โอกาสทองนักลงทุนเก็บหุ้นแบงก์ดักกำไรสองเด้งทั้งอัพไซด์และปันผล นักวิเคราะห์มองแบงก์เล็กจ่ายปันผลดีกว่าแบงก์ใหญ่ SCB-KBABKจ่ายตามคาดเท่าปีที่แล้ว จับตา TISCO-KK-TCAP กอดคอจ่ายปันผลได้สูง 7% ส่วน SCIB-BAY-TMB งดจ่ายปันผลเพราะผลการดำเนินงานขาดทุน แต่คาดปีนี้น่าจะกลับมาผงาดทำกำไรได้
หลังจากที่กลุ่มแบงก์ได้ทยอยประกาศผลดำเนินงานไตรมาส 4/2550 พร้อมงบของทั้งปี 2550 ออกมาหมดแล้ว ช่วงเวลาต่อจากนี้ไปก็จะถึงช่วงที่หอมหวานและน่าอภิรมย์ของผู้ถือหุ้นที่จะรอลุ้นและรับเงินปันผล โดย ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) กำหนดจากเงินปันผลทั้งปี2550แก่ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ และผู้ถือหุ้นสามัญหุ้นละ 2.00 บาท โดยจะปิดสมุดทะเบียนรับเงินปันผลวันที่ 16 เมษายน 2551 เวลา 12.00 น. และจ่ายปันผล 28 เมษายน
ส่วนธนาคารกสิกรไทย (KBANK) กำหนดจ่ายเงินปันผลทั้งปี 2 บาทต่อหุ้น ซึ่งที่ผ่านมาได้จ่ายระหว่างกาลแล้ว 0.50 บาทต่อหุ้น และจะจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลังหุ้นละ 1.50 บาท โดยกำหนดปิดสมุดทะเบียน วันที่ 17 เมษายน 2551 เวลา 12.00 น. และกำหนดจ่ายปันผล 28 เมษายน ขณะที่ธนาคารนครหลวงไทย (SCIB) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ได้ประกาศงดจ่ายปันผล
วรวัฒน์ สายสุพัฒน์ผล นักวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เคจีไอ(ประเทศไทย) ประเมินว่า ภาพรวมการจ่ายปันผลของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในปี 2550 เทียบกับปี 2549 ไม่มีการเติบโตมากนักแค่อยู่ในระดับเติบโตกลางๆ เพราะมีธนาคารบางแห่งงดจ่ายปันผลแก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นไปตามคาดการไว้ คือ BAY และ ธนาคารไทยธนาคาร (BT) เนื่องจากมีผลประกอบการออกมาขาดทุนสุทธิ ส่งผลต่อความสามารถในการจ่ายปันผลของธนาคาร
ส่วนธนาคารที่ประกาศจ่ายปันผล ได้แก่ SCB จ่ายเงินปันผลงวดปี2550หุ้นละ 2.00 บาท ,KBANK จ่ายปันผลครึ่งปีหลัง2550อีกหุ้นละ 1.50 บาท ส่วนธนาคาร ทิสโก้(TISCO) ปันผลปี2550หุ้นละ 1.80 บาท ส่วนธนาคารที่ยังไม่ได้ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) คาดว่าจะจ่ายปันผลหุ้นละ 2.00 บาท, ธนาคารกรุงไทย (KTB) คาดจ่ายปันผลหุ้นละ 0.25 บาท และ ธนาคารเกียรตินาคิน(KK)จ่ายเงินปันผลหุ้นละ 1.25 บาท
“ สถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน ไม่ได้ส่งผลต่อภาพรวมการจ่ายเงินปันผลของแต่ละธนาคารเพราะการที่จ่ายหรืองดจ่ายขึ้นอยู่ภาพรวมธุรกิจในปี 2550 ของแต่ละธนาคารว่าขาดทุนหรือมีกำไร”
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยได้ประเมินราคาเหมาะสมปี2551 หุ้นกลุ่มธนาคารดังนี้ SCB ให้ราคาเหมาะสม อยู่ที่ 99 บาท , BBLที่ 145 บาท,KBANK ที่ 102 บาท ,KTB ที่ 12.50 บาท,BAY ที่ 32.00 บาท, SCIB ที่ 18 บาท, TISCO ที่ 31.50 บาท และ ธนาคารทหารไทย (TMB) ที่ 1.40 บาท
ด้าน เมฆ เมฆเสรีกุล นักวิเคราะห์จาก บล.พัฒนสิน คาดว่า การจ่ายเงินปันผลของธนาคารขนาดเล็กในปี2550 เช่น TISCO ,KK และ บมจ.ทุนธนชาต(TCAP) จะให้ผลตอบแทนต่อหุ้นดีกว่าธนาคารขนาดใหญ่ หรือคิดเป็นอัตราปันผลตอบแทนที่ 7% ส่วนธนาคารขนาดใหญ่ให้อัตราปันผลตอบแทนอยู่ที่ 2% จึงคาดว่าความสามารถในการจ่ายเงินปันผลทั้งปี2550ของธนาคารขนาดเล็กจะดีกว่าธนาคารขนาดใหญ่โดย TISCO ประกาศจ่ายปันผลหุ้นละ 1.80 บาท ส่วน KK ได้จ่ายปันผลงวดครึ่งปีแรกแล้วหุ้นละ 1.00 บาท จึงคาดว่าครึ่งปีหลังจะจ่ายอีกหุ้นละ 2.00 บาท และ TCAP คาดว่าจะจ่ายปันผลทั้งปี2550 หุ้นละ 0.80 บาท
สำหรับธนาคารขนาดใหญ่ คือ SCB ประกาศจ่ายเงินปันผลทั้งปี2550หุ้นละ 2.00 บาท ซึ่งเท่ากับงวดปี 2549 และ KBANK จ่ายปันผลทั้งปี2550หุ้นละ 2.00 บาท เท่ากับปี 2549 เช่นกันเนื่องจากผลประกอบการที่ออกมาในงวดสิ้นปี 2550 ยังมีกำไรสุทธิต่อเนื่อง ส่วนธนาคารอื่นๆ ที่ยังไม่ได้ทยอยแจ้งปันผล ได้แก่ BBL คาดว่าจ่ายปันผลทั้งปีหุ้นละ 3.00 บาท KTB จ่ายทั้งปีหุ้นละ 0.25 บาท และ KK คาดจ่ายทั้งปีหุ้นละ 2.10 บาท ขณะที่ในปี2550 ยังมีธนาคารที่งดจ่ายปันผล คือ BAY ,SCIB ,BT ซึ่งเป็นตามคาดการเพราะมีผลผระกอบการขาดทุนสุทธิ
โดยฝ่ายวิจัยประเมินราคาเหมาะสมหุ้น SCBปีนี้เป้าหมายที่ 98 บาท , BBL ที่143 บาท , KBANK ที่96.20 บาท, KTB ที่ 11.20 บาท และBAYที่ 31.22 บาท
|