Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์4 กุมภาพันธ์ 2551
ชำแหละผลงานสพรั่ง 1 ปี TOT ทำแต่เรื่องฉาว!!             
 


   
www resources

โฮมเพจ องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย

   
search resources

Telecommunications
ทีโอที, บมจ.




ความล้มเหลวในการบริหารงานบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) ของบอร์ด พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ไม่ต่างจากความล้มเหลวหลังการปฏิวัติยึดอำนาจของรัฐบาลขิงแก่ จนนำมาซึ่งรัฐบาลใหม่ภายใต้แกนนำอย่างพรรคพลังประชาชน ความหวังเมื่อแรกที่รับรู้ว่าพล.อ.สพรั่ง มาเป็นประธานบอร์ดคือเห็นความตั้งใจของวีรบุรุษที่ต้องการเข้ามาล้างบางแก้ไขปัญหาที่กลุ่มอำนาจเก่าแสวงหาผลประโยชน์นานานัปการจากองค์กรที่มีอายุยาวนานกว่า 53 ปีแห่งนี้ให้พ้นปากเหยี่ยวปากกา รวมทั้งการทบทวนแก้ไขสัญญาสัมปทานที่รัฐเสียเปรียบ

แต่กลายเป็นว่าใต้โฉมหน้าวีรบุรุษ กลับซุกด้วยการเอื้อประโยชน์พวกพ้อง วงศาคณาญาติคนตระกูลกัลยาณมิตรด้วยกัน ด้วยการใช้มืออย่างพ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการบอร์ดคู่ใจที่เคยทำงานให้บริษัท ชินแซทเทลไลท์ บุคคลที่คนในวงการกล่าวยอมรับว่ามีความตรงไปตรงมาในเรื่องการเจรจาผลประโยชน์อย่างยิ่ง บุคคลที่สวมนาฬิกาโรเล็กซ์แพลทตินัมมูลค่าหลายล้านบาท ตอนที่มีบทบาทร่วมเขียนทีโออาร์โครงการโทรศัพท์มือถือซีดีเอ็มเอให้บริษัท กสท โทรคมนาคม และอาจจะเป็นบุคคลเดียวกันกับที่เวนเดอร์ส่ายหาที่จะเข้าพบ พร้อมคำพูดลับหลังว่าแค่แสนเดียวก็เอาแล้ว ในช่วงที่โดนบี้โครงการโทรศัพท์ 5.6 แสนเลขหมายอย่างหนัก

การประสานงานของคนคู่นี้ ทำให้วีรบุรุษถึงกับยอมพลิกลิ้น จากเดิมที่ไล่ล่าตะลุยสัญญาสัมปทาน กลายมาเป็นจูบปากกับเอไอเอส ด้วยเนื้อแท้ต้องการยกคลื่นความถี่ 3G ที่มีค่าให้เอกชนที่มีความใกล้ชิดกับขั้วอำนาจเก่า เส้นทางที่คนคู่นี้ปูไว้ นอกจากสร้างความมั่งคั่งให้ตัวเองแล้ว ยังหวังประนีประนอมและต้องการแรงหนุนจากขั้วอำนาจเก่า โดยไม่แยแสว่าจะทำให้องค์กรแห่งนี้เดินไปสู่ความล่มสลาย

"คนในทีโอทีผิดหวังอย่างรุนแรงในตัวพล.อ.สพรั่งและบอร์ดบริหารชุดปัจจุบัน" นุกูล บวรศิรินุกูล รักษาการประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ทีโอที กล่าวกับ "ผู้จัดการรายสัปดาห์" เนื่องจากตลอด 1 ปีภายใต้การบริหารงานของบอร์ดชุดนี้ได้สร้างปมปัญหาและความขัดแย้ง ความไม่ชอบมาพากลในการอนุมัติโครงการต่างๆ การโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงเพื่อพวกพ้อง การไม่มีวิสัยทัศน์ในการนำพาองค์กรให้เจริญก้าวหน้า และการไม่สะสางปัญหาที่ค้างคามาในอดีต

"วันนี้พิสูจน์แล้วว่าพล.อ.สพรั่งไม่ได้มีความสามารถที่จะทำให้ทีโอทีเจริญ และมีการตบตาในการบริหารงานของบอร์ดที่เขานั่งหัวโต๊ะบัญชาการประสานกับพวกพ้องเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์เสียเอง ร้ายยิ่งกว่าเทมาเส็กที่เข้ามาซื้อกิจการของเอไอเอส แต่เทมาเส็กทำให้ธุรกิจของเอไอเอสเจริญก้าวหน้าได้"

