Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน20 กุมภาพันธ์ 2551
'เทมาเส็ก'สูบสั่งAISปันผลรับเละ8พันล.             
 


   
www resources

AIS Homepage

   
search resources

แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส, บมจ.
เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์
วิกรม ศรีประทักษ์




"เทมาเส็ก" สูบปันผลถอนทุนคืนไม่หยุด สั่งแอดวานซ์ฯจ่ายปันผลงวดปี 50 ในอัตรา 6.30 บาท ในขณะที่มีกำไรจริงแค่ 5.51 บาทต่อหุ้น รับเละอีก 4,170.25 ล้านบาทโดยทั้งปีรับทรัพย์เกือบ 8 พันล้านบาท ขณะที่ 2 ปีหลังทุ่ม 1.5 แสนล้านฮุบชินคอร์ปรับปันผลแล้ว 3.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่บอร์ดไฟเขียวอนุมัติขายหุ้นกู้ได้วงเงินไม่เกิน 1.4 หมื่นล้านบาท

นายวิกรม ศรีประทักษ์ กรรมการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC แจ้งผลการดำเนินงานของบริษัทงวดปี 2550 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 16,290.46 ล้านบาท หรือ 5.51 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจากงวดปีที่ผ่านมา 34.45 ล้านบาท หรือ 0.2% จาก 16,256 ล้านบาทในปี 2549 โดยในกรณีที่ไม่รวมผลกระทบจากการบันทึกค่า IC นั้น บริษัทจะกำไรสุทธิ 14,879 ล้านบาท ลดลง 8.5% เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น ได้แก่ ค่าเสื่อมราคา ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และดอกเบี้ยจ่าย เป็นต้น

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับงวด 6 เดือนหลังปี 2550 ในอัตราหุ้นละ 3.30 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับที่เคยอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 3 บาท ทำให้การจ่ายเงินปันผลงวดผลการดำเนินงานปี 2550 บริษัทจ่ายเงินปันผลรวม 6.30 บาทต่อหุ้น โดยบริษัทกำหนดปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อกำหนดสิทธิของผู้ถือหุ้นในการรับเงินปันผลในวันที่ 21 เม.ย. และกำหนดวันจ่ายเงินปันผลในวันที่ 8 พ.ค.นี้

นอกจากนี้มีมติเสนอแต่งตั้งกรรมการ 3 คนที่พ้นตำแหน่งตามวาระให้ดำรงตำแหน่งอีกวาระหนึ่ง ประกอบด้วย นายไพบูลย์ ลิมปพยอม นายวาสุกรี กล้าไพรี และนายวิกรม ศรีประทักษ์ ขณะที่ นางสาวนิจจนันท์ แสนทวีสุข ซึ่งพ้นตำแหน่งในวาระเดียวกันไม่ประสงค์จะรับตำแหน่งต่อจึงเสนอนายฮิวเบิร์ท อึ้ง ชิง-วาห์ เป็นกรรมการแทน

พร้อมกันนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทเป็นนายสมประสงค์ บุญยะชัย นายวิกรม ศรีประทักษ์ นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ สองในสามคนนี้ลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท รวมทั้งได้พิจารณาค่าตอบแทน เสนอให้กำหนดค่าตอบแทนกรรมการสำหรับปี 2551 ภายในวงเงินไม่เกิน 15 ล้านบาท

นายวิกรม กล่าวอีกว่า คณะกรรมการบริษัทยังมีมติเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญอนุมัติโครงการออกและเสนอขายตราสารหนี้ของบริษัท โดยบริษัทสามารถออกและเสนอขายตราสารหนี้ดังกล่าวเพิ่มเติมได้ในวงเงินไม่เกิน 14,000 ล้านบาทซึ่งการออกและเสนอขายตราสารหนี้ดังกล่าวข้างต้นเมื่อรวมกับจำนวนเงินกู้จากแหล่งเงินกู้ประเภทอื่นๆ (ถ้ามี) ในแต่ละปีแล้ว จะต้องไม่เกินวงเงินสำหรับการจัดหาแหล่งเงินกู้ของบริษัทฯ ที่กำหนด

ทั้งนี้ ในปี 51 คณะกรรมการมีแผนที่จะออกและเสนอขายตราสารหนี้ภายใต้โปรแกรมดังกล่าว และ/หรือ กู้เงินจากแหล่งเงินกู้ประเภทอื่นๆ ในวงเงินจำนวนไม่เกิน 10,000 ล้านบาท โดยบริษัทสามารถเสนอขายตราสารหนี้ดังกล่าวทั้งในประเทศ และ/หรือ ต่างประเทศให้แก่ ผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือ ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนโดยเฉพาะเจาะจง ไม่ว่าทั้งจำนวนหรือเพียงบางส่วน โดยจะออกและเสนอขายเป็นชุดเดียวหรือหลายชุดและจะออกและเสนอขายในคราวเดียวหรือหลายคราวก็ได้

