ช่อง 5 ปรับผังรายการททบ.5 โกลบอล เน็ทเวิร์ค หรือทีจีเอ็น ลุยปรับผังรายการออกอากาศ
24 ชั่วโมง เตรียมออกอากาศในช่วงเวลาไพรมไทม์ 5 ทวีปในเดือนก.ค.นี้ พร้อมขอเวลาเพิ่มทุน
1,000 ล้านบาทก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ สิ้นปีหวังมีกำไร 50 ล้านบาท
พลโทธีระ บุญพิทักษ์ ประธานกรรมการเครือ บริษัท ททบ.5 จำกัด ผู้ผลิตรายการให้สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง
5 เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนจะรุกธุรกิจสื่อมากขึ้น โดยจะใช้จุดแข็งของบริษัทลูกทั้ง
3 บริษัท ได้แก่ บริษัท ททบ.5 โปรดักชั่น แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ เป็นผู้ผลิตรายการป้อนให้สถานีโทรทัศน์ช่อง
5 โดยปีนี้จะหารายการใหม่ๆป้อนให้กับช่อง 5 เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งขยายการผลิตรายการป้อนให้ช่องอื่นๆ
ด้วย
ในขณะที่ บริษัท ททบ.5 เรดิโอ ซึ่งเป็นผู้ดูแลคลื่นวิทยุแบงคอกเรดิโอ 94.0 เมกะเฮิรตซ์
ในปีนี้วางแผนขยายความถี่เพิ่มขึ้น โดยเข้าไปร่วมทุนกับบริษัทที่มีศักยภาพทางสื่อวิทยุ
รวมทั้งการปรับปรุงรายการให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย อายุระหว่าง 22-35ปี ให้มากขึ้น
ส่วนบริษัท ททบ.5 มาร์เก็ตติ้ง เป็นผู้รับผิดชอบการขายโฆษณา โดยจะเน้นขายโฆษณาในเชิงรุก
ในช่วงหลังข่าวคือระหว่าง 18.00-20.00 น. พร้อมทั้งจะหันมาขายโฆษณาให้กับโทรทัศน์ดาวเทียม
ททบ.5 โกลบอลเน็ทเวิร์ค หรือทีจีเอ็น ด้วย
นอกจากนี้ บริษัท ททบ.5 จำกัด จะทำหน้าบริหารเวลาของโทรทัศน์ดาวเทียม(ทีจีเอ็น)
ที่เริ่มทดลองออกอากาศมาตั้งแต่ปี 2540 ที่ จากเดิมจะมีรายการเพียง 8 ชั่วโมง และนำมาออก
อากาศซ้ำ ผ่านระบบสัญญาณดาวเทียมใน 155 ประเทศทั่วโลก จนกระทั่งในปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นออกอากาศ
12 ชั่วโมง และฉายซ้ำ 12 ชั่วโมง (รีรัน)
โดยล่าสุดตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป บริษัทจะเข้าไปบริหารเวลาออกอากาศโดยจะมีผังรายการตลอด
24 ชั่วโมง ซึ่งรูปแบบรายการจะเน้นรายการข่าวและสาระบันเทิงเป็นหลัก ซึ่งรายการทั้งหมดจะไม่มีการออกอากาศซ้ำแต่อย่างใด
โดยปัจจุบันทีจีเอ็นมีภาระเรื่องค่าเช่าช่องสัญญาดาวเทียม 5 ดวงเป็นจำนวนเงิน 120
ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ช่วงรายการที่ออกอากาศทีจีเอ็นจะปรับให้มีการออกอากาศในช่วงเวลาไพรมไทม์ของ
5 ทวีป สำหรับในประเทศไทยไพรมไทม์จะอยู่ในช่วง 18.30-22.30 น. โดยรายการที่จะออกอากาศในทีจีเอ็น
จะมีทั้งรายการที่ผลิตเองจากบริษัท หรือซื้อรายการจากสถานีอื่นมาเผยแพร่ โดยล่าสุดบริษัทได้ตกลงจะนำรายการมาออกอากาศในทีจีเอ็นแล้วได้แก่
รายการภาคข่าวภาษาอังกฤษและรายการ กรองสถานการณ์ จากช่อง 11 รายการเกมโชว์สัญญามหาชน
จากช่อง 7 เป็นต้น
สำหรับการบริหารทีจีเอ็น ช่อง 5 ได้เวลามา บริหารประมาณ 70% ของผังรายการทั้งหมด
ซึ่ง รูปแบบรายการจะเน้นรายการที่มีสาระ 35% ข่าวสาร 20% และรายการทั่วไปอีก 45%
ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะสามารถทำกำไรได้ 50 ล้านบาท
พลโทธีระ ยังได้กล่าวถึงการปรับผังรายการ ของช่อง 5 ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า
จาก การปรับผังรายการใหม่ ทำให้เรตติ้งรายการในช่วง 17.00 น.สูงขึ้น โดยเฉพาะละครและสารคดี
เรตติ้งเพิ่มจาก1เป็น 4 ในขณะที่ช่วง 21.00 น. รายการที่นี่ประเทศไทยก็มีเรตติ้งสูงขึ้น
ซึ่งการปรับผังรายการครั้งนี้ทำให้รายได้จากโฆษณาเพิ่มขึ้นด้วย
"อย่างไรก็ตามในขณะนี้เรายังไม่แผนจะปรับผังรายการใหม่ เนื่องจากเป็นผังรายการที่มีศักยภาพอยู่แล้ว
แต่ในเดือนตุลาคมจะพิจารณา อีกครั้งหนึ่ง" พลโทธีระ กล่าว
สำหรับแผนในอนาคต บริษัท ททบ.5 จำกัด จะเพิ่มทุนจดทะเบียนให้ครบ 1,100 ล้านบาท
เพื่อ นำหุ้นของบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งขั้นตอนการเพิ่มทุนจะแบ่งออกเป็น
2 ส่วน คือ จากทุนจดทะเบียน 250 ล้านบาทในปัจจุบัน เป็น 660 ล้านบาท และขั้นต่อไป
จะเพิ่มอีก 440 ล้านบาท ทั้งนี้อาจ ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นเปลี่ยนแปลงไปบ้างเล็กน้อย
ก่อนที่จะเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯต่อไป
สำหรับในปีที่ผ่านมาช่อง 5 มีรายได้ 800 ล้านบาท ในปีนี้ตั้งเป้าไว้ที่ 1,200
ล้านบาท ในขณะที่รายได้จากบริษัทในเครือ 3 บริษัท ในปีที่ผ่านมามีรายได้ 257 ล้านบาท
เพิ่มเป็น 580 ล้าน บาทในปีนี้ โดยมีอัตราการเติบโตถึง 167% รายได้ดังกล่าวแยกสัดส่วนออกได้เป็น
บริษัท ททบ. 5 มารเก็ตติ้ง จำกัด 60% ททบ.โปรดักชั่น แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์
จำกัด 10% และบริษัท ททบ. 5 เรดิโอ จำกัด 30%