หากจะมองความเสียหายที่ทีโอทีได้รับจากการบริหารของพล.อ.สพรั่งนั้น วันนี้ได้ก่อให้ความเสียหายต่อตัวองค์กร ต่อบุคลากร และผลเสียต่อโอกาสทางธุรกิจของทีโอทีอย่างรุนแรง ที่สำคัญหากมีการตรวจสอบอย่างจริงจังจะพบว่าความผิดที่เกิดขึ้นเข้าข่ายการกระทำความผิดกฎหมายและพระราชบัญญัติบางฉบับบางมาตราอย่างเห็นได้ชัด

องค์กรทีโอทีเสียหายหนักเพิ่มปัญหาใหม่ซุกเรื่องเก่า

ความหวังที่จะให้บอร์ดท็อปบู๊ทช่วยสะสางปัญหาที่คาราคาซังมานมนานนั้น คงจะต้องรอบอร์ดชุดใหม่ที่จะมาพร้อมรัฐบาลชุดใหม่ เพราะบอร์ดบริหารของพล.อ.สพรั่ง ที่ดูเหมือนจะจริงจังกับการแก้ไขปัญหานับตั้งแต่วินาทีแรกที่เข้ามาสู่องค์กรแห่งนี้เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2550 แต่ปัญหาเก่ากลับถูกซุกไว้ในหีบปิดสนิทเหมือนได้รับผลประโยชน์เป็นสิ่งตอบแทน และยังปล่อยให้ปัญหาเก่าที่ถูกบริษัทเอกชนฟ้องร้องตามไล่บี้อยู่ในขณะนี้ เสมือนเป็นตราบาปที่กำลังจะทำให้ทีโอทีถูกตีตราว่าเป็นบริษัทที่ไม่มีธรรมาภิบาล เป็นบริษัทที่ฉ้อโกงบริษัทอื่น

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนเรื่องการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการยกเลิกการเก็บภาษีโทรคมนาคมนั้น แม้ว่าทางคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำความผิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คสต.) จะมีการชี้มูลความผิดในเรื่องนี้ แต่บอร์ดก็ไม่ได้มีการดำเนินการฟ้องร้องเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ให้บริการโทรศัพท์ภายใต้สัญญาสัมปทาน ซึ่งจุดนี้ส่งผลกระทบต่อรายได้ของทีโอทีอย่างมาก

ในปี 2550 ที่ผ่านมาผลประกอบการของทีโอทีทรุดลงอย่างหนัก จนสำนักงานคณะกรรมนโยบายและแผนรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ทีโอที ถึงกับได้มีการทำหนังสือถึงกระทรวงไอซีที ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลทีโอที ให้เร่งติดตามรายได้ที่ลดลงอย่างต่อเนื่องไม่เฉพาะจากการสูญเสียตามพรบ.การยกเลิกการเก็บภาษีโทรคมนาคมเท่านั้น ยังมีเรื่องที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งดีแทคและทรูมูฟได้หยุดจ่ายค่าเชื่อมต่อโครงข่าย(แอ็คเซ็สชาร์จ) ส่งผลให้ทีโอทีสูญเสียรายได้ประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท

อีกทั้งทีโอทียังถูกบริษัทสามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ฟ้องร้องอีก 2.6 พันล้านบาทในการยกเลิกสัญญาการเป็นตัวแทนขายและบริการลูกค้าสัมพันธ์ของกิจการไทย-โมบาย โดยที่สัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาจ้าง ซึ่งไม่ใช่สัญญาร่วมการงานหรือสัญญาสัมปทาน ทำให้ภาพทีโอทีจากรัฐวิสาหกิจชั้นดี ธรรมาภิบาลชั้นยอด หากแพ้คดีบริษัทสามารถไม่เพียงต้องจ่ายกว่า 2.6 พันล้านบาท แต่ยังถูกตราหน้าว่าเป็นบริษัทเบี้ยวหนี้ ไร้จริยธรรม เสื่อมเสียงต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของทีโอที

