจากบริษัทได้รับนายบุญชัย ศรีปรัชญาอนันต์ เข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชกิจ เพื่อรับผิดชอบงานด้านวาณิชธนกิจของบริษัท และทำให้ปัจจุบันบริษัทมีทีมวาณิชธนกิจรวมทั้งสิ้น 3 ทีม
สำหรับนายบุญชัย เป็นผู้ที่มีประสบการณ์สูงขึ้นทำงานมาเป็นเวลา 16 ปี มีมูลค่าที่ปรึกษาการะดมทุน 1 แสนล้านบาท และเป็นที่ปรึกษาในการแปรรูปรัฐวิสาหกิจเกือบทุกบริษัทในประเทศไทย เช่น บริษัทปตท.จำกัด (มหาชน)หรือ PTT, บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)หรือ PTTEP, บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)หรือ THAI,บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)หรือ AOT เป็นต้น
"การที่บริษัทได้ชวนนายนายบุญชัย เข้ามาร่วมงานจากที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องงานวาณิชธนกิจ และมีผลงานการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินแปรรูปรัฐวิสาหกิจจำนวนมาก จากประสบการที่ทำงานมาถึง 16 ปี จะช่วยทำให้บริษัทมีความแข็งแกร่งด้านวาณิชย์ธนกิจ สามารถทำดีลแปรรูปรัฐวิสาหกิจได้ในอนาคต ทำให้บริษัทสามารถแข่งขันกับเบอร์ 1 ในขณะนี้ได้"นายมนตรี กล่าว
ส่วนงานด้านค้าหลักทรัพย์ บริษัทจะรักษาส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เกตแชร์) อันดับ 1 เป็นปีที่ 7 โดยคาดว่าปีนี้จะมีมาร์เกตแชร์ประมาณ 8-9% ซึ่งคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังภาวะตลาดหุ้นจะปรับตัวดีขึ้น แม้ในช่วงต้นปีมาร์เกตแชร์ของบริษัทจะปรับตัวลดลงบ้างจากปัจจัยลบต่างๆ ซึ่งบริษัทจะไม่แนะนำให้นักลงทุนเข้ามาซื้อขายในช่วงที่ภาวะตลาดไม่ดี โดยคาดว่าสิ้นปีนี้มูลค่าการซื้อขายจะอยู่ที่ระดับ 18,000 -20,000 ล้าบาท
ขณะที่ด้านการจัดตั้งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) คาดจัดตั้งได้ในช่วงกลางหรือปลายปีนี้ และในช่วงเดือนเมษายน -พฤษภาคม คาดจะเปิดให้บริการธุรกรรมการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (SBL)
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะมีการออกตราสารทางการเงินต่างๆ มากขึ้น เช่น ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน หุ้นกู้ควบใบสำคัญแสดงสิทธิ (วอร์แรนต์) เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยขาลง แต่บริษัทจะต้องออกแบบตราสารหนี้ให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย โดยส่วนของตราสารหนี้กึ่งทุน จะช่วยให้บริษัทระดมทุนในต้นทุนที่ถูกลง และหากมีการแปลงสภาพวอร์แรนต์จะทำให้บริษัทได้รับมูลค่าการระดมที่เพิ่มขึ้น
"ขณะนี้มีธนาคารต่างประเทศหลายแห่งเข้ามาติดต่อบริษัท ที่จะเข้ามาร่วมกันออกและเสนอขายตราสารประเภทดังกล่าว ซึ่งบริษัทจะพิจารณาเลือกธนาคารที่จะร่วมกันออกเป็นรายกรณีไป โดยจะเลือกตามความเชี่ยวชาญของแต่ละแบงก์"
นายบุญชัย ศรีปรัชญาอนันต์ กรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชกิจ บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ส่วนตัวมั่นใจว่าทีมงานของบล.กิมเอ็ง พร้อมที่จะให้บริการด้านวาณิชธนกิจ ทั้งองค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน การระดมทุนในรูปหุ้นทุน ตราสารหนี้ ที่ปรึกษาแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ปรับโครงสร้างทางการเงิน จัดหากเงินกู้โครงการ ซึ่งในช่วง 2551-2552 ผู้บริหารบริษัทต่างๆจ ะมีความมั่นใจที่จะเข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มากขึ้น กว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ในระยะสั้นยังมีปัจจัยลบจากปัญหาการเมือง เศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศ ราคาสินค้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และปัญหาสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์คุณภาพต่ำ (ซับไพรม์) ทำให้ตลาดหุ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศผันผวน แต่เมื่อมีช่วงที่ภาวะตลาดเอื้อก็จะเป็นช่องทางในการเอื้อการระดมทุน ขึ้นอยู่กับบล.ไหนจะใช้จังหวะดังกล่าวให้เกิดประโยชน์ได้
"ตลาดทุนถือว่ามีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การระดมทุนของบริษัทจดทะเบียนคิดเป็น 1.8 เท่าของเงินกู้ที่กู้จากธนาคารพาณิชย์ ซึ่งในอนาคตนั้นตลาดทุนจะมีความสำคัญมากขึ้นจึงทำให้ในระยาวนั้นงานด้านการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินจะเติบโตที่ดี ปัจจุบันบริษัทมีงานด้านวาณิชธนกิจในมือจำนวน 20 บริษัท ซึ่งประกอบด้วย งานเสนอขายหุ้นไอพีโอ เสนอขายหุ้นเพิ่มทุน กองทุนอสังหาริมทรัพย์ ควบรวมกิจการ ออกหุ้นกู้ ฯลฯ"
สำหรับงานด้านที่ปรึกษาแปรรูปรัฐวิสาหกิจในช่วง 1-2 ปีนั้น ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า เพราะต้องรอพระราชบัญญัติแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไข หากมีการบังคับใช้พรบ.ใหม่จะใช้เวลานาน ส่วนรัฐวิสาหกิจที่มีการแปรรูปแล้วนั้นก็มีการเพิ่มทุนไปแล้ว และเพียงพอต่อต่อการดำเนินงานไปอีกหลายปี
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายไตรมาส 2-3/51 บริษัทจะมีการนำเงินเข้าลงทุนตรงในบริษัทจดทะเบียนและบริษัทที่ยังไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งในเบื้องต้นได้เสนอที่จะขอวงเงินจำนวน 500 -1,000 ล้านบาทที่จะนำไปลงทุนตรง จากเงินทุนที่บริษัทมีจำนวน 4,000 ล้านบาท โดยบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนประมาณ 15% ต่อปี โดยสาเหตุที่บริษัทจะมีการลงทุนเนื่องจาก โบรกเกอร์มีการแข่งขันที่สูง ทำให้รายได้ และอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิน) ลดลง จึงต้องการที่จะหารายได้อื่นเข้ามาเสริมบริษัทให้มีผลประกอบการเติบโต ต่อเนื่อง
นายบุญชัย กล่าวว่า ในวันที่ 31 มีนาคมนี้ ผู้บริหารบล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จะเดินทางไปประเทศเวียดนาม เพื่อไปร่วมงานการเปิดสาขาของบล.กิมเอ็ง (ประเทศสิงคโปร์) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท และบริษัทก็จะเข้าไปดูแนวทางเข้าไปทำธุรกิจกับบล.กิมเอ็งประเทศเวียดนาม
|
|
 |
|
|