|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ฮิตาชิตอกย้ำภาพพรีเมี่ยมแบรนด์ มุ่งผลิตสินค้านวัตกรรมใหม่ เป็นผู้นำตลาดตู้เย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องดูดฝุ่น ทุ่มงบ 400 ล้าน เปิดตัวแคมเปญ Hello, Tomorrow ! ตอบทุกไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต
นายชิเกฮารุ อันนากะ กรรมการผู้จัดการ บริษัทฮิตาชิเซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ฮิตาชิให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น (High Value Added Product) โดยมีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านอย่างต่อเนื่อง และการทำวิจัยเกี่ยวพฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อนำไปพัฒนาสินค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้ จึงครองความเป็นพรีเมี่ยมแบรนด์มาโดยตลอด
เมื่อปีที่แล้วฮิตาชิมียอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 7% และมีส่วนแบ่งมูลค่าการตลาดมาที่สุดเป็นอันดับ 1 ทั้งตู้เย็นและเครื่องดูดฝุ่น โดยเฉพาะเครื่องซักผ้ายังคงความแข็งแกร่งและครองความเป็นที่หนึ่งในบรรดาเครื่องซักผ้าแบรนด์ญี่ปุ่นด้วยกัน
ในปีนี้ฮิตาชิตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายไว้ประมาณ 10% คิดเป็นมูลค่ากว่า 3,500 ล้านบาท หรือมีส่วนแบ่งตลาด 10 -12% จากมูลค่าตลาดรวม 30,000 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทจะเน้นทำตลาดใน 4 ผลิตภัณฑ์หลักคือ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศและเครื่องดูดฝุ่น
ในปี 2008 ฮิตาชิจะเน้นกลยุทธ์การตลาดใน 3 ด้าน คือ การนำเสนอสินค้านวัตกรรมและเทคโนโลยีทันสมัย การพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่าย และการสื่อสารการตลาด ด้วยงบประมาณการตลาด 400 ล้านบาท
เริ่มที่กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ ฮิตาชิเป็นผู้นำในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ และเทคโนโลยีทันสมัย จึงมีบทบาทสำคัญทำให้รูปแบบการตอบสนองของตลาดเปลี่ยนไป ( shift market demand) เช่น จากเดิมที่คนนิยมใช้ตู้เย็น 1 ประตู ฮิตาชิก็เปิดตัวตู้เย็น 2 ประตูเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการใช้งานให้เข้ากับครอบครัวสมัยใหม่ หรือปรับระบบครื่องซักผ้าจาก 2 ถังให้เป็นแบบถังเดียวอัตโนมัติ เพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันที่ทันสมัยอีกมากมายที่ฮิตาชินำมาใช้เป็นรายแรกในประเทศไทยก่อนรายอื่นๆจะพัฒนาตามมา เช่น ตู้เย็นที่มีปุ่มกดน้ำเย็นทันใจหรือ Smart Drink และระบบกำจัดกลิ่นและแบคทีเรีย Nano Titanium ที่ไม่ต้องใช้พลังไฟฟ้าและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ระบบปั่นแห้งความเร็วสูงหรือ Air Jet DRY ในเครื่องซักผ้า, ระบบการดูดแบบไซโคลน (Cyclone System) ในเครื่องดูดฝุ่น เป็นต้น
เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ฮิตาชินำมาเสนอในปี 2008 นี้ เช่น ตู้เย็นฮิตาชิก็จะเปลี่ยนจากแบบ 2 ประตูขนาดเล็กให้มีขนาดใหญ่ขึ้นพร้อมเพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ๆ เช่น Big, Super-Moisture Vegetable Compartment ที่มีการขยายพื้นที่ช่องเก็บผักใหญ่ขึ้น รวมถึงระบบควบคุมความชื้นเพื่อทำให้เก็บผักผลไม้ให้สด ได้ยาวนานขึ้น เพื่อตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ หรือเครื่องซักผ้าซีรีย์ Beat Wave Wash นวัตกรรมเพื่อความสะอาดใหม่ล่าสุด ที่ผสานการซัก 3 รูปแบบ ช่วยทำให้ผงซักฟอกขจัดคราบสกปรกให้ผ้าสะอาดหมดจดอย่างแท้จริง เครื่องปรับอากาศรุ่นอินเวอร์เตอร์ เทคโนโลยีความเย็นสบายที่ประหยัดคุ้มค่าด้วยคอมเพรสเซอร์แบบ Twin Rotary และเครื่องดูดฝุ่นพลังไซโคลน ดูดเต็มพลังด้วยกำลังมอเตอร์แรงสูงถึง 2,100 วัตต์
“นอกจากนี้ฮิตาชิยังใส่ใจและห่วงใยต่อสภาพแวดล้อมของโลกอย่างจริงจัง โดยผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกประเภทจากฮิตาชิได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน RoHS ซึ่งเป็นระเบียบของกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป ที่ห้ามใช้สารต้องห้าม 6 ชนิด เช่น ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม ในสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์”