ปัญหาที่ค้างคามาและยังเป็นปัญหาอยู่ต่อไป ยังมีเรื่องของโครงการโทรศัพท์ 5.6 แสนเลขหมาย ที่มีการเซ็นสัญญาตั้งแต่บอร์ดชุดเก่า ส่งกฤษฎีตีความแล้วก็ล้มเหลว ส่งผลต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทีโอทีทั้งนั้น

ประเด็นคาใจกับการทำงานของบอร์ดชุดนี้ คือพฤติกรรมด้านได้อายอด ปฏิวัติ ยึดอำนาจ แต่กลายเป็น "ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง" หนีไม่พ้นการล็อกสเปกเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชนบางรายชนะการประมูลในโครงการสำคัญๆ

เอื้อประโยชน์ซิสโก้อาศัยหลานชื่อสตีเฟ่น กัลยาณมิตร

"เรากำลังหาข้อมูลและเอกสารต่างๆ ที่สามารถชี้มูลความผิดของพล.อ.สพรั่งและบอร์ดบริหาร ซึ่งผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ทำให้เอกชนบางรายได้รับผลประโยชน์" นุกูล กล่าวว่าพนักงานทีโอทีจำนวนมากกำลังหาทางเรียกร้องให้กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)ในฐานะที่กำกับดูแล สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งชาติ (สตง.) และปปช. เข้าตรวจสอบพฤติกรรมของบอร์ดทีโอที ที่มีพล.อ.สพรั่ง เป็นประธานและมีพ.อ.นที เป็นกรรมการคู่ใจ เนื่องจากบอร์ดชุดนี้มีพฤติกรรมที่น่าสงสัยในการประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้างโครงการต่างๆ ในทำนองเอื้อประโยชน์กับเอกชนบางราย

"พฤติกรรมบอร์ดน่าสงสัยมาก ทุกอย่างเป็นความลับหมด ทำเหมือนทีโอทีเป็นบริษัทร่วมทุนของกัลยาณมิตรกับศุกลรัตน์เท่านั้น"

สิ่งที่สตง.ควรเข้าไปตรวจสอบอย่างเข้มข้นเกี่ยวข้องกับ 3 โครงการ 1 ตระกูลกับ 1 เวนเดอร์

เริ่มจากโครงการแรก การจ้างเหมาติดตั้งอุปกรณ์ระบบชุมสายและโครงข่ายรองรับให้บริการบรอดแบนด์ งบประมาณ 975 ล้านบาทหรือโครงการบรอดแบนด์เพื่อความมั่นคงซึ่งปรากฏว่าทีโอทีใช้กระบวนการจัดฉากจนได้บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น ชนะประมูลด้วยราคา 850 ล้านบาทโดยทีโอทีล็อกสเปกในเรื่องอุปกรณ์ไอพีเพื่อให้ใช้ซิสโก้เพียงยี่ห้อเดียว

หมายถึงใครก็ตามที่จะเข้าประมูลต้องผ่านการรับรองหรือเห็นชอบจากซิสโก้ ซึ่ง 'นที' สามารถบงการให้ซิสโก้ออกหรือไม่ออกใบรับรองให้ใครก็ได้ ซึ่งเรื่องนี้กรรมการบอร์ดทีโอทีบางคนรับรู้ด้วยตัวเองจากปากของผู้บริหารซิสโก้ โดยฟอร์ทต้องซื้ออุปกรณ์ซิสโก้จากบริษัท เอไอที หรือแอดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยีของนายศิริพงศ์ อุ่นทรพันธ์ ด้วยเงินประมาณ 200 ล้านบาท

ในกรณีการจ้างเหมาบริษัทฟอร์ทนั้น ที่ผ่านมา พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าการตรวจเงินหรือสตง.ได้ส่งหนังสือลงวันที่ 28 ก.ย. 2550 ขอให้ทีโอทีชี้แจงข้อเท็จจริงรายละเอียดโครงการต่างๆ

กิตติพงศ์ เตมียะประดิษฐ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ทีโอที ได้ทำหนังสือตอบสตง.ลงวันที่ 27 พ.ย. 2550 ชี้แจงว่าโครงการดังกล่าวเป็นความจำเป็นเร่งด่วนของทีโอทีที่ต้องขยายการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงหรือบรอดแบนด์ ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญทางธุรกิจ โดยการขยาย 1.67 แสนพอร์ตจากโครงการนี้จะทำให้ทีโอทีมีรายได้เพิ่มประมาณ 100 ล้านบาทต่อเดือน

