|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"ไอเอ็นจีประกันชีวิต" ไม่แลกหมัดสินค้าแบงก์ หน่วยลงทุน และกรมธรรม์อายุสั้นให้ดอกผลสูง มองประกันชีวิตไม่ใช่สินค้า "คอมซูเมอร์โปรดักส์" และตอบโจทย์การวางแผนการเงินระยะยาวหรือเงินออมลูกค้ามากกว่า ต่างจากกองทุนรวม และเงินฝาก หรือสินค้าแบงก์ ที่กำลังชิงดีชิงเด่นระดมเงินจากลูกค้าอย่างบ้าคลั่ง ตั้งหน้าตั้งตาเข็นกรมธรรม์ระยะยาว สินค้าประเภทบำนาญเป็น "เรือธง" รองรับการ"รีครูตตัวแทน" ที่เริ่มเบ่งบาน...
ในมุมมองของเจ้าของเงินออม ทั้งธนาคาร ธุรกิจจัดการกองทุน และประกันชีวิต อาจจะกลายเป็นเป้าหมายในการนำเงินไปลงทุนเพื่อออกดอกออกผลในช่วงที่รายจ่ายมากกว่ารายได้ แต่ในสายของทั้ง 3 ธุรกิจแล้ว กำลังจะกลายเป็นคู่ต่อสู้ที่ขับเคี่ยวกันอย่างถึงพริกถึงขิง
ธนาคารแทบทุกแห่ง เริ่มโน้มน้าวใจลูกค้าที่มีเงินก้อนโตให้กันมาฝากเงินไว้ในบัญชีด้วยดอกเบี้ยที่ค่อนข้างจูงใจ ขณะที่กองทุนรวมแทบทุกแห่ง ที่มีความได้เปรียบจากสิทธิประโยชน์ด้านภาษีก็คลอดกองทุนหน้าประหลาดๆ ออกมาอวดโฉมไม่เว้นแต่ละวัน
ธุรกิจประกันชีวิตหลายแห่ง โดยเฉพาะที่มีแบงก์แม่เป็นแบ๊คอัพ ก็พยายามจะโยกย้ายบัญชีเงินฝากเข้ามาในพอร์ตของธุรกิจประกันชีวิตผ่านกรมธรรม์ออมทรัพย์ระยะสั้นมากขึ้น เพื่อลดภาระต้นทุนดอกเบี้ยจ่าย
"กรมธรรม์ระยะสั้นที่ให้ดอกผลสูง ไม่ควรจะหันไปเน้นมาก แต่ควรจะมีเป็นสินค้าเสริม"
สมโภชน์ เกียรติไกรวัล ไอเอ็นจีประกันชีวิต มองต่างออกไป โดยเห็นว่า ช่วงนี้ธุรกิจประกันชีวิตหลายแห่งยังคงโฟกัสไปที่ สินค้าที่ให้ดอกผลสูงเป็นหลัก ทั้งๆที่ กรมธรรม์ประกันชีวิตไม่ใช่สินค้าคอนซูเมอร์โปรดักส์
สำหรับสมโภชน์ สินค้าประเภทนี้น่าจะจัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจจัดการลงทุนที่การรันตีผลตอบแทนสูงโดยการขายผ่านช่องทางธนาคารมากกว่า ส่วนประกันชีวิตควรจะเป็นกรมธรรม์ตลอดชีพและสินค้าบำนาญ ที่จะตอบปัญหา การวางแผนทางการเงิน ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับชีวิตผู้คนทั่วไปจะเหมาะกว่า
ข้อมูลในมือของสมโภชน์ อธิบายไว้ละเอียดเกี่ยวกับอัตราการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตที่ขายผ่านช่องทางสาขาแบงก์ อาจมีการขยายตัวค่อนข้างสูง แต่เมื่อเทียบกับตัวแทนกลับแตกต่างกันลิบลับ
จากสถิติบอกได้ว่า ประกันชีวิตแทบทุกแห่งที่ขายสินค้าประเภทนี้ผ่านช่องทางแบงก์ ยังผลิตเบี้ยได้ไม่เท่ากับขายผ่านช่องทางตัวแทน ที่สามารถผลิตเบี้ยได้สัดส่วนสูงระดับ 70-90% ของพอร์ตรวมทุกช่องทาง
สมโภชน์ บอกว่า สินค้าผลตอบแทนสูง หรือกรมธรรม์ออมทรัพย์ระยะสั้น มีข้อดีที่ผลตอบแทนสูง แต่ที่หลายคนยังไม่รู้และทำความเข้าใจก็คือ บริษัทที่ออกสินค้านั้นมาขาย จะต้องนำเงินไปลงทุน บริหารให้ได้ผลตอบแทนสูงเพื่อนำมาจ่ายลูกค้า พร้อมกับลดคอมมิชชั่นตัวแทนให้น้อยลง รวมถึงมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ดังนั้นเงินที่นำไปลงทุนจึงมีความเสี่ยง
ขณะเดียวกัน การออกสินค้าประเภทนี้มาขายก็ทำให้บริษัทประกันชีวติรายนั้นต้องตั้งสำรองสูงเกินกว่าเกณฑ์การตั้งสำรองทั่วไป
" สินค้าประเภทนี้มักจะเป็นไปตามเทรนด์ เช่น ช่วงดอกเบี้ยปรับตัวลดลง กรมธรรม์ออมทรัพย์ระยะสั้นจะกลายเป็นแฟชั่น"
สมโภชน์ บอกว่า ต้องขายไอเดีย การหันมาโฟกัสสินค้าประเภทตลอดชีพ และสินค้าบำนาญกับบรรดาตัวแทน เพื่อเปลี่ยนยุทธศาสตร์ในปีหน้า 2551 เป็นการหันไปโฟกัสสินค้าอายุยาว
รวมทั้งแนะนำสินค้าที่ขายดีให้กับตัวแทน อาทิ P 888 และสินค้า UE 15/5 จ่ายเบี้ย 5 ปี คุ้มครอง 15 ปี พร้อมกับในปีหน้าเตรียมจะลงทุนในด้านไอที การให้บริการคอล เซ็นเตอร์ และศูนย์บริการลูกค้ารวม 50 ล้านบาท เพื่อรองรับกับฐานลูกค้า
สำหรับ ไอเอ็นจีประกันชีวิต มีสัดส่วนพอร์ตสินค้าระยะสั้น 30% และ 70% เป็นสินค้าระยะยาว โดยคาดว่าพอร์ตสินค้าระยะสั้นจะลดลงมาเป็น 20%
|
|
 |
|
|