|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ตลาดเครื่องประทินผิวชายไทยร้อนแรงข้ามปี เมื่อ "Ctrl" เทงบมากกว่า 100 ล้านบาท อัดกลยุทธ์ครบทั้ง 4P เล็งต่อยอดแบรนด์สู่ครีมบำรุงผิวกายในอนาคต พร้อมตั้งเป้าเติบโตขึ้น 50% ในปีนี้ เป้าหมายนับต่อจากนี้ คือ การแซะฐาน "นีเวีย" อย่างจริงจัง หลังเบียด "ลอรีอัล" ขึ้นเบอร์ 2 สำเร็จด้วยระยะเวลาเพียง 1 ปี
หลังจากที่ ค่ายไบโอ คอนซูเมอร์ เปิดตัว "Ctrl" แบรนด์สกินแคร์เพื่อผิวหน้าผู้ชายเป็นครั้งแรก เมื่อกลางปี 2549 ซึ่งตอนนั้น ผู้เล่นรายนี้ก็สร้างความสนใจด้วยการประกาศเป้าหมายจะโค่น "ลอรีอัล เม็น เอ็กซ์เพิร์ท" ของค่าย ลอรีอัล ให้ได้ภายใน 1 ปี เพื่อคว้าเบอร์ 2 มาครอง ก่อนจะขยับตัวไปชนกับยักษ์ "นีเวีย" ซึ่งจากการเปิดตัวเพียงปีเศษค่ายนี้ก็สามารถบรรลุเป้าหมายแรก โดย ศิริสุภา ยิ่งเจริญ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ บริษัท ไบโอ คอนซูเมอร์ จำกัด
เผยตัวเลขล่าสุดกับ ผู้จัดการ รายสัปดาห์ ว่า "นีเวีย" ยังคงเป็นผู้นำตลาดมีส่วนแบ่ง 59% ส่วนแบรนด์ "Ctrl" มีการเติบโต 100% โดยชิงส่วนแบ่งตลาดได้ 13% จากตลาดรวมสกินแคร์และโฟมล้างหน้าสำหรับผู้ชายมูลค่าประมาณ 700 - 800 ล้านบาท (ปี 2550)
ขณะที่แบรนด์ "ลอรีอัล" มีส่วนแบ่งลดลงเหลือ 7.8% ซึ่งปัจจัยหลักคาดว่ามาจาก ความเคลื่อนไหวในตลาดที่ค่อนข้างน้อยและไม่หวือหวาเมื่อเทียบกับผู้เล่นหลักรายอื่น โดยปีที่ผ่านมา มีเพียงการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาที่มี โดม-ปกรณ์ ลัม" เป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่เท่านั้น ต่างจาก "Ctrl" ที่ขยันทำการบ้านในทุกช่องทาง อาทิ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมส่งเสริมตลาดที่ตลอดทั้งปี 2550 ทั้งที่เป็น Above the line และ Below the line ด้วยกิจกรรมที่ตระเวนเข้าไปแนะนำสินค้าในทุกจุดที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน เช่น สถานที่ออกกำลังกาย สนามไดร์ฟกอล์ฟ การออกบูธตามซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าชั้นนำกว่า 160 แห่งทั่วประเทศ ประกอบกับการอาศัยศักยภาพของ Distribution Channel ในกลุ่มร้านค้าปลีกที่มีมากกว่า 30,000 แห่ง เป็นช่องทางกระจายสินค้าไปสู่กลุ่มผู้ชายรักสวยทั่วประเทศ จึงไม่ใช่เรื่อยากนักที่ทำให้น้องใหม่รายนี้แซงไปอย่างรวดเร็ว
ดังนั้น จากนี้ต่อไป ภารกิจสำคัญของ "Ctrl" จึงอยู่ที่การโค่น "นีเวีย" ให้สำเร็จภายใน 5 ปี นับตั้งแต่ที่เริ่มมาทำตลาด (ปี 2549)
"การล้มแชมป์เบอร์ 1 อย่างนีเวีย ที่ตอนนี้มีแชร์อยู่ประมาณ 70-80% คือเป้าหมายใหญ่ที่ไบโอ คอนซูเมอร์ กำหนดไว้ในอีก 5 ปี นับจากนี้" เป็นคำกล่าวของ สุทธิเดช ถกลศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบโอ คอนซูเมอร์ จำกัด กล่าวเมื่อครั้งเปิดตัวแบรนด์ "Ctrl" เป็นครั้งแรก
ฉะนั้น การทำตลาดตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป ทางไบโอฯจึงเตรียมสู้ศึกเต็มที่ ด้วยการจัดงบไว้ไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท สำหรับการทำตลาดทุกรูปแบบและในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการออกนวัตกรรมใหม่ๆออกมาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น เนื่องจากการสำรวจพฤติกรรมของชายไทย พบว่า ปัจจุบันผู้ชายมีการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพิ่มขึ้น จาก 12-15% กลายเป็น 30% โดยเป็นการเลือกใช้สินค้าที่เป็นแบรนด์สำหรับผู้ชายโดยเฉพาะด้วย ปัจจัยหนึ่งอาจมาจากการกระตุ้นของศูนย์การค้าต่างๆที่มีการจัดพื้นที่ Men Zone ที่ทำให้เกิดการซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น ขณะที่อีกส่วนหนึ่ง คือ การได้รับอิทธิพลจากประเทศในแถบยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ได้แพร่ขยายเข้าสู่ตลาดเมืองไทยอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้ชายหันมาดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจในการเข้าสู่สังคม และมีหน้าที่การทำงานให้ประสบความสำเร็จ
