|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
มุมมองและความกล้าที่จะคิดนอกกรอบกลายเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของแบรนด์"เมืองไทยประกันชีวิต" ไปแล้ว แถมยังใช้จุดต่างจากส่วนนี้เป็นกลยุทธ์สำคัญในการวางแผนรบเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งทางตลาด ที่แม้วันนี้ยังคงเหลือพื้นที่ในการแย้งเค้กอีกมากก็ตาม แต่องค์กรแห่งนี้ก็มิได้หยุดยั้งที่จะปฏิบัติการเชิงรุกเร่งเครื่องทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง ด้วยการโชว์จุดเด่นเรื่อง "ความสุข" เป็นที่ตั้ง
ความต่างในมุมมองและความคิดจากผู้นำทัพของ "เมืองไทยประกันชีวิต" ได้สร้างองค์กรแห่งนี้ให้เติบโตจากบริษัทขนาดกลางมาสู่ขนาดใหญ่ด้วยการใช้เวลาที่ไม่มากนัก ตัวเลขเบี้ยประกันภัยรับรวมกว่า 10,000ล้านบาท เป็นเกณฑ์ของการปรับชั้นองค์กรแห่งนี้ให้ขึ้นไปผงาดเคียงข้างบริษัทประกันชีวิตขนาดใหญ่รายอื่นๆ
ภายใต้มุมมองและความคิดที่แตกต่าง ดั่งคอนเซ็ป "บริษัทของคนหัวคิดทันสมัย" ซ่อนไว้ด้วยปฏิบัติการเชิงรุกมากมายในการขับเคลื่อนองค์กร ซึ่งแน่นอนว่าปฏิบัติการบางอย่างมีความเหมือนที่แตกต่าง เป็นต้นว่าเรื่องของช่องทางจำหน่ายทีหลากหลาย มิได้มีแค่ "เมืองไทยประกันชีวิต" เท่านั้น หากบริษัทประกันภัยรายอื่นๆก็มีเช่นกัน และทุกค่ายต่างเห็นต้องกันว่าช่องทางจำหน่ายที่หลายหลายนั้นเป็นส่วนสำคัญในอันดับต้นๆที่ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จในการเพิ่มเบี้ยและขยายฐานลูกค้า
สาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ เมืองไทยประกันชีวิต บอกว่า แผนในปีนี้ก็จะเน้นในความหลากหลายในช่องทางการจัดจำหน่าย ไม่ว่าจะ ตัวแทน แบงแอสชัวร์รันส์ รวมถึงไดเร็กท์มาร์เก็ตติ้ง แต่แน่นอนว่าเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงบริษัทอยู่ ณ ขณะนี้คือช่องทางจากตัวแทน เนื่องจากตัวแทนมีความสามารถในการเจาะลึกเข้าถึงทุกพื้นที่ได้มากกว่าช่องทางอื่นๆ
ดังนั้น แล้วในเรื่องของช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลายจึงเป็นกลยุทธ์ที่ไม่ต่างกันนัก แต่จะต่างก็มุมมองความคิดของการดำเนินธุรกิจ ที่ "สาระ" เล็งเห็นว่า การที่บริษัทจะประสบความสำเร็จ "ความสุข" ต้องเกิดขึ้นจากทุกฝ่าย ซึ่งนั่นหมายรวมถึง พนักงานขององค์กร ตัวแทน ลูกค้า และในระดับสูงอย่างผู้บริหาร ความสุขนั้นรวมไปถึงสิ่งที่สามารถจับต้องได้ด้วย
"เราพูดอยู่เสมอว่า เมืองไทยประกันชีวิตต้องเป็นแบรนด์ของความสุข ดังนั้นเราจึงไม่ได้เป็นแค่บริษัทประกันชีวิต แต่เป็นมากกว่านั้นคือบริษัทที่สามารถสร้างรอยยิ้มความสุขให้กับบุคคลทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับองค์กรและรวมถึงสังคมด้วย"
เห็นได้ชัดจากกิจกรรมสำหรับลูกค้า "เมืองไทยประกันชีวิต" จะให้ความสำคัญกับคำว่าครอบครัวด้วย เพราะลูกค้าแต่ละรายย่อมมีครอบครัวของตนเอง ขณะเดียวกัน การสร้างความสุขและความประทับใจให้ลูกค้าเพียง 1 ราย อาจขยายฐานลูกค้าได้เพิ่มขึ้นจากฐานครอบครัวลูกค้า
สาระ บอกว่า การจัดกิจกรรมต่างๆให้ลูกค้าหรือสังคมก็ตาม ไม่อยากเรียกว่าสิ่งที่ทำขึ้นนั้นเป็นการคืนกำไรให้กับสังคม แต่อยากให้มองว่าเป็นหน้าที่ของบริษัทที่จะต้องทำในส่วนนี้ให้ลูกค้าและสังคม
ประหนึ่งว่าเรื่องดังกล่าวเป็นดีเอ็นเอที่ฝั่งอยู่ในร่างกายขององค์กรแห่งนี้
สาระ บอกด้วยว่า นอกเหนือจากงานกิจกรรมที่จัดขึ้น ในเรื่องสินค้าที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้อย่างลงตัวก็เป็นอีก 1 ปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จ
อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงแล้ว สาระ ได้มองว่า ทุกวันนี้สินค้าประกันชีวิตมีความแตกต่างกันไม่มากนัก แต่จุดต่างที่เปลี่ยนให้ลูกค้าเลือกสินค้าของ "เมืองไทยประกันชีวิต" คือ บริการ
นั่นเพราะบริการเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งแน่นอนว่า ความสุขจากกิจกรรมต่างๆที่มอบให้ลูกค้าก็เป็นอีกส่วนที่อยู่ในงานบริการ แต่นอกเหนือจากนี้คือการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ต่างกันออกไป
สาระ บอกว่า ล่าสุดบริษัทมีการพัฒนาคุณภาพด้านบริการให้แก้ลูกค้าทั้งที่สำนักงานใหญ่และตามสำนักงานสาขาทั่วประเทศ ด้วยการจัดตั้งศูนย์บริการลูกค้า (CSC: Customer Service Center) ตามจังหวัดใหญ่ โดยล่าสุดเริ่มที่ สำนักงานภูมิภาคเชียงใหม่ โดยสถานที่แห่งนี้นอกจากให้บริการรับชำระเบี้ยประกันภัย ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าโทรศัพท์ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส ซึ่งนับเป็นที่แรก และจะทำการขยายออกไปทั่วทุกภาคของประเทศในเร็วๆนี้เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า
ส่วนเป้าหมายปี 2551 ตั้งเป้าเบี้ยประกันปีแรก 6,904 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.65% เบี้ยประกันต่ออ่ยุ 10,010 ล้านบาท เพิ่ใขึ้น 23.71% รวมทำเบี้ยได้ 16,914 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.44%
ถ้าเป้าหมายความสำเร็จของ "เมืองไทยประกันชีวิต" คือการเป็นบริษัทขนาดใหญ่ วันนี้องค์กรดังกล่าวได้ผ่านจุดนั้นมาได้แล้ว แต่การดำเนินธุรกิจจะต้องมีเป้าหมายใหม่ๆเกิดขึ้น เพื่อทำให้องค์กรแห่งนั้นมีการตื่นตัวและพร้อมออกรบอยู่เสมอ เช่นเดียวกับ "เมืองไทยประกันชีวิต" ที่ทุกวันนี้ก็ยังคงเตรียมกลยุทธ์พร้อมปักธงเตรียมรบอยู่ตลอดเวลา
|
|
 |
|
|