ในขณะเดียวกันรายละเอียดการจัดซื้อซึ่งทำการประมูลถึง 4 ครั้ง ส่อให้เห็นว่ามีการล็อกกันล่วงหน้าว่าจะให้บริษัทใดได้โครงการนี้ไป โดยยืมมือหน่วยงานด้านความมั่นคงมาสร้างความชอบธรรมให้การจัดซื้อลุล่วงประสบความสำเร็จตบตาทั้งสตง.และบริษัทเอกชนรายอื่นที่หลงเข้ามาเป็นคู่เทียบให้โดยที่คิดว่าเป็นการจัดซื้อที่แข่งขันกันอย่างโปร่งใสจริง

สิ่งที่ยืนยันให้เห็นว่ามีการล็อกกันล่วงหน้า คือ หลังจากจัดซื้อครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2550 ซึ่งแซดทีอี ไม่ผ่านข้อกำหนดด้านเทคนิค พอวันที่ 24 ก.ย. 2550 หน่วยงานด้านความมั่นคง ได้ส่งหนังสือถึง กิตติพงศ์ เตมียะประดิษฐ์รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ แจ้งว่าตามที่ผู้แทนหน่วยงานด้านความมั่นคง ได้ศึกษาร่วมกับบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมเพื่อหาแนวทางการสนับสนุนช่องการสื่อสารบริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น สามารถสนับสนุนช่องการสื่อสารเพื่อความมั่นคงตามความต้องการของหน่วยงานด้านความมั่นคงได้

หลังจากที่ กิตติพงศ์ได้รับหนังสือจากหน่วยงานด้านความมั่นคง ก็ส่งเรื่องต่อรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ที่รับผิดชอบเพื่อดำเนินการทันทีลงวันที่ 25 ก.ย. ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่เลือกฟอร์ท

"ความจริงโครงการนี้ต้องการเงิน 600 ล้านบาทมาใช้ในการซื้ออุปกรณ์ทางการทหาร แต่โครงการของดังกล่าวได้ถูกยกเลิกไปแล้ว จึงเป็นที่น่าสังเกตว่าเงินจำนวน 600 ล้านบาทที่ได้จากโครงการนี้จะไปอยู่ที่ใคร" แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับการทำงานของพล.อ.สพรั่ง กล่าว

โครงการที่ 2 คือโครงการประกวดราคาจ้างเหมาติดตั้งอุปกรณ์ Aggregate Switch และ อุปกรณ์เกี่ยวเนื่องครอบคลุมการให้บริการทั่วประเทศ สำหรับโครงข่าย Metro LAN ที่ให้บริการ Private Network ด้วยเทคโนโลยี Ethernet ในการรับ-ส่งข้อมูล ภาพ เสียงและวิดีโอ และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง วงเงินประมาณ 320 ล้านบาท ปรากฏว่าซิสโก้ได้งานนี้ไปตามความคาดหมาย

โครงการที่ 3 คืองานศูนย์ราชการ ของบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ กระทรวงการคลัง ที่ทีโอทีชิงได้มาจากบริษัท กสท โทรคมนาคมที่มีปัญหาและล่าช้ามาก โดยให้ 4 บริษัทยื่นข้อเสนอมาประกอบด้วยอัลคาเทล ซิสโก้ ทรีคอม และ Enterasys ปรากฏว่าซิสโก้กับ Enterasys ไม่สนใจ มีแต่เพียงอัลคาเทลกับทรีคอม สู้ราคากันจนสรุปได้ทรีคอมที่ราคาประมาณ 323 ล้านบาท

แต่กลายเป็นว่าได้มีคำสั่งอย่างฉับพลันให้ต้องเลือกซิสโก้แทน โดยมีการเปลี่ยนผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ที่รับผิดชอบ พร้อมทั้งจัดฉากประชาพิจารณ์ใหม่อ้างว่าลูกค้าต้องการใช้อุปกรณ์ซิสโก้ โดยให้เขียนสเปกใหม่ให้เป็นซิสโก้ทั้งหมด

