บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ เผยยอดขายช่วง 4 เดือนแรกทรงตัว กระทบจากสงครามมะกัน-อิรักรอบ
2 ซาร์ส และนโยบายกวาดล้างยาบ้าของรัฐบาล ส่งผลกำลังซื้อระดับรากหญ้าลดลง แต่ก็สัมหล่นจากโรคหวัดมรณะ
ที่มะกันสั่งผลิตรองเท้าเครือสหพัฒน์แทนซื้อจากจีน คาดสิ้นปีนี้ ดันยอดขายเครือฯ
เติบโตได้เพียง 6% น้อยกว่าที่ตั้งเป้าไว้ต้นปีที่ 10% เป็น 9.9 หมื่นล้านบาท
นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ กล่าวถึงภาวะเศรษฐกิจโดยรวมในช่วง
4 เดือนแรก ของปีนี้ว่า มีปัจจัยลบหลายประการ ที่ส่งผลให้ยอดขายของเครือสหพัฒน์อยู่ในภาวะทรงตัว
บางกลุ่มธุรกิจเติบโต แต่ก็มีบางธุรกิจที่ยอดขายลดลง ซึ่งเป็นผลจากสงครามมะกัน-อิรักรอบ
2 การระบาดโรคหวัดมรณะ (ซาร์ส) แต่ยังไม่กระทบมากเท่านโยบายปราบปรามยาบ้าของรัฐบาลไทย
ที่ส่งผลให้กำลังซื้อระดับรากหญ้า ลดลง
ปราบยาบ้ากำลังซื้อหด
"นโยบายการปราบยาบ้าของรัฐบาลชุดนี้เป็นสิ่งที่ดี ผมเพียงแต่สะท้อนให้เห็นว่าผลจากนโยบายดังกล่าว
ส่งผลให้คนในระดับรากหญ้าบางส่วน ที่มีรายได้จากการค้ายาบ้า ไม่มีรายได้ หรือรายได้ลดลง
จึงไม่มีกำลังซื้อสินค้าได้เช่นแต่ก่อน" นาย บุณยสิทธิ์ กล่าว
แต่จากภาวะการทรงตัวของบริษัท พบว่าบางธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์จากโรคซาร์ส ทำให้เจ้าของรองเท้าแบรนด์ดังจากสหรัฐอเมริกา
เปลี่ยนการสั่งผลิตรองเท้าจากจีน ที่มีการระบาดโรคซารส์ สั่งผลิตสินค้าจากไทยแทน
ทำให้การผลิตของเท้าของบริษัทในเครือสหพัฒน์เพิ่มขึ้น จนขณะนี้ผลิตไม่ทันกับการสั่งซื้อ
ขณะที่ธุรกิจเสื้อผ้าและอาหาร ก็มีแนวโน้มสดใส
สำหรับช่วง 6 เดือนหลังปีนี้ เขาเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะดีกว่าประเทศอื่นๆ เนื่องจากไทยไม่มีปัญหาการระบาดโรคซาร์ส
ทำให้ประเทศที่แพร่ระบาดโรคซาร์ส ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งฟื้นเศรษฐกิจประเทศ
โอทอปกระตุ้นคนไทยค้าขายมากขึ้น
สำหรับประเทศไทย เขาเชื่อว่าจะแข็งแกร่งทั้งด้านเศรษฐกิจ และการเมือง โดยรัฐบาลชุดนี้
ทำงานรวดเร็ว การที่รัฐบาลส่งเสริมสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอทอป) ช่วยกระตุ้นคนไทยตื่นตัวเรื่องค้าขายมากขึ้น
และการที่สหพัฒน์ นำบริษัท รวมค้าปลีกเข้มแข็ง จำกัด และธนาคารเอสเอ็มอี ร่วมงาน
Saha Group Export & Trade Exhibition ครั้งที่ 7 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่
27-28 มิ.ย. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ครั้งนี้ เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นให้คนไทยมีจิตใจที่จะค้าขายมากขึ้น
สำหรับเครือสหพัฒน์ คาดว่าจนถึงสิ้นปีนี้ น่าจะมีอัตราเติบโตด้านยอดขาย 6% ต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ช่วงต้นปี
ที่คาดว่าจะเติบโตได้ 10% หรือยอดขายรวมทั้งกลุ่ม 99,000 ล้านบาท โดยปี 2545 เครือสหพัฒน์มียอดขาย
90,000 ล้านบาท
"ก่อนหน้านี้ สหพัฒน์เคยวางเป้าหมายไว้ว่า จะมียอดขายทะลุ 1 แสนล้านบาทในช่วง
