
จากโรงพิมพ์ฉลากที่มีอายุยาวนานนับสิบปี ประสบการณ์กลายเป็น "มูลค่าเพิ่ม" วันนี้โรงพิมพ์ฉลากไร้ชื่อ เปลี่ยนมาเป็นโรงงานถ้วยกระดาษที่ใหญ่ที่สุดของไทยด้วยความสามารถในการผลิตถ้วยกระดาษ 352 ล้านถ้วยต่อปี
แม้โรงงานของ เค.เอ็ม.แพ็กเก็จจิ้ง ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเทพารักษ์ กม.22 สมุทรปราการ จะจำกัดอยู่ที่พื้นที่เพียง 4 ไร่ แถมแบ่งพื้นที่ส่วนด้านหน้าให้เป็นสำนักงาน ขาย แต่เฉพาะปีที่ผ่านมาโรงงานที่เจ้าของถ่อมตนเรียกว่าเป็นโรงงาน "ขนาดย่อม" แห่ง นี้กลับมีกำลังการผลิตเฉพาะถ้วยกระดาษใส่น้ำหวาน กาแฟ และถ้วยไอศกรีมถึง 1 ล้านถ้วยต่อวัน
เมื่อนั่งคำนวณจากจำนวนวันที่เครื่อง จักรเปิดทำงาน หักลบกับวันหยุดทั้ง 13 วันต่อปีแล้ว เท่ากับบริษัทแห่งนี้ส่งกระดาษเข้าเครื่องจักร เพื่อป้อนถ้วยกระดาษให้กับอุตสาห-กรรมอาหารของไทยได้มากถึง 352 ล้านถ้วย ต่อปีเลยทีเดียว
เค.เอ็ม.แพ็กเก็จจิ้ง เป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นโดยคุณปู่ ก่อนส่งต่อมาถึงมือของรุ่นพ่อ ของพศิน กมลสุวรรณ ผู้บริหารหนุ่มวัย 33 ปี ที่ปัจจุบันรั้งตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท หลังสืบทอดกิจการของผู้เป็นพ่อและแม่ มาเมื่อหลายปีก่อน และกลายเป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการช่วยขยายตลาดถ้วยกระดาษของบริษัทจากเดิมที่เคยผลิตได้เพียงวันละ 5 แสนถ้วยในปีก่อนหน้า หรือเพียง 1 แสนถ้วยก่อนที่เขาจะเข้ามารับช่วงกิจการ
จากเดิมที่เคยเป็นโรงพิมพ์ "นิยมช่าง" รับพิมพ์ฉลากแนะนำการใช้ยาสำหรับแนบไปกับกล่องยา ฉลากสำหรับแปะข้างกล่องยา หรือแม้แต่รับพิมพ์กล่องเสื้อให้กับอุตสาหกรรม การ์เม้นท์
ในเวลาต่อมาประสบการณ์ของการเป็นโรงพิมพ์มายาวนานหลายสิบปี ทำให้รุ่นก่อนหน้าหันมามองหามูลค่าเพิ่มที่เกิดจากกระบวนการหลังการพิมพ์ และหนึ่งในนั้นคือการรับขึ้นรูปบรรจุภัณฑ์ทั้งแบบพลาสติกและกระดาษ
เค.เอ็ม.แพ็กเก็จจิ้ง อาจจะต่างจากโรงพิมพ์อื่นๆ ที่รับพิมพ์เอกสาร หรือรับพิมพ์ เข้ารูปเข้าเล่มเป็นหนังสือแล้วจัดส่งขายตามแผงทั่วไปก็ตรงที่ เค.เอ็ม.แพ็กเก็จจิ้ง พบว่าบริการจำพวกที่เกิดขึ้นหลังจากการพิมพ์ลวดลายลงบนกระดาษสารพัดชนิด อาทิ รับขึ้นรูปของกระดาษที่พิมพ์ลายให้เป็นกล่อง หรือเป็นแบบอย่างจำพวกถ้วยกระดาษ เป็นมูลค่าเพิ่มและสร้างความแตกต่างให้โรงพิมพ์ ธรรมดา กลายเป็นที่มาการเปลี่ยนชื่อจากโรงพิมพ์ "นิยมช่าง" เป็น "เค.เอ็ม.แพ็กเก็จจิ้ง" ในเวลาต่อมา