งานนี้ลำดับการสั่งการจะไล่ลงมาจากนทีไปรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ กิตติพงศ์ ไปรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาษาและไปยังผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ยิ่งศักดิ์ที่ถูกโยกย้ายมารับผิดชอบงานนี้โดยเฉพาะ โดยนัยสำคัญการโยกย้ายก็คือยิ่งศักดิ์เป็นประธานพิจารณาโครงการ Metro LAN และเป็นประธานโครงการศูนย์ราชการด้วย แผนที่วางไว้คือการโยกอุปกรณ์ซิสโก้ครึ่งหนึ่งจากโครงการ Metro LAN มาใช้ในโครงการศูนย์ราชการ ด้วยการเขียนข้อกำหนดใหม่ให้ลดอุปกรณ์ลงครึ่งหนึ่ง แต่งบประมาณ 320 ล้านบาทเท่าเดิม โดยอ้างว่าอุปกรณ์เท่ากับงาน Metro LAN

คำถามคือทำไมถึงต้องเป็นซิสโก้ คำตอบคือเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ 'สตีเฟ่น กัลยาณมิตร' ซีอีโอ บริษัท ATOS ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายซิสโก้เช่นเดียวกับเอไอที

สายสัมพันธ์ที่โยงใยกันแนบแน่นระหว่าง ATOS กับเอไอที พิสูจน์ได้จากโครงการวงจรเช่าส่วนบุคคล หรือโครงการ 688 ล้านบาทของกสท ซึ่ง ATOS ยื่นประมูลแข่งกับบริษัท TTI ซึ่งทั้ง 2ราย ยื่นอุปกรณ์ชนิดเดียวกัน คือซิสโก้โดยใช้ข้ออ้างไม่มียี่ห้ออื่น เนื่องจากล็อกสเป็กจนคู่แข่ง คือ อัลคาเทล จูนิเปอร์และหัวเว่ย เข้าประมูลไม่ได้ โครงการนี้ถูกยับยั้งมาหลายบอร์ดแล้ว เพราะเป็นการผิดระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง โดยประมูลอุปกรณ์ยี่ห้อเดียวกัน โดยล็อกสเป็กกันรายอื่น

สิ่งที่น่าสนใจคือเอไอทีเป็นคนออกแบงการันตีให้ ATOS ในขณะที่สตีเฟ่น กัลยาณมิตรก็ยังเป็นลูกเขยของนายสมชัย กิตติชัย หรือสมชัย เพชราวุธ ที่สร้างชื่อลื่อลั่นในการให้เช่าไอพีเน็ตเวิร์กของซิสโก้กับทีโอทีมายาวนาน

"จิ๊กซอว์ที่ประกอบด้วย 3 โครงการ คือบรอดแบนด์เพื่อความมั่นคง ,Metro LAN ,ศูนย์ราชการ, 1 ตระกูลกัลยาณมิตรกับ 1 เวนเดอร์ซิสโก้ เอไอที ทำให้เห็นภาพวงจรอุบาทว์ในทีโอที ซึ่งสตง.ควรเข้ามาตรวจสอบโดยด่วน เพราะทุกวันนี้นทียังหาทุกวิถีทางเพื่อให้ซิสโก้ได้งานที่ศูนย์ราชการ หากนทีเถียงเรื่องซิสโก้ ก็ควรออกมาชี้แจงแถลงให้สาธารณชนรับรู้เลยว่ารอบปีที่ผ่านมาซิสโก้กวาดงานในทีโอทีไปกี่พันล้านบาทแล้ว"

จูบปาก "เอไอเอส"ประเคนผลประโยชน์

สิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นจากบอร์ดที่พล.อ.สพรั่ง เป็นประธาน ที่เห็นได้อย่างเด่นชัด คือการเร่งรีบเซ็นเอ็มโอยูกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือเอไอเอส ในการส่งเสริมและพัฒนากิจการโทรคมนาคมไทย ในลักษณะการเป็นพันธมิตรระหว่างกัน

โครงการดังกล่าวดูเหมือนว่าจะเป็นประโยชน์กับทางทีโอที แต่เมื่อพิจารณาถึงผลประโยชน์ที่เอไอเอสจะได้รับนั้นมากมายมหาศาลกว่าหลายเท่าตัว เรียกได้ว่าเป็นการประเคนชิ้นเนื้อก้อนโตให้กับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยักษ์ใหญ่รายนี้ได้ต่อยอดธุรกิจด้วยการอาศัยทรัพยากรที่มีมากมายของทีโอที ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการที่เอไอเอสจะสามารถพัฒนาไปสู่การเปิดให้บริการ 3G ที่อยู่ภายใต้ไลเซนต์ของทีโอที

