Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน29 พฤษภาคม 2546
แม็คโครปรับใหม่หนีภาพดิสเคานต์สโตร์             
 


   
search resources

สยามแม็คโคร, บมจ.




นางสุชาดา อิทธิจารุกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับปรุงรูปแบบการจำหน่ายสินค้าใหม่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยการนำเสนอสินค้าหลัก 3 กลุ่มพร้อมจัดกิจกรรมเพิ่มยอดขาย เพื่อรองรับลูกค้าหลัก คือ กลุ่มโชวห่วย ร้านค้ารายย่อย , กลุ่มร้านอาหารและภัตตาคาร และกลุ่มลูกค้าองค์กร ได้แก่ สำนักงาน สถาบันการศึกษา เป็นต้น นอกจากนี้บริษัทจะพยายามลดสัดส่วนสมาชิกที่เป็นลูกค้าบุคคลลง ซึ่งมีสัดส่วน 20% ของสมาชิกโดยรวมที่มี 1.5 ล้านราย

ทั้งนี้แม็คโคร ได้ปรับปรุงการนำเสนอสินค้าในกลุ่มลูกค้าโชวห่วย ร้านค้ารายย่อย ซึ่งเป็นสัดส่วน 55% ของสมาชิกทั้งหมดไปเมื่อกลางปี 2545 ด้วยการปรับขนาดสินค้าให้มีแพคเล็กลง และการทำโครงการซูเปอร์ 10 เพื่อช่วยเหลือร้านค้าขนาดเล็กหรือโชวห่วย ให้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งปัจจุบันมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการ 1,050 ราย และจะเพิ่มเดือนละ 200 ราย หรือเฉลี่ยสาขาละ 10 ราย เพื่อให้ร้านค้ารายย่อยมียอดการขายเพิ่มขึ้น

โดยสิ่งที่แม็คโครได้ร่วมกับซัปพลายเออร์ 18 ราย จัดทำโครงการนี้ขึ้น เพื่อให้คำปรึกษาด้านการตลาด การจัดวางสินค้า นำเสนอสินค้าโปรโมชั่น ซึ่งจะมีเดือนละ 15 รายการใช้ระยะเวลาครั้งละ 2 สัปดาห์ โดยแม็คโครจัดทำใบปลิว และป้ายราคาให้ลูกค้า ส่วนซัปพลายเออจัดทำถุงใส่ของ โดยลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น อีกทั้งไม่มีเงื่อนไขหรือกฎเกณฑ์ การกำหนดอัตราขั้นต่ำในการซื้อสินค้า ซึ่งผลตอบรับที่ผ่านมาลูกค้ามียอดขายเพิ่มขึ้น 30% โดยแม็คโครเองก็มียอดขายที่เติบโตในสัดส่วนเดียวกัน

เน้นพัฒนาแผนกอาหาสด

สำหรับในปีนี้ แม็คโครจะหันมาเน้นลูกค้าในกลุ่มที่สอง คือ ลูกค้าประเภทร้านอาหาร ภัตตาคารและโรงแรม ที่มีจำนวนสมาชิก 1.5 แสนราย ลูกค้ากลุ่มนี้ต้องซื้อวัตถุดิบไปปรุงอาหารทุกวัน โดยบริษัทได้จัดสรรงบประมาณเพื่อปรับปรุงแผนกอาหารสดทุกสาขา(21 สาขา) เป็นเงิน 500 ล้านบาท โดยเริ่มปรับปรุงสาขาแรกที่ ลาดพร้าว โดยใช้เงินลงทุนเฉพาะสาขานี้ 30 ล้านบาท

“เราเลือกสาขาลาดพร้าวเป็นสาขานำร่องสำหรับโครงการปรับปรุงแผนกอาหารสด เพราะสาขานี้ตั้งอยู่ในศูนย์กลางธุรกิจ เข้าถึงได้สะดวก ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญของแม็คโครที่จะฉีกตัวเองให้แตกต่างจากคู่แข่งขันได้ชัดเจนยิ่งขึ้น” นางสุชาดา กล่าว

สำหรับแผนกอาหารสดที่สาขาลาดพร้าว ได้ขยายพื้นที่ จาก 1,114.50 ตารางเมตร เป็น 1,676 ตารางเมตร และเพิ่มสินค้าจาก 300 รายการเป็น 600 รายการ โดยแบ่งเป็น 6 หมวดหมู่ ได้แก่ หมวดผักผลไม้ , หมวดปลาสด , หมวดเครื่องเทศ , หมวดเนื้อ หมู ไก่ , หมวดไส้กรอก นม เนย และหมวดอาหาแช่แข็ง ซึ่งเพิ่มเข้ามาจากที่ไม่เคยจำหน่ายมาก่อน นอกจากนี้ยังได้เปลี่ยนรูปแบบหมวดสุราและไวน์เพิ่มขึ้นด้วย

