|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ไทยพลาสติกฯคาดความต้องการใช้พีวีซีปีนี้โตขึ้น 6-7% ดีกว่าปี50ที่หดตัวลง4% เผยราคาพีวีซีทะลุ 1,000 เหรียญสหรัฐ/ตัน หลังจีนลดการส่งออกลง ทุ่มเงิน 1.8 พันล้านบาทปีนี้ขยายกำลังการผลิตพีวีซีในไทยและเวียดนาม ส่วนแผนลงทุนพีวีซีครบวงจรที่เวียดนามน่าจะได้ข้อสรุปอย่างช้าสิ้นปีนี้
นายคเณศ ขาวจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) (TPC) เปิดเผยว่าในปีนี้ความต้องการใช้เม็ดพลาสติกพีวีซีจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 6-7%เมื่อเทียบจากปี 2550 ที่ความต้องการใช้พีวีซีในประเทศหดลง 4% หลังประเมินว่าภาคการก่อสร้างมีการฟื้นตัวขึ้นจากการมีรัฐบาลใหม่แล้วออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพีวีซีมากขึ้น
นอกจากนี้ ราคาเม็ดพลาสติกพีวีซีได้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับกว่า 1,000 เหรียญสหรัฐ/ตันในช่วงม.ค. 2551 สูงกว่าราคาเฉลี่ยปีก่อนที่อยู่ตันละ 936 เหรียญสหรัฐ เนื่องจากโรงงานพีวีซีในจีนผลิตได้ไม่เต็มที่เพราะติดปัญหาหิมะตกหนัก และราคาถ่านหินที่เป็นวัตถุดิบทำพีวีซีของจีนได้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ทำให้จีนลดการส่งออกพีวีซีลง ขณะที่ความต้องการใช้พีวีซีในตลาดโลกยังสูงอยู่ทั้งในยุโรปตะวันออก แอฟริกา ประเทศแถบตะวันออกกลางและเอเชีย ส่งผลให้ส่วนต่างระหว่างราคาพีวีซีกับวัตถุดิบ คือ EDC ขยับสูงกว่าปีที่แล้ว 20-30 เหรียญสหรัฐ/ตัน
อย่างไรก็ตาม ในกลางปีนี้ บริษัทฯจะปิดโรงงานพีวีซีที่จังหวัดสมุทรปราการ แล้วย้ายเครื่องจักรไปติดตั้งที่เวียดนามแทน ทำให้รายได้ปี2551 น่าจะเติบโตขึ้นเล็กน้อย 4-5%จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 2.96 หมื่นล้านบาท ตามทิศทางราคาพีวีซีที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ส่วนปัญหาซับไพร์มในสหรัฐฯ เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจมากนัก
นายคเณศ กล่าวถึงแผนการลงทุนในปีนี้ว่า บริษัทฯจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,800 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในเวียดนาม 1,300 ล้านบาท เพื่อใช้ขยายกำลังการผลิตเม็ดพลาสติกพีวีซีเพิ่มขึ้นอีก 9 หมื่นตัน คาดว่าจะแล้วเสร็จในต้นปี 2552 ส่งผลให้โรงงานในเวียดนามมีกำลังการผลิตรวม1.9 แสนตัน/ปี ส่วนอีกราว 500 ล้านบาท จะใช้ขยายกำลังการผลิตแบบคอขวดสำหรับการผลิตพีวีซีอีก 3 หมื่นตัน/ปี และวีซีเอ็มอีก 3 หมื่นตัน/ปี ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในต้นปีหน้า ทำให้กำลังการผลิตรวมในประเทศปี 2552 ไม่เปลี่ยนแปลงเนื่องจากมีการปิดโรงงานที่สมุทรปราการในกลางปีนี้
ส่วนโครงการลงทุนผลิตพีวีซีครบวงจรในเวียดนามนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ร่วมกับเครือซิเมนต์ไทย (SCG) คาดว่าจะได้ข้อสรุปได้อย่างช้าปลายปี 2551 ระหว่างนี้บริษัทฯได้มีการเจรจากับพันธมิตรร่วมทุนในเวียดนาม เพื่อเข้ามาร่วมลงทุนโดยฝ่ายไทยจะถือหุ้นใหญ่ 70-71% และเวียดนามถือหุ้น 29-30%
โครงการพีวีซีครบวงจรนี้ บริษัทฯจะลงทุนโครงการผลิตวัตถุดิบพีวีซี ทั้งโรงงานผลิตวีซีเอ็ม กำลังการผลิต 4 แสนตัน/ปี และโรงงานอีดีซี 3 แสนตัน/ปี จะใช้เงินลงทุนประมาณ 400-500 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยวีซีเอ็มและอีดีซีจะใช้ป้อนในโรงงานผลิตพีวีซีในเวียดนาม และอีดีซีที่เหลือบางส่วนจะส่งออกไปป้อนโรงงานผลิตพีวีซีในเครือฯที่อินโดนีเซียและไทยด้วย ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯในไทยยังต้องนำเข้าอีดีซีอยู่ 2 แสนตัน/ปี
"ความต้องการพีวีซีในเวียดนามมีอัตราขยายตัวปีละ 8% โดยปัจจุบันมีดีมานด์อยู่ 2.4 ล้านตัน โดยปีหน้ากำลังการผลิตพีวีซีในเวียดนามจะใกล้เคียง 3 แสนตัน ทำให้มีกำลังการผลิตเกินความต้องการเล็กน้อย "นายคเณศกล่าว
|
|
 |
|
|