"พิเชษฐ"เดินหน้าแผน Inter Line ของการบินไทย หรือการบินร่วม ขยายไปสู่กลุ่มประเทศแถบตะวันออกกลาง
โดยใช้ดูไบเป็น ฐาน หลังเปิดตลาดรัสเซียไปแล้ว คาดลงนามในเอ็มโอยู กับสายการบินเอมิเรตส์
มิ.ย.นี้ หวังเพิ่มผู้โดยสารให้ในภาวะธุรกิจการบินซบเซา ขณะที่มีกระแสข่าววงในระบุ"กนก"
ไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้
นายพิเชษฐ สถิรชวาล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ภายในเดือน มิถุนายนนี้
จะมีการลงนามในบันทึกความตกลง (เอ็มโอยู) การทำการบินร่วม (Inter Line) ระหว่าง
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กับสายการบินสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อขยายจุดเชื่อม
ต่อการบินจากกรุงเทพไปยังเส้นทางบินในภูมิภาคตะวันออกกลาง 6 ประเทศ และรับส่งผู้โดยสารจากฟิลิปปินส์
อินโดนีเซีย และมาเลเซีย โดยใช้เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อทางการบิน
ซึ่งเป็นการเปิด ตลาดการบินสำหรับผู้ใช้แรงงาน (Labour Traffic) โดยเฉพาะ
โดย แผนการปรับเส้นทางบิน ดังกล่าวจะสอดคล้องกับแผนการจัดหาเครื่องบินของการบินไทย
ซึ่ง ภายใน ตุลาคม 2546 นี้ การบิน ไทยจะรับมอบเครื่องบินโบอิ้ง 747 400 / 500
จำนวน 2 ลำ ดังนั้นการบินไทยสามารถขยายตลาดการ บินได้ โดยใช้เครื่องบินใหม่ที่เพิ่มเข้ามาประจำฝูงบิน
รองรับการขยาย ตัวทางด้านการบินที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
ส่วนการบินร่วมกับรัสเซียนั้น นายพิเชษฐ กล่าวว่า หลังจากที่การ บินไทย ได้มีการทำความตกลงทำ
การบินร่วมในลักษณะ Inter Line กับ สายการบินวลาดิวอสตอก โดย ใช้กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้
เป็นจุดเชื่อมต่อแล้วนั้น คาดว่าจะสามารถเปิดทำการบินอย่างเป็นทาง การได้ภายในเดือน
มิถุนายนนี้ ส่วน ความตกลงกับคาร์บารอฟ และ เมืองหลักของรัสเซียอีกนั้น อยู่ระหว่างการเจรจา
และคาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้
นายพิเชษฐ กล่าวว่า ได้หารือ กับผู้บริหารบินไทย ในการขยายตลาดการบิน เพื่อขยายตลาดแถบรัสเซียให้มากที่สุด
โดยการอำนวยความสะดวกในเรื่องการซื้อตั๋วโดยสาร สำหรับผู้โดยสารจาก ยูเคน คาซัคสถาน
และอุซเบกิสถาน มายังกรุงเทพฯ โดยใช้เส้นทางบินร่วม และใช้กรุงมอสโก เป็นศูนย์กลางการเดินทาง
แหล่งข่าวจากบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มีกระแสข่าวว่านายกนก อภิรดี
กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย คัดค้านการจัดทำแผนการบินร่วม Inter Line
ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับนายพิเชษฐ เพราะเรื่อง Inter Line นั้นถือเป็นนโยบายสำคัญของนายพิเชษฐที่พยายามผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรมมากที่สุด
เนื่องจากเห็นว่า รัสเซียและประเทศแถบตะวันออกกลางเป็นตลาดใหญ่ ที่การบินไทยยังเจาะเข้าไปไม่ถึง
ประกอบกับปัจจุบันธุรกิจด้านการบิน ได้รับผลกระทบจากสงครามและโรคซาร์ส จนซบเซามาก