สำหรับกลยุทธ์ด้านการจัดจำหน่าย ในปีนี้ฮิตาชิมีนโยบายที่จะชูร้านค้าตัวแทนจำหน่าย 100 แห่ง ให้เป็นร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่มีศักยภาพด้านการขายผลิตภัณฑ์ของฮิตาชิ พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภค (High Value Added Channel) โดยจะมีการจัดดิสเพลย์สินค้าและเน้นการให้ความรู้ด้านคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยให้ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเข้าใจในนวัตกรรมของสินค้าและพร้อมที่จะอธิบายให้ลูกค้าทราบถึงประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับจากผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของฮิตาชิอย่างละเอียด
“สิ่งที่ฮิตาชิดำเนินการมาโดยตลอดคือ การเติบโตไปพร้อมๆ กับร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเหล่านี้ ดังนั้นเมื่อผู้บริโภคนิยมสินค้าที่มีเทคโนโลยีสูง ฮิตาชิและร้านค้าตัวแทนจำหน่ายจึงต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของลูกค้าได้ ด้วยการแนะนำและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการเลือกสินค้าที่ตรงกับความต้องการ เพื่อให้ลูกค้ามีความพึงพอใจ ซึ่งในที่สุดแล้วจะทำให้ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายสามารถเติบโตได้ในระยะยาว”
สุดท้ายคือ กลยุทธ์ด้านการสื่อสาร โดยในโอกาสที่ฮิตาชิเซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 40ในปีนี้ บริษัทฯ จะใช้แคมเปญ Hello, Tomorrow ! ตอบทุกไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต ในการทำตลาดและสื่อสารไปยังกลุ่ม เป้าหมายระดับพรีเมี่ยม โดยนำเสนอ “ผู้หญิง 3 สไตล์” และสามบทบาท ได้แก่ 1.แม่บ้านทันสมัย 2.เวิร์กกิ้งวูแมน และ3. คู่รักสมัยใหม่ เป็นตัวแทนในการนำเสนอแคมเปญใหม่ที่ต้องการสื่อว่า ฮิตาชิตระหนักถึงความต้องการของชีวิตยุคใหม่ จึงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหลากหลายประเภทให้มีนวัตกรรมล้ำหน้า ครบครันด้วยฟังก์ชั่นที่อำนวยความสะดวกเพื่อให้คุณใช้ชีวิตที่สุขสบายยิ่งขึ้น สามารถตอบโจทย์ได้กับทุกไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าสมัยใหม่ โดยโฆษณาชุดนี้นอกจากใช้ในประเทศไทยแล้วจะนำไปใช้ในตลาดทั่วเอเชีย คือประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง เวียดนาม อินโดนีเซีย และตะวันออกกลาง
“แคมเปญนี้มีแนวคิดมาจาก การที่ฮิตาชิเชื่อมั่นว่าชีวิตที่ดี ต้องมีมากกว่าความสะดวกสบาย เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ต้องให้ได้มากกว่าฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบถ้วน ฮิตาชิตระหนักถึงความต้องการในไลฟ์สไตล์ที่ลงตัวของชีวิตยุคใหม่จึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหลากหลายประเภทด้วยที่สุดแห่งนวัตกรรมล้ำประสิทธิภาพ ที่ครบครันด้วยฟังก์ชั่นสมบูรณ์แบบซึ่งไม่เพียงแต่อำนวยความสะดวกให้ทุกก้าวของชีวิตที่สุขสบายยิ่งขึ้น แต่ยังมอบอิสระในการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ให้ได้โลดแล่นไปกับไอเดีย หลากหลายพร้อมแต่งแต้มและเติมเต็มทุกวัน ให้เต็มไปด้วยความสุข ความสดชื่น และสดใสเพื่อให้ได้ทักทายทุกเช้าวันใหม่ด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอยู่เสมอ”
นายอันนากะ ระบุว่า จากภาวการณ์แข่งขันของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีอยู่สูงและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่ฮิตาชิตั้งมั่นคือ การมองการณ์ไกลทั้งในระยะกลางถึงยาว ในการสรรสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และเทคโนโลยีชั้นสูง ซึ่งสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างแท้จริง ในขณะที่การทำกิจกรรมการตลาดในระยะสั้นก็จะเป็นกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ และแม้ว่าภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันยังผันผวน แต่ฮิตาชิก็ยังมั่นใจว่าผู้บริโภคยินดีที่จะซื้อสินค้าที่มีคุณภาพระดับพรีเมี่ยม เพื่อตอบสนองความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งจะทำให้ฮิตาชิสามารถทำยอดขายได้เพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย
|
|
 |
|
|