|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ธปท.ชี้แม้เงินเฟ้อพุ่งก็ไม่กระทบที่คาดการณ์ไว้แล้วจากสมมติฐานราคาน้ำมัน มั่นใจเศรษฐกิจไทยยังโตได้ตามเป้าหมายเดิม 6% ส่วนกรณีที่นักวิเคราะห์คาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยถึง 0.75% ในวันที่ 18 มี.ค.นี้ มั่นใจส่วนต่างดอกเบี้ยและบาทแข็งไม่ได้เป็นปัจจัยหลัก เพราะยังมีการลงทุนหลากหลายประเภทที่ไม่พึ่งพาดอกเบี้ยอย่างเดียว แต่จะติดตามสถานการณ์ต่อไปและดูแลไม่ให้กระทบเงินเฟ้อและการเติบโตเศรษฐกิจไทย
นางอัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า การเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อที่ระดับ 5.4% ในเดือนกุมภาพันธ์นั้น เป็นผลจากราคาน้ำมันและอาหารเพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยหลัก โดยในตามแบบจำลองเศรษฐกิจมหภาค(Fan Chart)ของธปท.ได้ประเมินไว้ว่าราคาน้ำมันจะค่อยๆ ลดลง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหากไม่มีต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบสูงขึ้น (Cost Push) ก็ย่อมไม่เกิดการจับจ่ายใช้สอยเริ่มขึ้น(Demand Pull) ดังนั้น ในอนาคตอัตราเงินเฟ้อจะลดลงหรือไม่นั้นก็ต้องติดตามดูต่อไป แต่ก็เชื่อว่าในปีนี้เศรษฐกิจยังคงขยายตัวต่อไปได้ในอัตรา 4.5-6%
ทั้งนี้ จากรายงานแนวโน้มเงินเฟ้อฉบับล่าสุด ระบุว่า หากค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง 1% จะมีผลต่ออัตราเงินเฟ้อพื้นฐานและอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นเท่ากัน คือ 0.04% และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยใน 1 ปี จะลดลง 0.35% ส่วนผลกระทบของราคาน้ำมันดูไบหากเพิ่มขึ้น 1% จะมีผลต่ออัตราเงินเฟ้อ อัตราเงินเฟ้อทั่วไป และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยใน 1 ปี 0.01% 0.04% และลดลง 0.03% ตามลำดับ
โดยภายใต้สมมติฐานที่ว่าราคาน้ำมันดูไบกรณีฐานจะแตะที่ระดับ 85-86 เหรียญต่อบาร์เรล หรือเฉลี่ยทั้งปี 85.5 เหรียญต่อบาร์เรล ส่วนกรณีสูงราคาน้ำมันจะเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 104 เหรียญต่อบาร์เรลในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ หรือเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ระดับ 100 เหรียญต่อบาร์เรล ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 1.3-2.3% และอัตราเงินเฟ้อทั่วไป 2.8-4.0%
กนง.จับตาเฟดลดดบ.18มี.ค.นี้
ด้านน.ส.ดวงมณี วงศ์ประทีป ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธปท. กล่าวถึงกรณีที่นักวิเคราะห์สหรัฐมองว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) อาจมีความเป็นไปได้ที่จะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.75% ทำให้อัตราดอกเบี้ยแตะที่ระดับ 2.25% ในการประชุมครั้งต่อไปวันที่ 18 มี.ค.นี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในขณะนี้ว่า การตัดสินใจของนักลงทุนต่างชาติในการนำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศใดนั้นไม่ได้ดูเพียงผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยและค่าเงินอย่างเดียวยังมีหลายปัจจัยให้ต้องพิจารณา
ขณะเดียวกันการลงทุนบางประเภทของนักลงทุนต่างชาติอย่างการส่งออกหรือการนำเข้าส่วนใหญ่ก็ไม่จำเป็นต้องพิจารณาเรื่องผลตอบแทนที่ได้รับจากอัตราดอกเบี้ยเท่านั้น จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)จะติดตามสถานการณ์ต่างๆ ทั้งปัจจัยภายนอกประเทศ รวมถึงปัจจัยในประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลไม่ให้เกิดผลกระทบอัตราเงินเฟ้อและการเติบโตของเศรษฐกิจไทยเป็นสำคัญ
|
|
 |
|
|