แม้จะมีสัดส่วนของงานพิมพ์สำหรับลูกค้าเก่าแก่อยู่บ้างในปัจจุบัน และยังรับขึ้นรูปบรรจุภัณฑ์พลาสติกอยู่บ้าง แต่เกือบทั้งหมดของผลิตผลที่ได้จากโรงงานกลับเป็นถ้วยกระดาษ
ในช่วงเริ่มต้น เค.เอ็ม.แพ็กเก็จจิ้งเน้น ผลิตถ้วยกระดาษสำหรับใส่น้ำ ซึ่งไม่ใช่ถ้วยเทียนอย่างที่ก่อนหน้านั้นนิยมนำมาใส่น้ำเย็นหรือน้ำหวานกันอยู่บ้าง หรือถ้วยกระดาษล้วนๆ ที่มักใช้กับเครื่องกดน้ำเย็นอัตโนมัติในสถานที่ต่างๆ เช่นโรงพยาบาลหรือห้างร้านทั่วไป
ลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ของสินค้า และเลือกที่จะใช้ถ้วยกระดาษเพื่อลดปัญหาการใช้พลาสติกในการผลิตบรรจุภัณฑ์ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม หรือเพราะกลัวสิ่งปนเปื้อนที่มาจากพลาสติก เมื่อทราบข่าวว่า เค. เอ็ม.แพ็กเก็จจิ้งรับผลิตถ้วยกระดาษ ต่างมุ่งหน้ามาที่นี่ ทั้งๆ ที่ในยุคนั้นพลาสติกก็ยังได้รับความนิยมมากกว่า ด้วยเพราะต้นทุนในการผลิตที่ต่ำกว่า เป็นเหตุผลหลักนั่นเอง
ความสำคัญของถ้วยกระดาษ ยิ่งทวีคูณเมื่อราคาของปิโตรเลียมพุ่งสูงขึ้น ยังผลให้พลาสติกซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการผลิตปิโตรเลียม มีต้นทุนที่ขยับใกล้เคียงกับกระดาษ ที่ก่อนหน้านั้นแพงกว่ามาก
พศินบอกว่า เมื่อปิโตรเลียมแพงขึ้น คนก็เริ่มมามองถึงการลดการใช้พลาสติกที่ต้นทุนเริ่มแพงเกือบเท่ากระดาษ อีกทั้งเมื่อมีการรณรงค์เรื่องโลกร้อน ให้คนหันมาลดการใช้พลาสติก และใช้สิ่งที่ทดแทนและสามารถนำกลับมาหมุนเวียนใช้ได้อีกครั้ง ทำให้ถ้วยกระดาษเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลสำหรับหลายคนที่จะหันมาเลือกใช้แทนถ้วยพลาสติก
เมื่อสองปีที่แล้วรัฐบาลของไต้หวันได้ออกนโยบายให้ทั้งประเทศหันมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นกระดาษแทนการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งหมด
นอกจากนี้เมื่อเดือนที่ผ่านมา สำนักข่าวซินหัวและอีกหลายสำนักข่าวทั่วโลกต่างประโคมข่าว โดยอ้างจากแถลงการณ์บนเว็บไซต์ของรัฐบาล จีนว่าทางการจีนประกาศห้ามผลิตและใช้ถุงพลาสติกที่บางกว่า 0.025 มิลลิเมตร และห้ามมิให้ห้างร้านต่างๆ แจกถุงพลาสติกฟรีแก่ลูกค้าพร้อมกับสินค้าที่ลูกค้าซื้อโดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนที่จะถึงนี้ โดยลูกค้าที่ต้องการจะได้ถุงพลาสติก ยอมควักเงินในกระเป๋าจ่ายค่าถุงพลาสติกเพิ่มนอกเหนือจากค่าสินค้าที่ต้องจ่ายด้วย