สำหรับ นวัตกรรมที่ค่ายนี้เตรียมนำมาตอบโจทย์ผู้บริโภค เชื่อได้ว่า จะเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้าในหมวดของไวท์เทนนิ่ง และกลุ่มเพื่อลดริ้วรอย เนื่องจากเป็น 2 เซกเมนต์ที่มีขนาดใหญ่สุด และกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์นี้ คือ ผู้ชายวัยทำงานที่มีอายุ 21 - 32 ปี ที่มักมีความกังวลในเรื่องดังกล่าวเป็นหลัก แต่ทั้งนี้คงต้องควบคู่กับความสะดวกในการใช้งาน และไม่มีขั้นตอนมาก เพราะผู้ชายยังมีพฤติกรรมไม่ชอบความยุ่งยากในการดูแลผิวหน้า ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าครบ 10 ประการในขั้นตอนเดียวของ "Ctrl" จะได้การตอบรับเป็นอย่างดี จนเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้แบรนด์ "Ctrl" ขึ้นเป็นเบอร์ 2 ได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนผลิตภัณฑ์สำหรับผิวกาย ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ ค่ายไบโอฯ ยังกล่าวว่า อนาคตบริษัทมีแผนต่อยอดแบรนด์ Ctrl ไปสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายสำหรับผู้ชายด้วย เนื่องจาก Ctrl เป็นแบรนด์ที่วางโพซิชันนิ่งสำหรับผู้ชาย อีกทั้งตลาดก็ที่มีศักยภาพและการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมามีมูลค่าตลาดราว 600 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้มีเพียง วาสลีน และ นีเวีย ทำตลาดอยู่เพียง 2 รายเท่านั้น
นอกจากนี้ การออกสินค้าขนาดเล็กก็อาจเป็นสิ่งที่ค่ายนี้นำมาใช้ เนื่องจากเป็นกลยุทธ์ที่เลี่ยงไม่ได้ในตลาดคอนซูมเมอร์ขณะนี้ โดยส่วนหนึ่งเพื่อให้สอดคล้องกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่คาดว่าจะมีการจับจ่ายน้อยลง ขณะเดียวกันเพื่อสร้างโอกาสในการทดลองสินค้าสำหรับผู้ที่ไม่เคยใช้ได้ง่ายขึ้น ซึ่งปีที่ผ่านมา นีเวีย เป็นผู้นำร่องหั่นราคา ด้วยการลอนช์ ผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่ง 5 อิน 1 ขนาด 15มิลลิลิตร จำหน่ายในราคา 29 บาท จากปรกติ 60 บาท พร้อมส่ง Key Message ว่า "นีเวียเป็นผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งที่ขายมากถึงจำนวน 4 ล้านชิ้น ภายใน 2 ปี" มาสร้างแรงจูงใจและความเชื่อมั่นให้ทดลองสินค้าใหม่ โดย "นีเวีย" มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้ผู้ชายหันมาใช้สินค้าสำหรับผู้ชายเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่มีอยู่ราว 6-7% ให้ขยายเป็น 50% ซึ่งไบเออร์ฯมองว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีก 5 ปี ดังนั้น หาก "Ctrl" หมายจะเขย่าบัลลังก์แชมป์แล้วล่ะก็ เชื่อว่านี่จะเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในการขยายฐาน รวมทั้งดึงดูดสาวกของนีเวียให้หันมามองและซื้อสินค้าไปทดลองใช้ได้ไม่ยาก
การวางแผนรุกเต็มสูบในครั้งนี้ ไบโอฯวางเป้าหมายว่า "Ctrl" จะต้องมีการเติบโตกว่า 50% ภายในปี 2551 แม้การเติบโตดังกล่าว รวมทั้งมาร์เก็ตแชร์ที่แบรน์นี้ครอบครองอยู่ จะค่อนข้างห่างกับ "นีเวีย" อีกหลายก้าว และดูเหมือนว่าต้องใช้เวลาไม่น้อยในการจะขยับเข้าใกล้ ทว่า การเขี่ย "ลอรีอัล" 1 ในยักษ์ใหญ่ผู้เชี่ยวชาญด้านสกินแคร์ ให้พ้นทางได้ภายในเวลาเพียงปีเศษ ก็คงเป็นตัวบ่งบอกได้ในระดับหนึ่งว่า ศึกครั้งนี้แบรนด์พี่ใหญ่อย่าง "นีเวีย"คงต้องออกแรงไม่น้อย
|
|
 |
|
|