|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
กระทรวงการคลังหวั่นแบงก์ชาติ ประสบปัญหาการบริหารนโยบายการเงิน เหตุส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยนโยบายธปท.สูงกว่าเฟด 0.25% ส่งผลเงินนอกทะลักเข้าดันค่าเงินบาทแข็งเร็วเกินไป ระบุหากลดดอกเบี้ยในการประชุมกนง.ปลายเดือนอาจล่าช้าเกินไป ห่วงใช้อำนาจออกบอนด์เกินอำนาจที่กฎหมายกำหนดเนื่องจากพ.ร.บ.ธปท.ฉบับใหม่ยังไม่มีผลบังคับใช้ต้องรายงานกระทรวงการคลังรับทราบก่อนจึงสามารถทำได้
นายโชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้อำนวยการส่วนนโยบายระบบการเงิน สำนักนโยบายระบบการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)สูงกว่าของธนาคารกลางสหรัฐอยู่ 0.25% ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าในรอบ 5 ปี ถือว่าน่าเป็นห่วงต่อการบริหารนโยบายการเงินของธปท.
เนื่องจากจะทำให้เงินทุนไหลเข้ามาในประเทศมากขึ้น ส่งผลต่อค่าเงินบาทที่จะแข็งค่าขึ้นไปอีก สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการคือธปท.จะต้องเร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาให้เหลือเท่าหรือน้อยกว่าดอกเบี้ยของเฟด แต่ด้วยคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)จะมีการประชุมอีกครั้งก็ในวันที่ 27 ก.พ.นี้ ซึ่งอาจล่าช้าไป เพราะถึงขณะนี้ตลาดก็คาดการณ์และเตรียมตัวไว้แล้ว หากในการประชุมครั้งนั้นจะปรับลดดอกเบี้ยลงมาตามที่ตลาดคาดได้ก็จะไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจมากนัก
"ผลด้านจิตวิทยาในระบบการเงินและเศรษฐกิจมีผลทั้งด้านบวกและลบมาก ซึ่งเฟดเขาทำให้เห็นผลโดยลดดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์และมาพร้อมกับการปรับลดภาษี แต่ของเรามักจะทำตามตลาดซึ่งไม่ได้เป็นผู้นำที่จะช่วยให้เกิดผลด้านจิตวิทยา และถึงตอนนี้เครื่องมือด้านการเงินก็เหลือน้อย เฉพาะแบงก์ชาติเองออกบอนด์ไปแล้ว 1.45 ล้านล้านบาท กู้เงินในตลาดซื้อคืนพันธบัตร(อาร์พี) 4.4 แสนล้าน รวมแล้วก็เกือบ 1.9 ล้านล้านบาท ขณะที่กระทรวงการคลังอนุมัติให้ทำได้ที่ 2 ล้านล้านบาท นอกจากนี้เงินสำรองบวกภาระซื้อขายล่วงหน้า(ฟอร์เวิร์ด)ก็เป็น 1 แสนล้านบาท แบงก์ชาติจึงขยับตัวยากต้องเร่งหาทางออก"นายโชติชัยกล่าว
นายโชติชัยกล่าวว่า วงเงินการออกพันธบัตรของธปท.ในปัจจุบันที่กระทรวงการคลังอนุมัติไว้ที่ 2 ล้านล้านบาทใกล้เต็มวงเงินแล้วโดยในขณะนี้ธปท.ได้ออกพันธบัตรไปแล้วถึง 1.9 ล้านล้านบาท หากธปท.จะออกพันธบัตรเพื่อกู้เงินมาใช้สำหรับซื้อเงินตราต่างประเทศที่ไหลเข้ามาในช่วงนี้อาจทำให้การออกพันธบัตรเกินวงเงินที่ขอไว้กับกระทรวงการคลังได้ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่เกินขอบเขตกฎหมาย
ทั้งนี้พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ผ่านกระบวนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เรียบร้อยแล้วนั้น ในขณะนี้อยู่ระหว่างการรอลงพระปรมาภิไทหากธปท.จะดำเนินการออกพันธบัตรเกินวงเงินที่ขอไว้กับกระทรวงการคลังจึงยังไม่สามารถทำได้ต้องรอให้กฎหมายฉบับนี้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาก่อนจึงจะสามารถดำเนินการได้
"กระทรวงการคลังห่วงว่าหากวงเงินที่ขอออกบอนด์มา 2 ล้านล้านบาทนั้นเต็มวงเงินแล้วแบงก์ชาติจะเกิดปัญหาในการบริหารนโยบายการเงินซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศได้ ซึ่งหากแบงก์ชาติจะออกบอนด์มาดูดสภาพคล่องในตลาดก็คงไม่อาจทำได้ในทันทีเพราะเกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดไว้ต้องรอให้กฎหมายฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ก่อน" นายโชติชัยกล่าว
|
|
 |
|
|