โดยรัฐบาลจีนหวังจะลดปัญหาการใช้ถุงพลาสติกของประชากรในประเทศที่ปัจจุบันมีจำนวนมากถึงวันละ 3,000 ล้านใบ และหาทางออกไม่ได้ว่าจะกำจัดถุงพลาสติกให้ถูกต้องโดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาโลกร้อนได้อย่างไร ส่วนถุงพลาสติกที่บางกว่า 0.025 มิลลิเมตร จะถูกห้ามผลิตและห้ามใช้โดยสิ้นเชิงอีกด้วย
ทั้งไต้หวันและจีนต่างถูกหยิบยกมาเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจและน่าจับตามอง เพราะเป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นถึงแนวโน้มสำคัญที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อย่างน้อยก็มีโอกาสอีกหลายครั้งที่จะเกิดนโยบายแบบเดียวกันนี้ในหลายๆ ประเทศต่อจากไต้หวันและจีน นั่นหมายถึงบรรจุภัณฑ์แทบทั้งหมดก็มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นกระดาษและวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น
สำหรับเมืองไทยแล้ว แม้จะยังไม่ถึงขั้นได้ออกนโยบายบังคับภาคธุรกิจหรือผู้บริโภคให้เลิกใช้พลาสติกอย่างสิ้นเชิง แต่กระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อไม่ให้เกิดภาวะโลกร้อนไปมากกว่านี้ก็เข้ามาประชิดตัวอย่างมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ และนี่เป็นที่มาซึ่งทำให้ถ้วยกระดาษของเขากลายเป็นจุดขายและกลายเป็นความเชี่ยวชาญและ ทำให้ทุกวันนี้บริษัทของเขาถูกเรียกว่า "บริษัท ผลิตถ้วยกระดาษ" ในเวลาต่อมา
นอกเหนือจากเรื่องของสิ่งแวดล้อมแล้ว ระบบการจัดการภายในของหน่วยงาน ที่ต้องการบริการลูกค้าด้วยความรวดเร็ว พื้นที่ ในการให้บริการที่จำกัด และความต้องการลดจำนวนพนักงานในองค์กร ดังนั้นอุตสาห-กรรมบางอย่างเช่นฟาสต์ฟู้ด จึงหันมาเลือกใช้ถ้วยกระดาษแทนการใช้ถ้วยพลาสติก ซึ่งต่างก็ใช้แล้วทิ้งได้ทั้งคู่ แต่คุณภาพของการ นำกลับมาใช้และการเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมนั้นต่างกันอย่างชัดเจน เมื่อเทียบราคาใกล้เคียงกัน ทำให้ถ้วยกระดาษของพศินจึงผลิตออกมาแทบไม่ทัน
ถ้วยกระดาษของ เค.เอ็ม.แพ็กเก็จจิ้ง เป็นถ้วยกระดาษที่เป็นกระดาษเคลือบด้วย PE หรือพลาสติกโพลีเอทิลีนในอัตราส่วนที่ไม่เป็นพิษต่อสุขภาพร่างกายของมนุษย์ และมีคุณสมบัติที่ช่วยอุ้มน้ำ ไม่รั่วซึม ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของการผลิตถ้วยด้วยกระดาษ
เพียงแต่ว่าเป็นพีอีที่ได้รับการรับรองแล้วว่าไม่มีผลต่อร่างกายมนุษย์ หรือได้รับการตรวจสอบแล้วว่าเป็นกระดาษพีอีที่สามารถใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารและเครื่องดื่มแล้ว