ทั้งนี้ แม็คโคร ได้แต่งตั้งให้นายหลุยส์ ลิน ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารสดจากแม็คโคร ไต้หวัน มาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินค้าบริโภค (กลุ่มอาหารสด) ในสยามแม็คโคร ตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป ซึ่งจะเริ่มทยอยปรับปรุงในสาขากรุงเทพฯ ทั้งหมด 8 แห่งแล้วเสร็จกลางปี 2547 ซึ่งแต่ละสาขาจะใช้เงินลงทุนประมาณ 30 ล้านบาทต่อสาขาเช่นเดียวกัน ส่วนสาขาต่างจังหวัด ซึ่งมีอยุ่ 13 สาขา จะปรับในโอกาสต่อไป ซึ่งจะแล้วเสร็จครบทุกสาขาในปี 2548

“ผลจากการปรับปรุงแผนกอาหารสดในครั้งนี้คาดว่าจะเพิ่มจำนวนสมาชิกในกลุ่มร้านค้าอาหาร ภัตตาคาร ร้านอาหารรายย่อย และของโรงแรมได้เดือนละ 10,000 สมาชิก และเพิ่มสัดส่วนการขายอาหารสดจาก 10% ของยอดขายรวมเป็น 20% ”

สำหรับสาขาลาดพร้าว ได้ปรับปรุงและเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา ผลจากการปรับปรุงดังกล่าวส่งผลให้ยอดขายในแผนกอาหารสดของแม็คโคร ลาดพร้าว ตั้งแต่วันที่ 1-26 พ.ค. เติบโตขึ้น 80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และยังทำให้ยอดขายรวมของสาขาลาดพร้าว เติบโตจาก 6% เป็น 14%

นางสุชาดา กล่าวอีกว่า ในการปรับปรุงสินค้าเพื่อรองรับลูกค้าทั้ง 2 กลุ่มดังกล่าว แม็คโครได้ใช้กลยุทธ์ในการเข้าถึงลูกค้า ซึ่งในกลุ่มโชวห่วย ได้เข้าไปช่วยจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายไปแล้ว ในขณะที่ลูกค้ากลุ่มร้านอาหาร บริษัทได้จัดทีมงานออกเยี่ยมเยียนสมาชิก ด้วยการนำสินค้าตัวอย่างไปให้ ทดลองใช้ และแนะนำการใช้สินค้าใหม่ๆ เป็นต้น

ผลจากการปรับปรุงแผนกอาหารสดดังกล่าว ที่จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวนั้น เมื่อพิจารณาถึงยอดขายโดยรวมของแม็คโครแล้ว จะทำให้สัดส่วนการขายสินค้าในกลุ่มอาหารเพิ่มจาก 75% ของยอดขายรวมเป็น 77% ในขณะที่แผนกสินค้าที่ไม่ใช่กลุ่มอาหารจะมีสัดส่วนลดลง ซึ่งที่ผ่านมาแม็คโครได้ลดสินค้าประเภทเสื้อผ้าแฟชั่น สินค้าเด็ก ซึ่งจะนำมาจัดโปรโมชั่นเป็นช่วงๆเท่านั้น

ส่วนลูกค้าในกลุ่มสุดท้าย คือ กลุ่มสำนักงาน สถาบันต่างๆ แม็คโครได้ปรับปรุงแผนอุปกรณ์และเครื่องใช้สำนักงาน ที่เป็นสินค้าพื้นฐานเน้นการใช้งานเป็นหลัก ซึ่งสินค้ากลุ่มนี้ยอดขายที่ดีขึ้นจากที่เคยติดลบเป็นเลขสองหลัก ปัจจุบันก็เหลือเพียงเลขหลักเดียว

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วงไตรมาสแรก มีรายได้ 8,800 ล้านบาท ลดลง 4.6% มีกำไร 189% ส่วนผลประกอบการโดยรวมในปีนี้คาดว่าจะเติบโตประมาณ 5% โดยจะขยายสาขาใหมี่อก 2 แห่ง ที่นครศรีธรรมราช ในเดือนกรกฎาคม ที่เปิดล่าช้ากว่าแผน 1 เดือน และจะเปิดที่เชียงรายเป็นสาขาสุดท้ายของปีนี้ในเดือนพฤศจิกายน

ส่วนการขยายสาขาใหม่นั้น บริษัทยังไม่มีแผนที่ชัดเจนว่าในปี 2547 จะเปิดจำนวนเท่าใด เพราะต้องปรับปรุงสาขาเก่าด้วย แต่ขณะนี้ก็ได้เจรจากับเจ้าของที่ดินแล้ว 4-5 แปลง แต่ยังไม่มีข้อสรุป

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us