การอนุมัติให้เกิดการเซ็นเอ็มโอยูดังกล่าว มีการพิจารณาที่ค่อนข้างจะรวบรัดด้วยทีมบอร์ดที่พล.อ.สพรั่งเป็นผู้สั่งการ ประเด็นคำถามจึงเกิดขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้วีรบุรุษชายชาติทหารรายนี้ ได้ประกาศว่าจะเข้ามาดูแลความไม่ถูกต้องและความไม่เป็นธรรมของสัญญาสัมปทานที่ทีโอทีกับบริษัทเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของเอไอเอส ที่ตกเป็นเป้าการล้างบางในช่วงปีที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นผลประโยชน์ของกลุ่มอำนาจเก่า

แต่วันนี้พล.อ.สพรั่ง ได้เปลี่ยนแปลงจากการที่จะเข้ามาห้ำหั่นเอไอเอส เป็นการจูบปากประเคนผลประโยชน์ให้ทางเอไอเอส เสมือนว่าเขากำลังเปลี่ยนสีแปรพักตร์ไปสู่กลุ่มอำนาจเก่าที่กำลังกลับมามีอำนาจอีกครั้ง หรือการได้รับผลประโยชน์จากบริษัทเอกชนที่มีการตกลงร่วมมือกันในครั้งนี้ก็เป็นไปได้

นุกูล กล่าวว่าก่อนหน้านี้พล.อ.สพรั่ง เคยระบุไว้ในช่วงเริมต้นเข้ามาตำแหน่งในทีโอที ว่าต้องการเข้ามาสะสางล้างบ้านทีโอทีให้สะอาด โดยระบุว่าทีโอทีเป็นองค์กรที่เต็มไปด้วยทุจริต และถูกเอารัดเอาเปรียบจากขุมอำนาจเก่า กลายเป็นว่านอกจากไม่ทำอะไรแล้ว เวลานี้ยังยกความถี่ 3G ให้เอไอเอส

ยืนยันได้จากคำให้สัมภาษณ์ของ วิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ เอไอเอส นั้นได้กล่าวไว้ว่ามีความเป็นไปได้ที่เอไอเอสกับทีโอที จะมีความร่วมมือทำ 3G ในอนาคต ซึ่งเอไอเอสต้องการคลื่นความถี่ทั้ง 1900 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ในการพัฒนาเป็นระบบ 3G เนื่องจากคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ มีความสามารถส่งสัญญาณได้ไกล เหมาะกับการส่งสัญญาณในต่างจังหวัด และคลื่นความถี่ 1900 เมกะเฮิรตซ์ เหมาะกับการใช้งานในเมืองใหญ่ที่มีแหล่งชุมชนแออัด และเป็นไปได้ที่เอไอเอสจะเช่าใช้สายโทรศัพท์ของทีโอทีในการให้บริการบรอดแบนด์ด้วย

การเซ็นเอ็มโอยูดังกล่าวยังกระทบต่อการพัฒนาและโอกาสทางธุรกิจของทีโอทีในอนาคตด้วย เนื่องจากวันนี้เป็นที่รับรู้ว่าธุรกิจการให้บริการสื่อสารที่มีอนาคตคือธุรกิจมือถือ การที่ทีโอทีเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเข้ามาใช้คลื่นความถี่ของทีโอที ย่อมหมายถึงการยกรายได้ให้กับบริษัทเอกชน แทนที่ทีโอทีจะสร้างธุรกิจมือถือให้เหนือกว่าคู่แข่งขันบนความได้เปรียบ

ทำลายขวัญคนทีโอที ตั้งพวกพ้องสูบเลือดองค์กร

กลียุคในทีโอทีที่เกิดขึ้นในองค์กรแห่งนี้กับบอร์ดบริหารของพล.อ.สพรั่ง ได้ทำลายขวัญของพนักงานทีโอทีทั้งองค์กร แต่ทุกคนที่เกี่ยวข้องไม่มีใครกล้าออกมาต่อกร เนื่องจากอำนาจที่บอร์ดชุดนี้ใช้คือการโยกย้ายตำแหน่งในการบริหารงานด้านต่างๆ โดยมีการโยกย้ายพนักงานในระดับผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่กว่า 17 ตำแหน่งในคราวเดียว โดยผู้ที่ถูกโยกย้ายส่วนหนึ่งมีความขัดแข้งกับบอร์ด ส่วนหนึ่งเป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งจากกรรมการผู้จัดการใหญ่คนเก่า

