Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน17 มีนาคม 2551
ซิโน-ไทยปรับโครงการลงทุนหลังราคาวัสดุพุ่ง-งานรัฐทำกำไรหด             
 


   
www resources

โฮมเพจ ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น

   
search resources

ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น, บมจ.
Construction




"ซิโน-ไทย" ปรับพอร์ตรับงานก่อสร้าง หลังราคาวัสดุพุ่งแถมรับจ่ายค่าเคล่าช้า ระบุเน้นรับงานภาคเอกชนเพิ่ม ลดงานภาครัฐจาก 70% ให้เหลือ 50% ในปี 2552 เน้นรับงานสร้างกำไรไม่ต่ำกว่า 8% เผยงานรัฐกำไรมากสุดแค่ 5% เผยสนลงทุนอินเดีย

นายวรพันธ์ ช้อนทอง กรรมการรองผู้จัดการ สายงานการเงินและบริหาร บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC เปิดเผยว่า จากปัญหาราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาเหล็กที่ขึ้นลงสูงมาก นอกจากนี้หากงานก่อสร้างเป็นของภาครัฐ การจ่ายค่าเคยังมีความล่าช้า 6 เดือนถึง 1 ปี ซึ่งทำให้มีกำไรน้อยมาก

นอกจากนี้ บริษัทยังประเมินว่างานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้ามักกะสัน-สุวรรณภูมิ (แอร์พอร์ตลิงก์) ขาดทุนกว่า 1,000 ล้านบาท เนื่องจากปัญหาการส่งมอบพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) ล่าช้า รวมไปถึงต้นทุนวัสดุที่ปรับขึ้น ทั้งนี้ บริษัทฯได้ขอขยายระยะเวลาก่อสร้างออกไปอีก 463 วัน เพื่อชดเชยกับการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ รัฐได้ขยายระยะเวลาก่อสร้างให้แก่บริษัทไปแล้ว 180 วัน ซึ่งหากก่อสร้างแล้วเสร็จไม่ทันกำหนดจะต้องถูกปรับวันละ 12 ล้านบาท และจากปัญหาต่างๆ ดังกล่าวเป็นเหตุให้บริษัทมีแผนที่จะปรับโครงสร้าง(พอร์ต)การลงทุนใหม่ทั้งหมด เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุน รวมไปถึงการชะลอลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย โดยล่าสุดได้ขายโรงแรม ซีโวลา รีสอร์ต บนเกาะพีพี ซึ่งเป็นของบริษัทร่วมทุนระหว่างกลุ่มน้ำตาลบ้านโป่ง ให้แก่ เอเชีย พาร์ทเนอร์ชิพ ฟันด็ กรุ๊ป (กองทุนญี่ปุ่น) ในราคา 630 ล้านบาท และจะบันทึกกำไรไตรมาสแรกของปี 51 วงเงิน 50 ล้านบาท

โดยแผนหลักจะเน้นที่การรับงานก่อสร้างที่สร้างกำไรมากกว่าแทนงานที่สร้างชื่อเสียง นอกจากนี้ ยังลดสัดส่วนการรับงานภาครัฐลงจาก 70% ในปี 2550 ให้เหลือ 60% ในปีนี้ และเหลือ 50% ในปี 2552 เนื่องจากการรับงานภาครัฐได้กำไรน้อย

"งานภาครัฐ นอกจากจ่ายค่าเคช้าแล้ว หากเราสร้างเสร็จช้า แม้ว่าจะเกิดจากปัญหาส่งมอบพื้นที่หรือบางงานเราต้องเคียร์พื้นที่ก่อสร้างเอง ทำให้เราก่อสร้างไม่ทันหรือช้า รัฐจะไม่รับผิดชอบใดๆ แม้ว่าจะไม่ต้องเสียค่าปรับ แต่การก่อสร้างล่าช้าอาจทำให้เราเสียหายจากการลงทุน จ่ายดอกเบี้ยเพิ่ม ในขณะที่งานของเอกชนเจ้าของโครงการจะรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้ การรับงานรัฐทำกำไรได้ 5% ก็ถือว่าดีมากแล้วในขณะที่รับงานเอกชนเรามีกำไร 9-10% ซึ่งงานใหม่ที่เราจะรับเข้ามาจะเน้นที่สร้างกำไรอย่างน้อย 8% ขึ้นไป" นายวรพันธ์ กล่าวถึงทางออกของบริษัทในขณะนี้

นายวรพันธ์ กล่าวต่อว่า เมื่อเลือกรับงานมากขึ้นจะส่งผลต่องานที่บริษัทรับเข้ามา โดยที่ในปี 50 วางเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 15,000-16,000 ล้านบาท จากที่ปีที่ผ่านมามีรายได้ 17,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทจะมีกำไรเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน สำหรับการเข้าประมูลงาน วางแผนเตรียมยื่นประมูลงานรัฐไว้ที่ 10,000 ล้านบาท หรือ 10 โครงการ และงานเอกชน 10,000 ล้านบาทเช่นกัน

สำหรับแผนการลงทุนในต่างประเทศ บริษัทสนใจลงทุนก่อสร้างในประเทศอินเดีย ภายหลังจากที่ประมูลงานในประเทศกาต้าไม่สำเร็จ โดยในวันนี้ (17 ) ทีมผู้บริหารของบริษัทจะเดินทางไปศึกษาการลงทุนในประเทศอินเดีย โดยการลงทุนจะเป็นการร่วมทุนกับบริษัทในอินเดีย โดยบริษัทสนใจลงทุนประมูลงานก่อสร้างประเภทสาธารณูปโภค รวมถึงโรงงานไฟฟ้า ซึ่งอินเดียมีความต้องการโรงไฟฟ้าเพิ่มปีละ 4 แห่งๆละ 20,000 ล้านบาท

ด้านนายวัลลภ รุ่งกิจวรเสถียร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทยฯ กล่าวว่า ในปีนี้บริษัท คาดว่าจะมีงานก่อสร้างใหม่เข้ามามูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2550 ที่มีงานก่อสร้างมูลค่าประมาณ 7,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน บริษัท มีงานรับเหมาก่อสร้างที่ดำเนินการอยู่ประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งทั้งปีคาดว่าจะทำให้บริษัท มีรายได้ประมาณ 16,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ประมาณ 17,000 ล้านบาท และคาดว่าจะมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งมีอัตรากำไรกว่า 3%   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us