ทั้งนี้ แต่เดิมถ้วยกระดาษระบุไว้ในหน้าแค็ตตาล็อกของบริษัทมีเพียง 4-5 ขนาดเท่านั้น ซึ่งเป็นข้อจำกัดของอุตสาหกรรมถ้วยกระดาษในยุคนั้น เพราะไม่สามารถเลือก ขนาดได้หลากหลายกับสินค้าที่ต้องการ
ปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตที่พัฒนาทำให้ เค.เอ็ม.แพ็กเก็จจิ้งสามารถระบุขนาด ของถ้วยให้ลูกค้าเลือกได้มากกว่า 30 ขนาด ไม่นับกับแบบที่หลากหลายแล้วแต่ความต้อง การของลูกค้า
เซเว่น อีเลฟเว่นถือเป็นอุตสาหกรรมแฟรนไชส์เจ้าแรกๆ ที่เลือกใช้ถ้วยกระดาษใส่น้ำเย็นของ เค.เอ็ม.แพ็กเก็จจิ้ง ก่อนที่ในเวลาต่อมาบริษัทจะเพิ่มความหลากหลายมาเป็นการผลิต ถ้วยกระดาษสำหรับใส่น้ำร้อน หรือกาแฟร้อน ถ้วยกระดาษใส่น้ำร้อนแบบติดหูเมื่อใช้มือจับป้องกันความร้อน ถ้วยกระดาษใส่น้ำร้อนแบบที่เรียกว่า double wall หรือใส่กระดาษทับเข้าไปอีกชั้น เพื่อให้ลูกค้าใช้มือจับได้ทันทีและป้องกันความร้อนในระดับที่ร่างกายมนุษย์รับได้
นอกจากนี้ยังขยับมาผลิตถ้วยไอศกรีม หรือแม้แต่ถังข้าวโพดคั่วขนาดใหญ่ยักษ์ ซึ่งแทบทั้งหมดผลิตแล้วส่งออกไปยังประเทศ ออสเตรเลีย จีน และตลาดตะวันออกกลางบางประเทศเช่น ดูไบ และทำการผลิตเพื่อป้อนให้กับพารากอนซีนีเพล็กซ์ เดอะมอลล์ และอีจีวีในบางโอกาส
เมื่อพิจารณาแล้วอุตสาหกรรมถ้วยกระดาษของ เค.เอ็ม.แพ็กเก็จจิ้ง นั้นเติบโตสอดคล้องกับทิศทางของอุตสาหกรรมฟาสต์ฟู้ดในประเทศ อย่างที่พศินบอกเอาไว้ว่า ทุกวันนี้เขาอยู่ได้ด้วยอุตสาหกรรมฟาสต์ฟู้ด
"เมื่อเขาโต เราก็โต " เขาบอก
ในเร็ววันนี้บริษัทถ้วยกระดาษแห่งนี้ยังเตรียมย้ายโรงงานเพื่อรองรับการผลิตถ้วยกระดาษที่มากขึ้น และรองรับความต้องการของลูกค้าที่เคยใช้พลาสติก แต่เปลี่ยนใจมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นกระดาษกันมากขึ้นด้วยในเวลาเดียวกัน
โดยลูกค้ารายสำคัญของบริษัทส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่อยู่ในอุตสาหกรรมฟาสต์ฟู้ด แฟรนไชส์ชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็นเครือไมเนอร์กรุ๊ป แบรนด์บัสกิ้น รอบบินส์, แดรี่ ควีนส์, เคเอฟซี, อึ้ม มิลค์, สเวนเซ่นส์, ซิสเลอร์, โอปองแปง, แมคโดนัลด์, เป๊ปซี่, โค้ก, เบอร์เกอร์คิงส์, แบล็คแคนยอน และสินค้าชื่อดังอีกมากมายแม้แต่เจ้าของเองก็ถึงกับเปรยว่า
"หลังๆ นี่ชักมีลูกค้ามากเสียจนแทบจะจำไม่ได้แล้วล่ะ"
ประโยคปิดท้ายไม่เพียงกินใจแต่ยังสื่อความหมายถึงบริษัทผลิตถ้วยกระดาษที่ขนาดไม่เล็กเท่ากับถ้วยกระดาษที่ผลิตได้เป็นอย่างดี
|