2 ปีที่ผ่านมา แต่สถานการณ์ของประเทศขึ้นๆ ลงๆ ตลอดเวลา ทำให้ในปีนี้ เราก็ยังไม่ทะลุ
1 แสนล้านบาทตามที่ตั้งใจไว้" นายบุณยสิทธิ์กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินธุรกิจของเครือสหพัฒน์ ช่วงครึ่งปีหลัง จะพยายามขยายเข้าไปธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมใหม่มากขึ้น
นอกจากการผลิตสินค้าจำหน่ายปัจจุบัน ซึ่งปีที่ผ่านมา สหพัฒน์ร่วมทุนกับมหาวิทยาลัยวาเคดะ
จากญี่ปุ่น เปิดสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นวาเคดะ ในประเทศไทย สำหรับปีนี้ สหพัฒน์จะขยายเข้าไปยังธุรกิจโรงเรียนสอนดนตรี
เพื่อรองรับการขยายธุรกิจเครื่องดนตรีภายใต้แบรนด์ BSC ขณะนี้ อยู่ระหว่างเจรจากับเจ้าของสถาบันดนตรีจากญี่ปุ่น
ซึ่งยังไม่บรรลุข้อตกลง
ขณะที่สินค้าเครือสหพัฒน์ จะพยายามสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้า ซึ่งการจัดงาน
Saha Group Export & Trade Exhibition ต่อเนื่องทุกปี จะช่วยให้ผู้บริโภคเห็นถึงพัฒนาการสินค้าใหม่ๆ
ของเครือสหพัฒน์ กว่า 200 บริษัทได้อย่างดี หาก ผู้บริโภคเข้ามาชมงานแล้วซื้อสินค้า
ก็แสดงว่าผู้บริโภคมั่นใจในสินค้าของเครือสหพัฒน์แล้ว
สำหรับการจัดงาน Saha Group Export & Trade Exhibition มีขึ้นเป็นประจำทุกปี
ซึ่งปีนี้ เป็นปีที่ 7 โดยการจัดงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการส่งออก
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME
Bank) และบริษัท รวมค้าปลีกเข้มแข็ง (เออาร์ที)นอกจากนี้ ยังมีพันธมิตรเครือสหพัฒน์ร่วมแสดงสินค้าด้วย
เช่น กลุ่มมิตซูบิชิ ประเทศไทย จำกัด มารูเบนนี่ บริษัท รีโน ประเทศไทย จำกัด ผู้ผลิตเครื่องแต่งกาย
AIIZ
โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จะเสนอสินค้าคุณภาพส่งออกจากโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์
ส่วนธนาคารเอสเอ็มอี จะให้บริการข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งให้บริการสินเชื่อทั้งระยะสั้นและยาว
และเออาร์ที จะให้คำแนะนำปรึกษาเกี่ยวกับธุรกิจค้าปลีก พร้อมรับสมัครสมาชิกเออาร์ที
สำหรับการแสดงสินค้าที่เป็นนวัตกรรมใหม่กลุ่มสหพัฒน์ อาทิ กลุ่มเสื้อผ้าและสิ่งทอ
มี CW-X นวัตกรรมใหม่ชุดกีฬา โดยใช้วัตถุดิบลิขสิทธิ์ Conditioning Web ที่มีคุณสมบัติรองรับกล้ามเนื้อ
ข้อต่อ และช่วยยึดเอ็นร้อยหวาย ป้องกันอาการเคล็ด และอาการบาดเจ็บ เสื้อ Double
White เสื้อเชิ้ตที่ทอด้วยเส้นใยพิเศษทำให้เสื้อมีความขาวนานกว่าเสื้อเชิ้ตทั่วไป
ส่วนกลุ่มบันเทิง เปิดตัวเครื่องดนตรีนำเข้าจากญี่ปุ่น ภายใต้แบรนด์ BSC กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม
เปิดตัวเจลลี่พร้อมดื่ม ที่แปลกใหม่ด้วยการผสมบุกเม็ด จากคอนยักกี้ และยาชงสมุนไพร
แคทเธอรีน กลิ่นวานิลลา เป็นต้น
คาดซาร์สทำต่างชาติร่วมงานลด
นายบุณยสิทธิ์กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ คาดว่าผู้บริหารระดับสูงจากต่างประเทศจะเข้ามาชมงานลดลงกว่าปีก่อน
เนื่องจากผลกระทบจากโรคซาร์ส ทำให้ไม่มีคนกล้าเดินทาง ส่วนใหญ่จะส่งผู้บริหาระดับรองลงมา
เข้าชมงานแทน