นอกจากนี้ได้อนุมัติจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มเติมอีกจำนวน 1,300,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท จากจำนวนหุ้นสามัญที่ยังมิได้นำมาจัดสรรทั้งสิ้น 2,010,993,609 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามโครงการ ESOP

ในส่วนของกำไรสะสมของบริษัท ในส่วนของกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรงวดปี 2550 อยู่ที่ 49,998.65 ล้านบาท ขณะที่ในงวดปี 2549 บริษัทมีกำไรสะสมอยู่ที่ 52,330.15 ล้านบาท

แหล่งข่าวบริษัทหลักทรัพย์ กล่าวว่า การจัดสรรอนุมัติเงินปันผลในครั้งนี้หากพิจารณาจากผลการดำเนินงานของบริษัทจะพบว่าในช่วง2-3ปีหลังการเข้ามาถือหุ้นในบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SHIN ผู้ถือหุ้นใหญ่บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จะพบว่าคณะกรรมการบริษัทมักจะมีการอนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงเกินกว่าผลการดำเนินงานที่บริษัททำได้เสมอ

ทั้งนี้ หากพิจารณาการถือหุ้นของบมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่นในบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำนวน 1,263,712,000 หุ้น หรือ 42.73% ทำให้บมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่น จะได้รับเงินปันผลจากการเข้าไปถือหุ้นในรอบนี้ถึง 4,170.25 ล้านบาท จากเงินปันผลที่บริษัทต้องจ่ายทั้งหมดอยู่ที่ 9,763.35 ล้านบาท โดยหากพิจารณาจากเงินปันผลที่บริษัทจ่ายทั้งปีในอัตรา 6.30 บาทต่อหุ้น จะทำให้บมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่น ได้รับส่วนแบ่งเงินปันผลงวดปี 50 จากการถือหุ้นรวม 7,961.38 ล้านบาท

นอกจากนี้หากพิจารณาถึงโครงสร้างผู้ถือหุ้นบมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่น ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส ซึ่งประกอบด้วยบริษัท ซีดาร์ โฮลดิ้งส์ จำกัด จำนวน 1,742,407,239 หุ้น หรือ 54.51% และบริษัท แอสเพน โฮลดิ้งส์ จำกัด จำนวน 1,334,354,825 หุ้น หรือ 41.75% ซึ่งทั้ง 2 บริษัทเป็นผู้ถือหุ้นแทนของกลุ่มเทมาเส็ก กองทุนจากสิงคโปร์

"หลังการเข้ามาถือหุ้นของเทมาเส็กผ่าน 2 บริษัท นโยบายในการจ่ายเงินปันผลก็เปลี่ยนไปค่อนข้างมาก โดยมักจะมีการจ่ายเงินปันผลสูงเกินกว่าผลการดำเนินงานของบริษัทในงวดนั้นๆ ทั้งบมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่น และบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส ซึ่งอาจจะสะท้อนได้ว่าเป็นการถอนทุนคืนหลังต้องใช้เงินกว่า 1.5 แสนล้านบาทให้การเข้ามาถือหุ้นใหญ่ในบมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่น"แหล่งข่าวกล่าว

อย่างไรก็ตาม หากย้อนดูการจ่ายเงินปันผลของในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาพบว่าเมื่อปี 49 บมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่น มีการจ่ายเงินปันผลในอัตรา 2.30 บาทจากกำไรจริงจากการดำเนินงานซึ่งมีกำไรอยู่ที่ 1.09 บาทต่อหุ้น โดยบริษัทจ่ายปันผลทั้งสิ้น 7,989.55 ล้านบาทจากกำไรสุทธิจริงอยู่ที่ 3,409 ล้านบาท ขณะที่บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส ในงวดปี 49 มีการจ่ายเงินปันผล 6.30 บาท จากกำไรจริง 5.50 บาทต่อหุ้น โดยบริษัทจ่ายปันผลทั้งสิ้น 18,608 ล้านบาทจากกำไรจริงอยู่ที่ 16,256 ล้านบาท ทำให้มูลค่าเงินปันผลที่เทมาเส็กได้รับจากการถือหุ้นในบมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่น อยู่ที่ประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท

สำหรับความเคลื่อนไหวราคาหุ้น ADVANC วานนี้ (19 ก.พ.) ราคาปิดที่ 104 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท หรือ 0.97% มูลค่าการซื้อขาย 516.98 ล้านบาท ขณะที่หุ้น SHIN ราคาปิดที่ 29.75 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.83% มูลค่าการซื้อขาย 118.19 ล้านบาท   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us