การกระทำดังกล่าวเสมือนการซ่องสุมกำลังช่วยผลักดันพวกพ้องให้เข้ามาดูแลเป็นแขนขาในส่วนต่างๆ รวมถึงการต่อท่อเอื้อประโยชน์สืบต่ออำนาจในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ที่ว่างเว้นมากว่า 1 ปี ความเคลื่อนไหวเพื่อพวกพ้องที่เห็นได้อย่างเด่นชัดคือกรณีการสรรหาตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ของทีโอที

เนื่องจากสิ่งผิดปกติในร่างทีโออาร์ที่กำหนดคุณสมบัติผู้เข้ารับการสรรหาเป็นซีอีโอ ที่ได้ผ่านการพิจารณาของบอร์ดเรียบร้อยแล้วนั้น ในฉบับใหม่มีความแตกต่างจากฉบับที่ทีโอทีเคยใช้ คือมีการลดอายุผู้สมัครลงมาเป็น 40 ปีขึ้นไป จากปกติจะอยู่ที่ 50 ปีขึ้นไป และจากข้อกำหนดที่ว่าต้องเคยเป็นผู้บริหารองค์กรเอกชน ที่มีรายได้ไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท หรือกรณีที่เป็นข้าราชการต้องเคยเป็นผู้บริหารส่วนรายการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองอธิบดี ได้มีการเพิ่มเติมข้อความว่าหรือมีประสบการณ์เกี่ยวกับวงการโทรคมนาคมไม่น้อยกว่า 10 ปี

คุณสมบัติใหม่ที่ถูกเขียนขึ้นถูกมองว่ากำลังจะเป็นการปูทางให้มือขวาของพล.อ.สพรั่ง ในการจัดการเรื่องราวต่างๆ ในทีโอที ที่เป็นนายทหารหนุ่มวัย 40 ปีกว่าๆ อย่าง พ.อ.นที ศุกลรัตน์ แม้ว่าจะไม่เคยเป็นผู้บริหารในภาคเอกชน หรือดำรงตำแหน่งรองอธิบดี แต่นที เป็นผู้มีประสบการณ์ในวงการโทรคมนาคมมามากกว่า 10 ปี ผ่านงานทั้งโครงการดาวเทียมไอพีสตาร์ของซินแซทเทิลไลท์ โครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบซีดีเอ็มเอของ กสท

การดำเนินการต่างๆ ของบอร์ดบริหารชุดพล.อ.สพรั่ง ยังพร้อมเดินหน้าต่อไป แม้ว่าขณะนี้กำลังมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหาร หากเป็นบอร์ดที่มืออาชีพแล้ว จะไม่มีการอนุมัติหรือมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญต่างๆ อย่างแน่นอน แต่ความเคลื่อนไหวของบอร์ดชุดนี้กลับสวนทางกับประเพณีปฏิบัติที่เคยเป็นมา มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ในองค์กรที่ถือว่าเป็นขุมทรัพย์รัฐวิสาหกิจชั้นหนึ่งของเมืองไทยต่อไป

ประเด็นที่ต้องจับตาต่อไปคือจากความเคลื่อนไหวทั้งการอนุมัติเซ็นเอ็มโอยูกับเอไอเอส และการสรรหากรรมการผู้จัดการใหญ่ที่จะได้คนชื่อนทีมานั่งในตำแหน่งนี้ บอร์ดชุดพล.อ.สพรั่ง นั่งประธานกำลังปูทางเชื่อมความสัมพันธ์กับกลุ่มอำนาจเก่าหรือไม่ เพราะการมาของพรรคพลังประชาชนก็คือตัวแทนของกลุ่มอำนาจเก่า ที่มีธุรกิจสื่อสารเป็นฐานสำคัญในภาคธุรกิจ ซึ่งพร้อมที่จะกลับมาแสวงหาผลประโยชน์ในอุตสาหกรรมนี้ต่อเนื่อง

ยิ่งนที ก็เคยทำงานเกี่ยวกับดาวเทียมไอพีสตาร์ของชินแซทเทิลไลท์มาในอดีต ย่อมมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับกลุ่มชินคอร์ปอเรชั่น การวางตัวให้เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ทีโอที น่าจะเป็นหมากสำคัญอีกตัวหนึ่งที่จะกลายเป็นกุญแจเอื้อผลประโยชน์ของชาติในอนาคตให้กับกลุ่มอำนาจเก่าต่อไปได้   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us