|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
กสิกรไทยฟันธงรัฐบาลใหม่หนุนความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดันสินเชื่อบุคคลขยายตัวตาม ส่วนการแข่งขันยังรุนแรงต่อเนื่อง คุยสินเชื่อบุคคลของธนาคารปีนี้มีความพร้อมในทุกด้านพร้อมลุยตลาดเต็มตัวตั้งเป้าขยายตัว 30% คุมเอ็นพีแอลไม่เกิน 2.5%
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยว่า ตลาดโดยรวมของธุรกิจสินเชื่อบุคคลปีนี้น่าจะมีอัตราการขยายตัวอยู่ที่ 15% ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 15-18% โดยจากการมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศนั้นจะมีส่วนช่วยในเรื่องของความเชื่อมั่นในการอุปโภคบริโภคของประชาชนมากขึ้น
ทั้งนี้ จากปัจจัยที่แข่งขันของธุรกิจค้าปลีกซึ่งยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีสินเชื่อบุคคลเป็นตัวให้การสนับสนุนให้สามารถบริการได้มากยิ่งขึ้น ส่วนการแข่งขันของตลาดสินเชื่อบุคคลโดยรวมนั้นถือว่ามีการแข่งขันที่รุนแรงอยู่แล้ว ทำให้แนวที่จะใช้ต่อไปจะเป็นในเรื่องของการให้ความสะดวกสบาย โดยจะมีสาขาการให้บริการอยู่ในทุกส่วนที่มีความต้องการและเป็นการให้บริการที่เป็นความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจ รวมถึงจะมีการแข่งขันในเรื่องของความเร็วในการอนุมัติสินเชื่อให้มีความรวดเร็วมากขึ้นกว่าในปัจจุบันและการแจกของแถมที่จะสามารถดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้เป็นอย่างดี
ในแง่ของการแข่งขันด้านอัตราดอกเบี้ยนั้น มองว่าปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำแล้ว และคงจะไม่มีการขยับลงไปมากกว่านี้ โดยปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคลมีเพดานอยู่ที่ 28% แต่มีความเป็นไปได้ว่าแนวทางการแข่งขันอาจจะไปมุ่งเน้นในเรื่องของระยะเวลาการผ่อนชำระที่ยาวนานมากขึ้นไปอีก รวมถึงจำนวนเงินและเงื่อนไขที่อาจมีการผ่อนปรนให้มีการอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้น
"สิ่งที่อาจจะเห็นต่อจากนี้คือบางแห่งอาจจะมีการผ่อนปรนเงื่อนไขในการให้สินเชื่อได้ง่ายขึ้น เช่น ดูจากความสามารถในการชำระหนี้ว่าจะผ่อนได้หรือไม่ บางคนมีภาระหนี้ประมาณ 20 % ของรายได้ บางคน 40% หรือ 60% ก็อาจจะขอกู้ได้ โดยสิ่งเหล่านี้ในปีที่ผ่านมาไม่ค่อยมีให้เห็น แต่ความเสี่ยงของผู้ปล่อยกู้ก็จะมีเพิ่มขึ้น" นางสาวขัตติยากล่าว
นางสาวขัตติยา กล่าวว่า ในส่วนของธนาคารกสิกรไทยได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อบุคคลไว้ที่ 30% หรือเป็นเม็ดเงินหลักพันล้านบาท จากฐานปัจจุบันอยู่ที่ 5,000-6,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเป้าหมายที่อยู่ในระดับเดียวกันกับปีก่อนแต่ไม่สามารถทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เนื่องจากธนาคารยังไม่คุ้นเคยกับการทำตลาดดังกล่าวมากนัก อย่างไรก็ตามในปีนี้ธนาคารได้จัดเตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องของระบบไอที การบริหารความเสี่ยง และมีความเข้าใจในความต้องการของลูกค้ามากขึ้น ทำให้เชื่อว่ามีความพร้อมในการรุกตลาดสินเชื่อบุคคลนี้มากขึ้น
นอกจากนี้ ธนาคารตั้งเป้าหมายในการควบคุมอัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ไว้ให้อยู่ในระดับที่ไม่เกิน 2.5% จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1% ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ค่อนข้างต่ำทำให้ธนาคารยังสามารถปล่อยสินเชื่อได้อีกค่อนข้างมาก ส่วนคุณภาพของลูกหนี้นั้นเชื่อว่าจะไม่เป็นปัญหา
"ปีนี้สินเชื่อบุคคลของเราจะโตค่อนข้างมาก เพราะฐานยังไม่สูงนัก แต่จากความชัดเจนจากการเลือกตั้งจะทำให้เรายังโตได้อีกมาก หรือน่าจะโตกว่าตัวเลขของตลาดรวม แม้ว่าปีที่ผ่านมาเราจะไม่สามารถทำได้ตามเป้าหมายเพราะยังไม่มีความพร้อมในหลายเรื่อง แต่ปีนี้เรามีความพร้อมมากขึ้น" นางสาวขัตติยากล่าว
นางสาวขัตติยากล่าวอีกว่า แนวโน้มการทุจริตในสินเชื่อบุคคลรวมถึงกลุ่มมิจฉาชีพที่จะมาหาผลประโยชน์จากลูกค้าที่ใช้บริการด้วยการโจรกรรมข้อมูลต่าง ๆ นั้นคาดว่าจะเริ่มมีน้อยลง เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมีความระมัดระวังตัวมากขึ้น แม้ว่ากลโกงของกลุ่มมิจฉาชีพจะมีการพัฒนาขึ้นก็ตาม แต่ธนาคารก็ยังคงต้องเตือนลูกค้าถึงกลโกงต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้
|
|
 |
|
|